บทที่ 10 สัญญาณบางอย่าง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“เข้ามาเลย” เสียงอิศเรศดังออกมา

“อ้าวนารา มีอะไรทำไมทำหน้าตื่นอย่างนั้น” พรปวีร์ ภรรยาของอิศเรศที่นั่งอยู่ในห้องทักขึ้นด้วยความตกใจเมื่อเห็นสีหน้าพนักงานรุ่นน้อง

“พี่กวาง พี่อั๋น โรงพยาบาลโทรมาบอกว่าอาการหมอตะวันไม่ดีเลย นาราขอลาต่อได้ไหมคะ” พลอยนารารู้ว่าตนเองเพิ่งจะลางานช่วงเช้าเพื่อไปจัดการเรื่องพิมพ์พิชาออกจากโรงพยาบาลและเพิ่งจะกลับมาทำงานไม่ถึงชั่วโมงก็ต้องลางานอีกแล้ว

“ได้สิ ให้พี่ขับรถไปส่งที่โรงพยาบาลดีไหม” พรปวีย์เสนอเพราะกลัวหญิงสาวจะรีบร้อนจนเกิดอุบัติเหตุ

“พี่เห็นด้วยกับพี่กวางนะ ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแบบนี้เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาดีคนจะแย่เอานะ” อิสเรศเป็นห่วงเพราะถ้าพลอยนาราเป็นอะไรไปลูกสาวเธอคงได้กลายเป็นเด็กกำพร้า

“ขอบคุณค่ะพี่อั๋น พี่กวาง แต่นาราว่าเอามอไซค์ไปน่าจะเร็วกว่า”

“ขับช้าๆ นารา” พรปวีร์กำชับ

“ค่ะ นาราจะระวังอย่างดี”

พลอยนาราขี่รถจักรยานยนต์อย่างระมัดระวังเพราะเธอมีลูกสาวที่ต้องดูแล ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเธอพิมพ์พิชาจะอยู่คนเดียวได้ยังไงกัน เพราะหญิงสาวไม่เหลือญาติพี่น้องที่ไหนเลย

“อย่าเป็นอะไรไปเลยนะคะ” เธอได้แต่ภาวนาในใจ

พอมาถึงหญิงสาวก็วิ่งไปยังทิศทางที่คุ้นเคย พลอยนาราไม่กล้าเข้าไปในห้องเพราะตอนนี้มีคนอยู่ในนั้นมากมายเหลือเกิน เธอไม่รู้ว่าในนั้นมีญาติของหมอตะวันรวมอยู่ด้วยหรือเปล่า

“นารา” เสียงเรียกเบา ๆ จากด้านหลังทำให้เธอหันไปมอง

“พี่เปรมคะ... ทำไม... เกิดอะไรขึ้นกับคุณหมอคะ” พลอยนาราละล่ำละลักถามหัวหน้าพยาบาลด้วยความกลัว

“พี่ก็ยังไม่รู้สาเหตุแน่ชัดเหมือนกันจ้ะ อยู่ ๆ อาการหมอตะวันก็ทรุดฮวบลงไปเฉย ๆ หลังจากพี่โทรไปบอกนาราได้ไม่นาน... จู่ ๆ หัวใจท่านก็หยุดเต้นไปรอบหนึ่งจนหมอต้องปั๊มหัวใจช่วยชีวิต” เปรมสุดาอธิบายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“หมอตะวันจะยังอยู่กับเราใช่ไหมคะ”

“หมอเจ้าของไข้บอกว่า... ครั้งนี้อาการวิกฤตมาก ไม่แน่ใจว่าหมอตะวันจะยื้ออยู่ต่อได้อีกนานเท่าไหร่ นารารออยู่ตรงนี้ก่อนนะ พี่ขอเข้าไปช่วยดูความเรียบร้อยข้างในสักหน่อย”

เปรมยุดากลับเข้าไปยังห้องพักผู้ป่วย ตอนนี้ภายในห้องนั้นไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เครื่องมือและอุปกรณ์ทุกอย่างที่จำเป็นถูกขนย้ายเขามาจนเต็มห้อง

“ตอนนี้อาการทรงตัวแล้ว แต่คงต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด ผมจะนอนที่โรงพยาบาล ถ้ามีอัไรเปลี่ยนแปลงโทรตามได้ตลอดนะครับ” หมอเจ้าของไข้หันมาบอกกับบิดามารดาและน้องชายของผู้ป่วย

“ขอบคุณมากครับอาจารย์” วายุกล่าวขอบคุณอาจารย์ที่ดูแลอาการพี่ชายมาตลอด ก่อนจะเดินไปส่งหน้าห้องและตนเองก็กลับเข้าไปหาบิดามารดาในห้องของพี่ชายอีกครั้ง

“คืนนี้ผมจะอยู่เฝ้าที่ซันเอง พ่อกับแม่กลับไปพักก่อนนะครับ” วายุกลัวว่ากลางดึกพี่ชายจะอาการทรุดอีกเขาจึงอาสานอนกับพี่ชายซึ่งก่อนหน้านี้ก็จ้างพยาบาลพิเศษเฝ้าอยู่ตลอด

“ไม่เป็นไรลูก พ่อกับแม่อยากอยู่กับซันให้มากที่สุด” แพทย์หญิงวิภารัตน์ผู้เป็นมารดาเอ่ยเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาคลอเบ้า

“ถ้าอย่างนั้นผมขอไปสั่งงานก่อน แล้วจะกลับมาอยู่ด้วยอีกคนนะครับแม่ อ้อ....แล้วพี่ฟ้าล่ะครับแม่มีใครแจ้งข่าวหรือยัง” เขาถามถึงฑิฆัมพรพี่สาวคนโตที่บังเอิญไปเที่ยวต่างประเทศกับสามี

“แม่โทรไปบอกแล้วล่ะ พี่เขากำลังบินกลับจ้ะแม่ก็ไม่รู้ว่าจะทันมาดูใจซันไหม”

“อย่าเพิ่งพูดแบบนี้สิครับแม่ พี่ซันสู้มาตั้งหลายปี ผมว่าครั้งนี้พี่ก็ต้องสู้ได้ครับ” วายุปลอบใจมารดาแต่ในใจก็หวั่นว่าจะเสียลูกชายคนโตไป

“วินจะไปทำงานก็ไปเถอะ พ่อกับแม่อยู่ตรงนี้ไม่ต้องห่วงนะ”

“ครับพ่อ ผมฝากพ่อดูแลแม่ด้วยนะครับ”

สองสามีภรรยาจับมือกันแน่น ต่างฝ่ายต่างปลอบใจกันและกัน เวลาผ่านมา 4 ปีที่ลูกชายคนโตนอนไม่ได้สติแต่ทั้งสองก็ยังทำใจไม่ได้เลยสักนิด ยิ่งพอมาวันนี้อาการลูกชายทรุดหนัก ทั้งสองคนรู้ดีว่าเหลือเวลาอีกไม่นานลูกชายคนโตคงจะจากทั้งสองไปอย่างไม่มีวันกลับ

เปรมยุดาและพยาบาลรวมถึงเจ้าหน้าที่คนอื่นทยอยเดินออกมาจากห้อง เธอตรงไปหาพลอยนาราที่นั่งรอ

“พี่เปรม อาการหมอตะวันเป็นยังไงบ้าง”

“ตอนนี้สัญญาณชีพกลับมาเป็นปกติแล้วล่ะ แต่อาจารย์หมอบอกว่าต้องคอยสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด”

“นาราอยากไปเยี่ยมหมอตะวันค่ะ ขอนาราเข้าไปในห้องได้ไหม เมื่อกี้นาราเห็นคนเดินออกมาเยอะแล้ว”

“แต่ตอนนี้พ่อกับแม่ของหมอตะวันยังเฝ้าอยู่ในห้องไม่ห่างเลยนะนารา นาราจะเข้าไปตอนนี้จริง ๆ เหรอ” เปรมยุดาถามเพื่อความแน่ใจ

“ถ้าอย่างนั้น นาราขอยืนดูอยู่ห่างๆ ได้ไหมคะ ไม่ให้ท่านเห็นก็ได้” เพราะไม่รู้จะตอบคำถามกับท่านทั้งสองยังไงพลอยนาราเลยเลือกที่จะไม่เผชิญหน้า

“เอาอย่างนี้นะนารา เดี๋ยวพี่จะให้ท่านไปนั่งตรงมุมรับแขกในห้อง นาราค่อยเข้าไปเงียบๆ”

เปรมยุดาอยากให้หญิงสาวได้เจอกับหมอตะวันอีกครั้ง เพราะไม่รู้ว่าครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายของเธอหรือเปล่า

“ได้ค่ะพี่เปรม นาราขอบคุณมากนะคะ”

พลอยนาราเดินตามพยาบาลมายังหน้าห้องพัก เธอได้ยินเสียงเปรมยุดาคุยกับบิดามารดาของหมอตะวันเบาๆ จากนั้นประตูห้องก็เปิดออกแล้วหญิงสาวก็รีบเดินเข้าไปในห้อง

หญิงสาวยืนมองร่างไร้สติของผู้มีพระคุณ ในใจสวดภาวนาให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้เขาปลอดภัยก่อนจะเดินกลับออกมา

“พี่เปรมคะ นาราของคุณมากนะคะ พี่เปรมจะว่าอะไรไหมถ้าช่วงนี้นาราจะมาเยี่ยมหมอตะวันบ่อยๆ แต่นาราจะไม่ให้ญาติของหมอตะวันเห็น”

“ถ้าอย่างนั้นนาราโทรถามพี่ก่อนนะ”

“ขอบคุณค่ะพี่เปรม นาราขอตัวก่อนนะคะ”

“ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงพี่จะโทรหานะ” เปรมยุดาบอกด้วยความเห็นใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป