บทที่ 41 EP 6/5 นางร้ายนิลอร

“ป้ามาเรียยังไม่ได้กินมื้อค่ำหรือคะ” เธอถาม

“อ้อ...เปล่าจ้ะ ของคุณชาร์ลส์น่ะ เขาเพิ่งกลับมาเมื่อกี้ คงยังไม่ได้กินอะไร ป้าเลยทำเผื่อ เดี๋ยวเสร็จแล้วป้าจะไปเรียกมากินพร้อมกับครูเอลลี่ไงคะ” นางมาเรียชี้แจงพลางปาดเหงื่อที่เริ่มซึมเพราะความร้อนจากหน้าเตา

อรุณฉัตรเห็นเช่นนั้นก็อยากแบ่งเบาภาระของแม่ครัวร่างท้วมที่เหนื่อยมาตลอดทั้งวัน เธอเลยอาสาไปตามคุณชาร์ลส์ให้ แล้วคุณชาร์ลส์อะไรนี่ไม่ใช่เจ้านายหรอกหรือ ถึงต้องมากินอาหารในห้องครัวเหมือนเธอ

“เดี๋ยวเอลลี่ไปตามคุณชาร์ลส์ให้ค่ะ ป้ามาเรียจะได้ไม่เหนื่อย ถ้าเอลลี่มาช้า ป้าก็กลับไปอาบน้ำนอนเลยนะคะ เดี๋ยวเอลลี่จัดการต่อเองค่า”

“จริงหรือคะครูเอลลี่ แหม...น่ารักจริงๆ มีแฟนหรือยังคะเนี่ย” 

มาเรียลองเลียบเคียงถาม

“โอย...ยังไม่มีหรอกค่า ป้ามาเรียหาให้เอลลี่หน่อยสิค้า เอลลี่จีบผู้ชายไม่เป็นค่ะ สงสัยชาตินี้จะขึ้นคาน”

อรุณฉัตรพูดทีเล่นทีจริงกับคุณป้าแม่ครัว แต่มาเรียคิดจริงจังจนวางแผนไว้แล้วว่าจะดักตีหัวคุณชาร์ลส์รูปหล่อแล้วลากไปซ่อนไว้ในห้องของครูเอลลี่ในสักวันหนึ่ง แค่คิดมาเรียก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้กับไส้กรอกในกระทะที่กำลังสุกได้ที่

ครูสาวออกจากประตูหลังห้องครัวเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางที่มีต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นปกคลุมราวกับป่าย่อมๆ เธออยากจะถือไฟฉายมาด้วยจริงๆ เพราะหนทางมันมืดจนน่ากลัว คงไม่ค่อยมีใครเดินมาทางนี้กระมังถึงได้รกขนาดนี้ ความจริงมันก็ไม่ได้ไกลจากตัวบ้านหลังใหญ่นักหรอก แค่มันมืดจนมองทางไม่ถนัดเท่านั้นเอง

“ยู้ฮู เฮลโล! มีใครอยู่ไหมค้า”

อรุณฉัตรป้องปากแล้วส่งเสียงร้อง ก้าวเข้าไปในบ้านที่เปิดไฟสลัวๆ เธอเห็นด้านในไม่ชัดเพราะติดกระจกทึบโดยรอบ เธอเดินขึ้นไปทางบันไดหินเตี้ยๆ ความจริงบ้านหลังนี้ก็ไม่ได้เล็กและเตี้ยอย่างที่เธอคิด อาจจะเป็นเพราะว่าเธอมองจากมุมสูงมันจึงดูเล็กในตอนนั้น

เธอลองเคาะประตูสองสามครั้งแต่เมื่อไม่มีคนมาเปิดจึงถือวิสาสะผลักประตูเข้าไป ภายในบ้านที่ล้อมรอบด้วยกระจกสีทึมทึบ ด้านในกลับใช้เฟอร์นิเจอร์สีขาว ทั้งโซฟา โต๊ะตู้ ไม่เว้นแม้แต่แจกันลายสวยใบใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของบ้านก็เป็นสีขาวขุ่นๆ เหมือนสีงาช้าง เช่นเดียวกับสีของโซฟา และมันช่างตัดกับพรมสีแดงอิฐที่ปูเต็มพื้นเหลือเกิน

“มีใครอยู่ไหมค้า!”

คุณครูพี่เลี้ยงส่งเสียงร้องเรียก แต่ได้รับเพียงความเงียบงันกลับคืนมา เธอเดินผ่านห้องนั่งเล่นที่จัดไว้อย่างเป็นระเบียบแล้วผลักประตูห้องหนึ่งในสามห้องที่มีอยู่ในบ้าน เธอเดาว่าห้องนี้แหละที่สมควรจะมีเจ้าของบ้านหลบซ่อนตัวอยู่ แต่แล้วการคาดเดาของเธอก็ได้ผลที่น่าตกใจ เมื่อห้องดังกล่าวมันเป็นมากกว่าห้องส่วนตัว เพราะมีเตียงขนาดใหญ่วางอยู่กลางห้อง ขนาดของมันใหญ่เสียจนเธอสามารถลงไปนอนกลิ้งเกลือกกับผู้ชายได้อีกสักสิบคน

“ตายแล้ว! นี่คิดบ้าบออะไรเนี่ยยัยเอลลี่”

อรุณฉัตรส่ายศีรษะให้กับความคิดห่ามๆ เรื่องเตียงนอน เธอเดินเบาๆ ไม่แน่ใจว่าเจ้าบ้านอยู่ในนี้หรือเปล่า เพราะนอกจากเสียงลมหายใจของเธอและเสียงครางเบาๆ ของเครื่องปรับอากาศ เธอก็ไม่เห็นวี่แววของเขาเลย

ฉับพลันสายตาของอรุณฉัตร ก็ปะทะเข้ากับบางอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง เธอตรงรี่ไปหามันทันที เพราะแค่สีของขอบผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น เธอก็จำได้ไม่มีวันลืม

“นี่มันผ้าเช็ดหน้าของฉันนี่นา แล้วทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ”

อรุณฉัตรวกกลับไปคิดเรื่องพ่อเทพบุตรของเธออีกครั้ง แม้ว่าจะผ่านมากว่าอาทิตย์แต่เธอก็ยังจำได้ไม่มีวันลืมเช่นกัน เรือนผมสีน้ำตาลอมทอง ใบหน้าคมได้รูปจมูกโด่งเป็นสัน ผิวขาวสะอาดและเรือนร่างสูงใหญ่ของเขา เหลือก็เพียงสีนัยน์ตาเท่านั้นที่ถูกบดบังไว้ด้วยแว่นสีชาเข้ม หรือจะเป็นเขาจริงๆ ชาร์ลส์คือพ่อเทพบุตรสุดหล่อจริงๆ หรือ

เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง และก็เห็นเสื้อสูทที่พาดอยู่กับราวหน้าห้องน้ำ และทันทีที่คว้ามันได้ เธอก็ยกมันจ่อจมูกทันที

“โอ...พระเจ้า คุณคือคนนั้นจริงๆ ด้วย!” 

ครูสาวยิ้มอย่างดีใจ เธอจำกลิ่นพ่อเทพบุตรสุดหล่อได้ โอ...พระเจ้า อย่างนี้เขาเรียกว่าบุพเพสันนิวาสใช่ไหม ต้องเป็นบุพเพแน่ๆ คุณชาร์ลส์ของเอลลี่ 

ขณะที่อรุณฉัตรกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งภาพฝันอันบรรเจิด เจ้าของห้องที่หญิงสาวตามหาก็ปรากฏกายที่หน้าห้องน้ำ ทิ้งระยะห่างจากร่างบอบบางเพียงหนึ่งช่วงตัวเท่านั้น

ร่างสูงโปร่งของชาร์ลส์ยืนนิ่งงันอยู่หน้าห้องน้ำในสภาพที่ทั่วทั้งร่างมีผ้าเช็ดตัวเพียงผืนเดียว แต่กระนั้นมันก็มิได้พันไว้ที่รอบเอวสอบ แต่กลับคล้องไว้รอบคอแกร่งแบบลวกๆ ก็ใครจะไปนึกละว่าพอเปิดประตูห้องน้ำออกมาจะเจอสาวแปลกหน้ากำลังยืนดมเสื้อของเขาอยู่

นัยน์ตาสีเทาเซ็กซี่ทอดตรงไปยังสตรีแปลกหน้าที่บุกรุกเข้ามาในห้องเขาด้วยความงุนงง เจ้าหล่อนเป็นใคร และจะยืนดมเสื้อกันอีกนานไหม

“เสื้อนั่นไม่ได้ซักมาสามวันแล้ว แต่ถ้าเธอชอบกลิ่นมันนักฉันยกให้เอาไหมล่ะ” เขาถามออกไปแล้วยกสองแขนขึ้นกอดอก รอดูว่าเจ้าหล่อนจะตอบเช่นไร แต่ดูเหมือนว่าหล่อนจะยังไม่หลุดจากภวังค์ ความจริงแล้วแค่เห็นเพียงเสี้ยวหน้า เขาก็ว่าหล่อนหน้าคุ้นๆ ชอบกล

บทก่อนหน้า
บทถัดไป