บทที่ 8 ตราบาปพิศวาส EP8
ณ สถานบันเทิงระดับไฮเอนด์ย่านทองหล่อ แสงไฟนีออนสาดส่องตัดกับความมืดมิดของยามราตรี รถยนต์หรูหลายสิบคันจอดเรียงรายอยู่ด้านหน้า อชิรวิทธิ์ก้าวลงจากรถสปอร์ตคันเก่ง ชายหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มปลดกระดุมบนสามเม็ดเผยให้เห็นแผงอกรำไร กางเกงสแล็กเข้ารูปส่งเสริมให้ช่วงขาดูยาวและสง่างาม ทุกย่างก้าวของเขาดึงดูดสายตาของผีเสื้อราตรีสาวสวยที่มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ ทว่าชายหนุ่มกลับไม่สนใจใครนอกจากชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันที่เดินรี่เข้ามาต้อนรับ
“สวัสดีครับบอสใหญ่ วันนี้ลมอะไรหอบมาถึงคลับได้ครับเนี่ย นึกว่าหลงเสน่ห์นางแบบคนสวยจนลืมทางมาร้านเสียแล้ว” กรวุธ ผู้จัดการร้านหนุ่มหล่อเอ่ยแซวเจ้านายอย่างสนิทสนม
“เลิกพูดมากได้แล้วไอ้กร ไปจัดห้องวีไอพีให้ฉันที ขอเครื่องดื่มชุดใหญ่ด้วย อย่าชักช้านะฉันกำลังหงุดหงิด” อชิรวิทธิ์ตัดบทก่อนจะเดินล้วงกระเป๋าขึ้นบันไดไปยังชั้นสองซึ่งเป็นโซนส่วนตัวสำหรับลูกค้าระดับวีไอพี
กรวุธมองตามแผ่นหลังกว้างของเจ้านายด้วยรอยยิ้มรู้ทัน ท่าทางแบบนี้คงกำลังมองหาคู่นอนแก้เหงาสักคนแน่ๆ ผู้จัดการหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบร้านจนกระทั่งสะดุดตากับสาวสวยหุ่นเซ็กซี่คนหนึ่งที่กำลังนั่งดื่มค็อกเทลอยู่ที่บาร์ กรวุธสั่งพนักงานเสิร์ฟให้นำกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ ไปส่งให้หญิงสาวคนนั้นพร้อมกับเครื่องดื่มแก้วใหม่
เกศรา หญิงสาวเจ้าของเรือนร่างเย้ายวนในชุดเดรสเกาะอกสีแดงเพลิงรับกระดาษโน้ตมาอ่าน เธอยกยิ้มมุมปากเมื่อรู้ว่าคนที่ส่งมาคือใคร หญิงสาวคว้าแก้วเครื่องดื่มแล้วเดินนวยนาดขึ้นไปยังชั้นสองทันที
เสียงเคาะประตูห้องวีไอพีดังสามครั้งก่อนที่บานประตูจะเปิดออก อชิรวิทธิ์นั่งจิบเครื่องดื่มอยู่บนโซฟาหนังตัวใหญ่ ชายหนุ่มไล้สายตามองสำรวจเรือนร่างของแขกผู้มาเยือนอย่างจาบจ้วง
“คุณเชนเรียกเกรซมามีอะไรให้รับใช้เหรอคะ” เกศราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อยพลางทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้างชายหนุ่ม
“ผมแค่อยากทำความรู้จักกับคุณให้ลึกซึ้งขึ้นอีกนิดน่ะครับ” อชิรวิทธิ์ตอบพร้อมกับวางแก้วเครื่องดื่มลงบนโต๊ะกระจก
“ลึกซึ้งระดับไหนดีคะ” หญิงสาวขยับเข้าไปใกล้จนทรวงอกอวบอิ่มเบียดชิดกับท่อนแขนแกร่ง
ชายหนุ่มไม่ตอบคำถามแต่กลับคว้าเอวคอดรั้งร่างบางเข้ามาแนบชิด ริมฝีปากหยักลึกประกบจูบหญิงสาวอย่างเร่าร้อนและเอาแต่ใจ เกศราตอบรับสัมผัสนั้นอย่างถึงพริกถึงขิง สองร่างเกี่ยวพันกันบนโซฟาตัวกว้าง เสื้อผ้าชิ้นน้อยถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นจนเหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่า อชิรวิทธิ์ตักตวงความสุขจากเรือนร่างตรงหน้าอย่างตะกละตะกลาม บทสวาทดำเนินไปอย่างดุเดือดและยาวนานจนกระทั่งทั้งคู่บรรลุถึงจุดหมายปลายทาง
ชายหนุ่มลุกขึ้นสวมใส่เสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว เขาหยิบธนบัตรปึกใหญ่โยนลงบนโต๊ะเป็นค่าตอบแทนสำหรับความสำราญในค่ำคืนนี้
“ขอบคุณสำหรับความสุขนะคะเชน คุณเร่าร้อนจนเกรซไม่อยากไปจากคุณเลย” เกศราเอ่ยเสียงหวานขณะหยิบธนบัตรใส่กระเป๋า เธอจงใจวางนามบัตรของตัวเองทิ้งไว้บนโต๊ะหวังจะสานสัมพันธ์ต่อ
“ขอบใจมากเกรซ ตอนนี้ผมต้องการอยู่คนเดียว เชิญคุณกลับไปได้แล้ว” อชิรวิทธิ์เอ่ยปากไล่อย่างไร้เยื่อใย
ทันทีที่บานประตูห้องปิดลง ชายหนุ่มก็ปรายตามองนามบัตรที่วางอยู่บนโต๊ะ รูปถ่ายของหญิงสาวในชุดชั้นในวาบหวิวพร้อมเบอร์โทรศัพท์ทำให้เขาแค่นหัวเราะออกมาอย่างสมเพช
“ผู้หญิงก็มักง่ายแบบนี้กันหมด เห็นแก่เงินจนยอมทอดกายให้ใครง่ายๆ”
อชิรวิทธิ์ขยำนามบัตรใบนั้นจนยับยู่ยี่แล้วโยนลงถังขยะอย่างไม่ไยดี สำหรับเขาผู้หญิงพวกนี้เป็นได้แค่ของเล่นฆ่าเวลาเท่านั้น ไม่มีใครมีค่าพอให้เขาต้องจดจำหรือใส่ใจแม้แต่น้อย
ตอนที่ 3 แรกพบอีกครั้ง
แฟ้มเอกสารกองโตถูกจัดการอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยด้วยฝีมือของผู้บริหารหนุ่ม อชิรวิทธิ์นั่งจดจ่ออยู่กับตัวเลขผลประกอบการของโรงแรมด้วยสีหน้าเคร่งเครียดตามแบบฉบับของคนที่รักความสมบูรณ์แบบ ทุกตารางนิ้วของการทำงานจะต้องไร้ข้อบกพร่อง ทว่าสมาธิของเขากลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือเครื่องหรู ชายหนุ่มปรายตามองหน้าจอและพบว่าเป็นสายจากสุจิราที่เพิ่งเดินทางไปถึงปารีส เขาจึงจำใจวางปากกาและกดรับสายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การที่เขายอมคบหากับนางแบบสาวไม่ได้แปลว่าเขามอบหัวใจให้เธอทั้งหมด อชิรวิทธิ์รู้ดีว่าความสัมพันธ์นี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความพึงพอใจทางกาย หากวันใดที่เขาค้นพบผู้หญิงที่สามารถทำให้ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเต้นแรงได้อย่างแท้จริง เขาก็พร้อมจะตัดความสัมพันธ์กับสุจิราโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ชายหนุ่มสนทนากับปลายสายเพียงไม่กี่ประโยคเพื่อตัดรำคาญก่อนจะกดวางสาย เป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้น เขาเอ่ยปากอนุญาตให้คนด้านนอกเข้ามาด้านใน
“เชิญครับ”
“บอสคะ ช่วงบ่ายวันนี้บอสมีนัดสัมภาษณ์งานสองตำแหน่งนะคะ คือตำแหน่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและตำแหน่งเลขานุการส่วนตัว บอสจะลงไปสัมภาษณ์เองทั้งสองคนเลยหรือเปล่าคะ” ดลดาเดินเข้ามาพร้อมกับแฟ้มประวัติของผู้ผ่านการคัดเลือกในรอบแรก
“ผมขอดูประวัติของพวกเธอก่อนแล้วจะแจ้งอีกทีนะครับป้าดา” แม้ผู้บริหารระดับเขาไม่จำเป็นต้องลงมาสัมภาษณ์พนักงานด้วยตัวเอง ทว่าอชิรวิทธิ์ให้ความสำคัญกับตำแหน่งเลขานุการส่วนตัวเป็นอย่างมาก เขาต้องการคนที่มีไหวพริบและสามารถทำงานเข้ากับเขาได้ดีที่สุด
“นี่แฟ้มประวัติค่ะบอส” ดลดาวางแฟ้มลงบนโต๊ะทำงานอย่างนอบน้อมก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบเพื่อคืนความเป็นส่วนตัวให้เจ้านาย
