บทที่ 9 EP 2/2 ข้อตกลงอันร้อนแรง

“ฉันเกลียดคุณ...โจนาธาน คุณเป็นผู้ชายที่สารเลวที่สุดที่ฉันเคยพบมาเลย” นิลอรบอกอย่างสุภาพที่สุดแล้วลุกจากเก้าอี้นั่งอยู่ แล้ววิ่งขึ้นไปชั้นบนของบ้าน ตอนนี้สิ่งที่เธออยากทำก็คือปลดปล่อยน้ำตาออกมาล้างแผลใจสักลิตรสองลิตร เธอไม่น่าพบเจอกับเขาในวันนี้เลย ไม่น่าเลย!

“แองจี้! เรายังคุยกันไม่จบนะ!” 

หนุ่มใหญ่พยายามรั้งนางฟ้าคนสวยไว้ด้วยสิ่งที่พวกเขากระทำค้างอยู่ 

“เราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้วโจนาธาน! กลับไปซะ กลับไปหาเมียของคุณโน่น อย่ามายุ่งกับเราอีก ไม่อย่างนั้นฉันจะพาลูกหนีไปไห้ไกลเลย” 

คุณแม่ลูกสองทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นแล้ววิ่งขึ้นบันได เธอแทบจะกระโจนเข้าห้องนอนทันทีที่มือแตะลูกบิดประตู ร่างอรชรโถมกายลงบนที่นอนหนานุ่ม ปล่อยเส้นผมสีนิลดุจราตรีกาลให้แผ่สยายบนหมอนหนุน 

นิลอรร้องไห้จนหมอนเปียกชุ่ม ร้องตั้งแต่สามทุ่มกว่าๆ จนกระทั่งนาฬิกาบนฝาผนังตีบอกเวลาเที่ยงคืน 


เวลาเที่ยงคืนวันเดียวกัน

โจนาธานยังนั่งอยู่ชั้นล่างของบ้านหลังน้อย เขาครุ่นคิดถึงสิ่งที่นิลอรบอกกล่าว ถ้านิลอรพูดความจริงแล้วเรื่องมันออกมาในรูปนี้ได้อย่างไร แล้วใครล่ะที่เป็นเจ้าของจดหมายนั่น แล้ว...

“บ้าฉิบ! ถ้าแกไม่ทำลายมันทิ้ง ป่านนี้แกคงหาตัวการที่ทำเรื่องชั่วๆ นั่นได้แล้ว บัดซบจริงๆ”

กรี๊ดดด!!!

เสียงกรีดร้องของใครบางคนดังขึ้นที่ชั้นบน โจนาธานหยุดความคิดของเขาเอาไว้เพียงเท่านั้นแล้ววิ่งไปที่บันไดทันที

นิลอรแทบจะกระชากชุดนอนออกมาจากตู้เสื้อผ้าเมื่อได้ยินเสียงลูกน้อย งานนี้ไม่ใครก็ใครได้ฝันร้ายแน่นอน แล้วถ้าคนหนึ่งร้องละก็ อีกคนก็จะร้องตามอย่างไม่ต้องสงสัย และคนที่ต้องเหนื่อยปลอบก็คงไม่พ้นคนที่เป็นมารดา เธอรีบเปิดประตูออกไปหาลูกๆ ทันทีที่มั่นใจว่าสวมชุดนอนเรียบร้อยแล้ว

บางครั้งนิลอรก็นึกสมเพชเวทนาโชคชะตาของตัวเอง เธอตั้งท้องตั้งแต่อายุยี่สิบเอ็ดและกลายเป็นคุณแม่ลูกสองผู้มีภาระล้นมือ เธอไม่มีญาติเพราะโตมาจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า อาศัยพี่ชายที่แสนดีอย่างวาโยซึ่งในตอนนั้นติดพันรักมั่นอยู่กับวีนุตตราผู้เป็นพี่สาว คอยส่งเสียเลี้ยงดู จนกระทั่งวันเวลาที่พ้นผ่านกับเรื่องราวมากมายยุ่งเหยิง ส่งให้เธอต้องไปอยู่ในความดูแลของตาแก่โจนาธาน และโชคชะตาก็เล่นตลกให้เธอต้องจากเขามาในวันหนึ่ง 

ช่วงที่กลับมาจากสิงคโปร์ใหม่ๆ เธอนำเงินทองที่เขาเคยหยิบยื่นให้รวบรวมกับเงินเก็บของพี่สาวเพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายรายเดือน มันช่วยประคับประคองชีวิตมาได้ในช่วงที่ลำบากที่สุด คิดๆ ดูแล้วสวรรค์ยังกลั่นแกล้งเธอไม่หนำใจกระมัง ถึงได้ส่งตัวแสบมาให้เธอเลี้ยงทีเดียวถึงสองคน ครั้นจะละทิ้งก็เหมือนว่าภาพตัวเองในวัยเยาว์ซึ่งเติบโตในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าจะตามมาหลอกหลอน สุดท้ายเลยต้องเลยตามเลย เลี้ยงดูสองแสบมาจนทุกวันนี้ 

แต่เธอก็ไม่ปฏิเสธเลยว่าทุกครั้งที่มองหน้าลูกๆ ความสุขและความภาคภูมิใจมันก็กระจ่างในหัวใจทุกครั้ง ใครจะเชื่อละว่านางร้ายอย่างนิลอรจะสามารถเป็นแม่ของใครได้ ที่สำคัญกว่านั้น เธอเป็นแม่ของเด็กทีเดียวถึงสองคน แม่ที่เลี้ยงลูกตามลำพังโดยไม่เคยแบมือขอความเมตตาจากใครเลย

“เจค! เจส! โอ...ไม่!”

นิลอรไม่อยากเชื่อสายตาว่าใครนอนอยู่กลางเตียงของลูกๆ เตียงเด็กขนาดพอเหมาะตอนนี้ถูกเลื่อนเข้ามาชิดกัน สองแสบซึ่งมีน้ำตาเปรอะเปื้อนใบหน้ากำลังนอนหนุนแขนล่ำๆ ของตาแก่โจนาธานที่นอนอยู่ตรงกลาง เขาไม่ได้เช็ดน้ำตาให้ลูกๆ แต่กางหนังสือนิทานไว้บนอกและกำลังอ่านมันให้เด็กๆ ฟัง เขากำลังจูงใจคนที่ร้องกรี๊ดๆ เมื่อครู่ให้มาสนใจนิทานแทน

คุณแม่ลูกสองเดินเข้าไปเงียบๆ นั่งลงช้าๆ ก่อนจะเอนกายลงข้างลูกชาย มือข้างหนึ่งค้ำยันใต้ท้ายทอยเพื่อจะได้มองเห็นรูปภาพสีสดในหนังสือนิทานเรื่องลูกหมูสามตัว โจนาธานเล่าไปเรื่อยๆ เธอและลูกๆ ก็ฟังไปเรื่อยๆ จนจบ เขาปิดนิทานลงแล้วโอ้อวดความรู้เรื่องนิทานให้ลูกๆ ได้ภาคภูมิใจ

“แด็ดดีว่าคราวหน้าแด็ดดีเอาหนังสือนิทานมาฝากเจคกับเจสซี่ ดีกว่า อืม...เรื่องนั้นไง อาไรน้า...อ้อๆ จำได้ละ ซินเดอร์เรลล่า” 

เขาพูดกับลูกๆ พร้อมรอยยิ้มพร่างพราย นิลอรหรี่ตาอาฆาต เขาช่างบังอาจมาต่อท้ายยัยเจสของเธอว่าเจสซี่ มันน่ารักกว่าเดิมตรงไหน

“ม่ายเอา เจคเบื่อซิงเดอร์เลล่า” เจคน้อยคัดค้าน

“แต่เจสซี่เอาค่า เจสซี่อยากเป็นเจ้าหญิงมีเจ้าชายใส่ลองเท้าให้”

โจนาธานครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะคัดค้านบุตรสาวออกไป

“แต่เจ้าหญิงต้องกินแอปเปิลพิษของแม่มดใจร้ายนะครับลูก ม่ายเอาอ่า แด็ดดีไม่อยากให้ลูกๆ เจอกับแม่มดใจร้าย” 

สองแฝดลุกมาจ้องตากันแล้วเกาศีรษะแกรกๆ พลางเห็นพ้องต้องกันว่า ทำไมซินเดอร์เรลล่าฉบับแด็ดดีถึงมีแม่มดใจร้ายหว่า

นิลอรหรี่ตาลงอย่างเหนื่อยหน่ายแล้วปรายหางตาพิฆาตมาสยบพ่อของลูก เขาเลอะเลือนไปแล้วหรือถึงได้บอกว่าซินเดอร์เรลล่ากินแอปเปิลพิษ ตาแก่สมองกลวงเอ๊ย!

“อะแฮ่ม! นั่นมันสโนว์ไวท์ไม่ใช่เหรอ” นิลอรเตือนความจำ

“ใช่!!” สองแฝดร้องขึ้นพร้อมกันเพื่อช่วยยืนยันคำชี้แจงของมารดา

“อ้าวเหรอ...แหะๆ สงสัยแด็ดดีทำงานมากไปเลยเบลอ เอ...รู้สึกว่าแด็ดดีจาหายใจไม่ค่อยออก โอ๊ย...สลบดีกว่า”

สองแฝดหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นบิดาแกล้งตายเพื่อให้พ้นความอับอายในคราวนี้ แล้วฝ่ายเจ้าเจคตัวดีก็โพล่งเรื่องสนุกของเขา ซึ่งผู้เป็นบิดาอยากจะกอดคอหอมแก้มแรงๆ สักสองสามที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป