บทที่ 7 ตราบาปพิศวาส EP7
“สวัสดีค่ะบอส วันนี้อารมณ์ดีเป็นพิเศษเลยนะคะ” ดลดาหรือที่พนักงานในโรงแรมมักจะเรียกกันติดปากว่าป้าดาเอ่ยทักทายผู้เป็นนายด้วยรอยยิ้ม หญิงวัยกลางคนทำหน้าที่เลขานุการหน้าห้องมาหลายปีจนรู้ใจเจ้านายหนุ่มเป็นอย่างดี
“ไม่มีอะไรหรอกครับป้าดา วันนี้ผมมีตารางงานอะไรบ้างครับ” อชิรวิทธิ์เอ่ยถามขณะเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเลขานุการ
“วันนี้บอสมีเซ็นเอกสารสรุปยอดจากฝ่ายการตลาดและฝ่ายบัญชีค่ะ ป้าเตรียมแฟ้มทั้งหมดวางไว้บนโต๊ะในห้องทำงานเรียบร้อยแล้วค่ะ”
“ขอบคุณมากครับป้าดา รบกวนขออเมริกาโน่ร้อนให้ผมสักแก้วด้วยนะครับ” ชายหนุ่มสั่งเครื่องดื่มประจำตัวก่อนจะผลักประตูไม้บานใหญ่เข้าไปภายในห้องทำงานส่วนตัว เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้บุนวมตัวหนาพลางถอนหายใจยาว
เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นเตือน หน้าจอปรากฏชื่อของสุจิรา ชายหนุ่มกดรับสายทันทีเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายต้องรอนาน
“ซูซี่ตื่นแล้วเหรอครับ”
“เชนใจร้ายมากเลยนะคะที่หนีลงมาทำงานโดยไม่ยอมปลุกซูซี่” น้ำเสียงกระเง้ากระงอดดังมาจากปลายสาย
“ผมเห็นคุณกำลังหลับสนิทก็เลยไม่อยากกวนนี่ครับ อีกอย่างถ้าผมปลุกคุณ เราสองคนคงไม่ได้ลุกจากเตียงแน่ๆ” อชิรวิทธิ์หยอดคำหวานกลับไปอย่างรู้ทันอารมณ์ของหญิงสาว
“ไม่ต้องมาแก้ตัวเลยนะคะ ซูซี่งอนคุณจริงๆ ด้วย ว่าแต่เชนจะไปส่งซูซี่ที่สนามบินใช่ไหมคะ”
“แน่นอนครับ เดี๋ยวผมเคลียร์เอกสารตรงนี้เสร็จแล้วจะรีบตามไปเจอกันที่สนามบินเลยนะครับที่รัก”
ชายหนุ่มวางสายแล้วลงมือจัดการกับกองเอกสารตรงหน้าอย่างรวดเร็ว เขาเป็นคนทำงานเก่งและเด็ดขาด ธุรกิจโรงแรมภายใต้การบริหารของเขาเติบโตอย่างก้าวกระโดดจนกลายเป็นโรงแรมระดับห้าดาวที่นักธุรกิจและนักท่องเที่ยวต่างหมายปอง
ช่วงสายของวัน อาคารผู้โดยสารขาออกของสนามบินสุวรรณภูมิเนืองแน่นไปด้วยผู้คน สุจิราในชุดพรางตัวมิดชิดสวมหมวกปีกกว้างและแว่นตากันแดดแบรนด์เนมอันใหญ่ยืนรอชายคนรักด้วยความกระวนกระวายใจ อชิรวิทธิ์กึ่งเดินกึ่งวิ่งตรงเข้ามาหาหล่อน ชายหนุ่มมีสีหน้าเร่งรีบเนื่องจากสภาพการจราจรที่ติดขัดอย่างหนักทำให้เขามาถึงช้ากว่ากำหนด
“ผมขอโทษที่มาสายครับซูซี่ รถติดมากจริงๆ” ชายหนุ่มเอ่ยขอโทษพร้อมกับรวบมือบางมากุมไว้
“ซูซี่นึกว่าเชนจะมาไม่ทันส่งซูซี่เสียแล้ว” นางแบบสาวต่อว่าด้วยความน้อยใจ
“ผมต้องมาทันสิครับ ใครจะยอมปล่อยให้แฟนคนสวยบินไปทำงานตั้งหนึ่งเดือนโดยไม่ได้ร่ำลากันล่ะ” อชิรวิทธิ์รั้งร่างบางเข้ามากอดหลวมๆ สุจิราพยายามขืนตัวออกเล็กน้อยเพราะกลัวตกเป็นเป้าสายตาของนักข่าว
“อย่าทำรุ่มร่ามสิคะเชน เดี๋ยวมีคนมาเห็นเข้าจะเป็นข่าวนะคะ”
“ผมไม่สนใจหรอกครับ ใครจะมองก็ช่างเขา”
“แต่ซูซี่แคร์ภาพลักษณ์ของตัวเองนี่คะ เอาเป็นว่าซูซี่ต้องไปแล้ว เชนอยู่ที่นี่ก็ห้ามทำตัวเหลวไหลห้ามแอบไปกะลิ้มกะเหลี่ยผู้หญิงคนไหนเด็ดขาดนะคะ ถ้าซูซี่จับได้ซูซี่เอาคุณตายแน่” สุจิราขู่เสียงเข้มก่อนจะเขย่งปลายเท้าขึ้นหอมแก้มชายหนุ่มฟอดใหญ่แล้วหมุนตัวเดินเข้าไปยังจุดตรวจค้น
อชิรวิทธิ์มองตามแผ่นหลังของหญิงสาวจนลับสายตา ริมฝีปากหยักลึกกระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจ ชีวิตโสดอันแสนอิสระของเขากำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนเต็มนี้ ชายหนุ่มหมุนตัวเดินกลับไปยังลานจอดรถเพื่อมุ่งหน้าไปยังสถานบันเทิงชื่อดังที่เขาเป็นเจ้าของ ค่ำคืนนี้เขาต้องการปลดปล่อยความตึงเครียดให้เต็มที่
ตัดภาพมาที่คอนโดมิเนียมหรูย่านใจกลางเมือง สองสาวเพื่อนซี้กำลังนั่งคุยกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่นหลังจากรับประทานอาหารค่ำเสร็จเรียบร้อย วันพรุ่งนี้คือวันสำคัญที่พวกเธอจะได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรตามที่มุ่งหวังไว้ และในวันมะรืนทั้งคู่ก็มีนัดสัมภาษณ์งานรอบสุดท้ายที่โรงแรมปรินซ์สตาร์พาเลซ
“ฉันตื่นเต้นจนมือเย็นไปหมดแล้วเก๋ พรุ่งนี้เราจะได้รับปริญญากันแล้วจริงๆ” ปานดาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายด้วยความปีติ
“ฉันก็ตื่นเต้นเหมือนกันดาว ไม่คิดเลยว่าคนอย่างฉันจะเรียนจบพร้อมแกได้ งานนี้ต้องยกความดีความชอบให้แกเต็มๆ เลยนะที่คอยจ้ำจี้จ้ำไชลากฉันไปเรียนจนจบมาได้” ชลธิชาโผเข้ากอดเพื่อนรักด้วยความขอบคุณ
“เราเป็นเพื่อนกันก็ต้องช่วยเหลือกันสิเก๋ พรุ่งนี้รับปริญญาเสร็จ วันมะรืนเราก็ต้องไปสัมภาษณ์งานด้วยกันอีก ขอให้เราสองคนได้งานที่โรงแรมนี้ด้วยกันเถอะนะ” ปานดาวพนมมืออธิษฐานอย่างตั้งใจ
“ฉันว่าเราสองคนต้องผ่านฉลุยแน่นอน แกก็เก่งระดับเกียรตินิยม ส่วนฉันก็หน้าตาดีขนาดนี้ ใครไม่รับก็ตาบอดแล้ว ว่าแต่ผู้บริหารที่จะมาสัมภาษณ์เราเป็นใครกันนะ ฉันหวังว่าเขาจะหล่อและรวยเผื่อฉันจะได้เปลี่ยนสถานะจากพนักงานไปเป็นคุณนายเจ้าของโรงแรมแทน” ชลธิชาพูดติดตลกพลางหัวเราะร่วน
“เลิกเพ้อเจ้อได้แล้วเก๋ ตั้งใจสัมภาษณ์ให้ผ่านก่อนเถอะ” ปานดาวส่ายหน้าอย่างอ่อนใจกับความช่างฝันของเพื่อนรัก ก่อนที่ทั้งสองจะหัวเราะประสานเสียงกันอย่างมีความสุข
