บทที่ 39 EP 6/3 นางร้ายนิลอร

“อะแฮ่ม! ทำอะไรอยู่ตรงนั้นหรือคะคุณแองจี้” สตรีผมบลอนด์เปิดฉากปะทะฝีปากในทันทีที่สบโอกาส ตอนนี้โจนาธานลุกขึ้นเดินช้าๆ เพื่อคุยโทรศัพท์ ซึ่งระยะห่างจากขอบสระที่เขาเดินอยู่กับขอบสระฝั่งนี้ก็ไกลพอสมควร เขาจึงไม่สามารถได้ยินเนื้อหาในประโยคสนทนาที่กำลังจะเกิดขึ้นระหว่างเธอกับนิลอรแน่นอน

“เปล่านี่ ไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย” นิลอรออกมาจากที่ซ่อน รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กน้อยที่ริทำความผิดแล้วแอบมาซ่อน แต่สุดท้ายผู้ใหญ่ใจร้ายก็ควานหาตัวจนพบ

“แต่ฉันเห็นคุณหลบๆ ซ่อนๆ มีอะไรอยากรู้อยากเห็นก็ถามสิคะ จะไปแอบดูทำไมให้มันเสียเวลา หรือว่าพวกนางบำเรอเขาชอบทำอะไรหลบๆ ซ่อนๆ จนเป็นนิสัย” 

เอลิซเยาะหยันเล็กน้อยด้วยคำพูดและรอยยิ้มเรียบหรูแบบพวกผู้ดี แน่นอนว่านิลอรมิได้เก็บอาการชิงชังรังเกียจเอาไว้แต่อย่างใด ในเมื่อคนที่อยู่ตรงหน้าเริ่มเปิดตำรารบฉบับเงียบแต่เฉียบขาด เธอนี่แหละจะยิงปืนใหญ่สวนไปก่อนเลย เพื่อความชัวร์ว่าข้าศึกจะต้องกระอักเลือดตายคาสนามรบ

“ก็ไม่ได้อยากแอบหรอกค่ะ แต่ถ้าไม่แอบก็ไม่ได้เห็นสิคะว่าแมวขโมยมันหน้าด้านแค่ไหน ของเขามีเจ้าของก็คอยแต่จะจ้องเอาไปเป็นของตัวเอง สามัญสำนึกคงไม่มีหลงเหลือในกมลสันดานละมั้ง” นิลอรยิ้มที่มุมปากอย่างสะใจ ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ายัยป้าเอลิซจะเข้าใจประโยคเจ็บแสบแบบไทยๆ ของเธอหรือเปล่า แค่ได้ด่าเธอก็รู้สึกดีสุดๆ แล้ว

“นั่นสิคะ สามัญสำนึกไม่มีบ้างหรืออย่างไรถึงไม่เจียมตัวว่าตัวเองเป็นได้แค่นางบำเรอ ยังจะมาชูคออ้างตัวว่าเป็นภรรยาของเขาอยู่ได้ ทุเรศ!” 

เอลิซมิวายตอกกลับด้วยเรื่องที่เป็นปมด้อยในใจของอีกฝ่าย นิลอรในอดีตก็เป็นแค่นางบำเรอของโจนาธานเท่านั้น นี่ถ้าเขาไม่ไปพบเจ้าหล่อนพร้อมกับเด็กฝาแฝดนั่น เธอแน่ใจว่านิลอรไม่มีวันได้กลับมาอยู่สิงคโปร์อย่างแน่นอน

“เธอนั่นแหละยัยแก่เอลิซ! แก่แล้วทำไมไม่อยู่ส่วนแก่ฮะ! ยังจะมาเสนอหน้าแย่งสามีชาวบ้านอยู่ได้ หนังหน้าเธอนี่มันด้านจริงๆ ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นภรรยาของใครได้หรอก ยัยปีศาจหน้าขาววอกแต่หัวใจดำปี๋เหมือนอีกาไม่มีผิด! และฉันไม่แปลกใจเลยที่สามีฉันเลิกกับเธอ บางทีเขาอาจจะเห็นสิ่งเลวๆ ที่เธอซุกซ่อนไว้ละมั้ง ถึงได้หย่า ยัยปีศาจ!”

นิลอรด่ากราดด้วยเสียงที่ได้ยินเพียงสองคนเท่านั้น เธอเห็นแล้วว่าสามีเลิกคุยโทรศัพท์และกำลังเดินมาทางนี้

“แก! นี่แกด่าฉันเหรอ!?” หมู่โลหิตในเรือนกายของสตรีผมบลอนด์สูบฉีดเร็วแรง และเพิ่มอุณหภูมิขึ้นมาทีละนิด มันแปรผันตามอารมณ์กรุ่นโกรธของเจ้าของ และกำลังจะเดือดพล่านในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า

“ฉันไม่ได้ด่าแต่อยากเตือนสติ บางทีพวกผู้ดีมีเงินก็หน้าหนาจนไม่กล้ามองความผิดของตัวเอง ฉันเลยต้องช่วยสงเคราะห์ให้ไงคะ คุณป้า!”

“กรี๊ดดด!”

เอลิซหมดความอดทนเมื่อคำว่า ‘คุณป้า’ หลุดออกจากปากของสตรีที่มีเรือนผมสีเดียวกับราตรีกาล หล่อนกรีดร้องอย่างสุดจะทนและเตรียมเงื้อมือหมายจะตบหน้าเจ้าหล่อนให้สมกับที่แค้นใจ แต่ทว่า...

“เอลิซ! คุณเป็นอะไร!? ผมได้ยินเสียงคุณร้อง”

โจนาธานงุนงงระคนตื่นตระหนก ที่ได้ยินเสียงกรีดร้องของอดีตภรรยา ส่วนแม่แองจี้สุดที่รักกลับทำท่าเหมือนจะยิ้มให้กับชัยชนะบางอย่าง

“อ่า...คือว่า คือหนอนแก้วค่ะ ฉัน...ฉันเห็นมันอยู่เกาะอยู่บนไหล่ของคุณแองจี้ ฉันก็เลยร้องเพราะตกใจ”

นิลอรเบะปากใส่อย่างรู้ทัน เธอเหลือบมองหัวไหล่สองข้างแล้วอยากจะร้องกรี๊ดๆ ให้กับหนอนแก้วอุปโลกน์ที่ยัยป้าหน้าวอกกุเรื่องได้เนียนเสียเหลือเกิน แต่ขอบอกนะยัยป้ามหาภัย หล่อนน่ะยังเนียนไม่ได้ครึ่งของยัยแองจี้คนนี้หรอกย่ะ เชอะ!

“อุ๊ยต๊ายตาย! ไหนคะ? แองจี้กลั๊วกลัว มันไปหรือยังคะ” นิลอรทำทีปัดมือบนหัวไหล่ ทั้งกระทืบเท้าเร่าๆ อย่างกริ่งเกรง ชนิดที่ว่าปลายเท้าแทบจะไม่ติดพื้นด้วยซ้ำ 

โจนาธานเห็นดังนั้นก็ร้อนใจรีบเข้ามาดูเมียรักว่าหล่อนเป็นอะไรหรือเปล่า และมันก็เข้าทางแม่นางฟ้าสีนิลเข้าเต็มๆ

“ที่รักขา...แองจี้กลัวหนอนแก้วจังเลยค่ะ ที่รักเห็นตัวมันไหมคะ ถ้าเห็นละก็ ช่วยเอามันไกลๆ เลยน้า แองจี้กลัวจนขนลุกไปหมดแล้ว ฮือออ...” นิลอรกระแซะร่างเข้าหาสามี หน้าตาท่าทางนั้นชนะขาด ทั้งเสแสร้งแกล้งทำเป็นร้องไห้จนโจนาธานทอดสายตาแห่งความสงสารจับจิตมาให้ และต่อให้ไม่มีหนอนแก้วจริงๆ นิลอรก็สามารถปั้นมันขึ้นมาได้จากน้ำในสระนั่นแหละ ปั้นได้หลายตัวเสียด้วย

“โธ่ที่รัก...ไหนๆ ฉันไม่เห็นว่าจะมีอะไรเลยคนดี สงสัยเธอสองคนจะตาฝาดแล้ว”

โจนาธานลูบเนื้อลูบตัวให้เมียรักพลางมองหาต้นตอของความยุ่งยากที่เอลิซและนิลอรกล่าวอ้าง แต่ทว่าเมื่อแลหาไปรอบบริเวณก็ไม่พบสิ่งใด จึงเหมาเอาว่าสองสาวอาจจะตาฝาดเพราะตอนนี้ก็ใกล้มืดค่ำเต็มทีแล้ว

“สงสัยมันคงไปแล้วค่ะ หรือไม่ฉันก็คงตาฝาดจริงๆ”

เอลิซได้ทีรับสมอ้างเอาตัวรอด แค่เสียงกรีดร้องของเธอมีมูลเหตุอันน่าเชื่อถือว่าร้องออกไปด้วยความตกใจมันก็เพียงพอแล้วที่จะรักษาภาพพจน์อดีตภรรยาที่แสนดีเอาไว้ ส่วนเรื่องอื่นนั้น จะเป็นอย่างไรก็ช่างมันก่อนเถอะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป