บทที่ 11 บอกลา
พลอยนาราเดินทางกลับจากโรงพยาบาลด้วยความรู้สึกโดดเดี่ยวและเคว้งคว้างอย่างที่สุด ภาพร่างกายของหมอตะวันที่เต็มไปด้วยสายระโยงระยางและลมหายใจที่แผ่วเบาในวันนี้ มันดูย่ำแย่และวิกฤตกว่าทุกครั้งที่เธอเคยมาเห็น เปรมสุดาแอบมากระซิบเตือนให้เธอพยายามทำใจเนิ่น ๆ เพราะมีโอกาสสูงมากที่ชายหนุ่มจะจากไปได้ทุกเมื่อ
หญิงสาวไม่รู้จะบอกเล่าเรื่องราวนี้ให้กับใครฟัง ถ้าหมอตะวันจากไปจริงๆ ก็เท่ากับว่าจากนี้ชีวิตของเธอจะเหลือกันแค่สองคนแม่ลูกเท่านั้น
“คุณแม่ขา เป็นอะไรหรือเปล่าคะ น้องพราวเรียกตั้งนานแล้วคุณแม่ไปตอบสักที” เด็กหญิงเดินเข้ามากอดแล้วมองหน้ามารดาตาแป๋ว
“แม่ขอโทษนะคะน้องพราว แม่เหนื่อยนิดหน่อยค่ะ” พลอยนาราพยายามยิ้มให้ลูกสาว
“ถ้าอย่างนั้นคุณแม่ต้องดื่มนมเยอะๆ แล้วก็นอนพักนะคะ จะได้หายเหนื่อยและแข็งแรงเหมือนน้องพราว” พิมพ์พิชาบอกอย่างไร้เดียงสา
“ได้สิคะ งั้นเราดื่มนมแล้วไปนอนกันดีไหม นอนพักเยอะๆ แผลจะได้หายเร็ว”
“ค่ะแม่ น้องพราวจะไปโรงเรียนได้ไหมคะ”
“ได้สิลูก อีกตั้งหลายวันกว่าจะหมดช่วงวันหยุดยาวถึงตอนนั้นน้องพราวก็จะหายดีแล้วค่ะ ไม่ได้เจอเพื่อนนานตื่นเต้นไหมคะ”
“ตื่นเต้นค่ะ น้องพราวจะเล่าให้เพื่อนฟังด้วยว่าได้เข้าไปในห้องผ่าตัด”
พลอยนาราอ่านนิทานให้ลูกสาวฟังจากนั้นก็พาเธอเข้านอน และเมื่อพิมพ์พิชาหลับไปแล้วเธอก็โทรศัพท์ไปหาเปรมยุดาอีกครั้ง ตำตอบที่ได้ก็ยังเหมือนเดิม
“พรุ่งนี้เช้า สัก 7 โมง นาราพาน้องพราวมาได้ไหม”
“ได้ค่ะพี่เปรม แล้วนาราจะไม่เจอคนอื่นใช่ไหมคะ” พลอยนาราถามด้วยความกังวลเรื่องญาติของหมอ
“ไม่จ้ะ” เพราะทำงานที่นี่มานานเปรมยุดารู้ดีว่าเวลานั้นเป็นเวลาเวลาที่ปลอดคนและสะดวกที่สุดสำหรับพลอยนารา
เช้าวันต่อมาพลอยนาราปลุกลูกสาวให้ตื่นเช้ากว่าปกติ แม้พิมพ์พิชาจะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องไปเยี่ยมคุณลุงใจดีเช้าแบบนี้แต่เด็กหญิงตัวน้อยก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
พลอยนาราและลูกสาวมาถึงโรงพยาบาลตั้งแต่เช้าตรู่ซึ่งตอนนี้เปรมยุดายังไม่มาทำงาน แต่ก็สั่งลูกน้องไว้แล้วว่าให้คอยอำนวยความสะดวกและดูต้นทางให้กับ
“นารามีเวลาเยี่ยมไม่นานนะคะ เดี๋ยวทุกคนก็คงจะกลับมา”
“แล้วตอนนี้ทุกคนไปไหนกันหมดค่ะ”
“พวกเขากลับไปอาบน้ำค่ะ แต่เดี๋ยวก็คงกลับมา”
“ขอบคุณค่ะ นาราจะรีบเยี่ยมและรีบกลับนะคะ”
หญิงสาวกล่าวขอบคุณพยาบาลก่อนจะพาพิมพ์พิชาเดินเข้าไปในห้องของหมอตะวัน
“คุณแม่คะทำไมวันนี้ที่ตัวคุณลุงมีสายอะไรเยอะแยะไปหมดเลยค่ะ” พิมพ์พิชาถามขึ้นเพราะครั้งล่าสุดที่มาเยี่ยมคุณลุงของเธอยังไม่มีสายพวกนี้
“หมอตรวจสุขภาพคุณลุงค่ะลูกไม่มีอะไรหรอก”
“อ๋อ....” พิมพ์พิชาพยักหน้าและเชื่อตามที่มารดาพูด
“น้องพราวคะ หนูไปยืนใกล้คุณลุงหน่อยนะคะ แม่จะถ่ายรูปให้ค่ะ น้องพราวจะได้เอาไว้ดูตอนที่คิดถึงคุณลุง
เธอรู้ดีแก่ใจว่าการถ่ายรูปในห้องพักผู้ป่วยมันผิดระเบียบและข้อห้ามของทางโรงพยาบาลอย่างร้ายแรง แต่ในวินาทีนี้พลอยนารากลับมีความเห็นแก่ตัวอยากให้ลูกสาวมีรูปถ่ายคู่กับหมอตะวันเก็บไว้ระลึก ความสัมพันธ์ระหว่างเธอ หมอตะวันและพิมพ์พิชามันซับซ้อนเกินกว่าที่เด็กอย่างพิมพ์พิชาจะเข้าใจ แต่หญิงสาวก็ตั้งใจว่าจะเล่าความจริงทุกอย่างให้ลูกสาวฟังเมื่อแกเติบโตและโตพอที่จะเข้าใจโลกมากกว่านี้
“น้องพราวคะ พนมมือขึ้นแล้วบอกลาคุณลุงใจดีนะคะ เราสองคนอาจไม่ได้มาเยี่ยมคุณลุงที่นี่อีกแล้วค่ะ” พลอยนาราบอกลูกเสียงสั่น น้ำตาเริ่มเอ่อคลอ
“ทำไมคะแม่ คุณลุงใจดีจะไปไหนคะ” เด็กหญิงเอียงคอถามด้วยความสงสัย
“บางทีคุณลุงอาจจะต้องย้ายไปอยู่ที่ที่ไกลแสนไกลมากๆ ค่ะลูก” พลอยนาราเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนน้ำตา
“น้องพราวไม่อยากให้คุณลุงไปเลยค่ะ ถ้าคุณลุงไปอยู่ที่อื่นไกลๆ แล้วใครจะพาเราสองคนไปหาพ่อล่ะคะ” เด็กหญิงเบะปาก น้ำตาคลอเบ้าเพราะนึกถึงคำสัญญาที่มารดาเคยบอกว่าคุณลุงคนนี้รู้ว่าพ่อของเธออยู่ที่ไหน
“แม่ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะลูก บางทีถ้าวันข้างหน้าน้องพราวเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ เรียนหนังสือเก่งๆ เราสองคนแม่ลูกอาจจะได้เดินทางไปหาคุณพ่อด้วยกันเองก็ได้นะคะ” พลอยนาราเสียงสั่นกับการโกหกอีกครั้ง
“จริงเหรอคะ ถ้าอย่างนั้นน้องพราวจะตั้งใจเรียนหนังสือ จะไม่ดื้อไม่ซนเลยค่ะคุณแม่” เด็กหญิงรับคำแข็งขัน
“ดีมากจ้ะคนเก่งของแม่ แต่งวันนี้เรารีบกลับกันเถอะนะคะคุณลุงจะได้พักผ่อน”
“คุณลุงขา น้องพราวกับคุณแม่จะกลับแล้วนะคะ คุณลุงจะไปอยู่ที่ไหนอย่าลืมบอกน้องพราวกับแม่นะคะ ถ้าโตขึ้นร้องพราวจะไปตามหาคุณลุงกับคุณพ่อนะคะ”
คำพูดไร้เดียงสาของลูกสาวทำให้พลอยนารากลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่ ทุกคำพูดมันบาดลึกลงไปในหัวใจ ถ้าพิมพ์พิชาโตขึ้นและเข้าใจอะไรได้มากกว่านี้ก็คงดี แต่ในเมื่อเธอยังเด็กพลอยนาราจึงจำเป็นต้องเลือกใช้วิธีโกหกสีขาวแบบนี้ก็ เธอรู้ว่ามันไม่ถูกต้อง แต่หญิงสาวก็ไม่มีทางเลือก เธอไม่มีใครคอยให้คำปรึกษา ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนเลยนอกจากพิมพ์พิชาเพียงคนเดียวเท่านั้น
“หมอคะนาราไปก่อนนะคะ นารารู้ว่าหมอเหนื่อยมากที่ต่อสู้มานาน นาราไม่รู้ว่าครั้งนี้หมอจะสู้ได้อีกหรือเปล่า แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นนาราสัญญาว่าจะดูแลน้องพราวให้ดีที่สุด ถ้าน้องพราวโตขึ้นนาราจะเล่าเรื่องทุกอย่างให้ลูกฟังค่ะ นาราไม่รู้ว่าลูกจะโกรธไหมแต่นาราคิดว่าตัวเองทำดีที่สุดแล้วค่ะ” พลอยนาราพูดกับคุณหมอตะวันเบาๆ เธอไม่รู้ว่าจากนี้จะมีโอกาสมาเยี่ยมเขาอีกไหมเพราะช่วงนี้ญาติของเขาก็คอยมาเฝ้าอยู่ตลอด เธอไม่อยากเจอคนในครอบครัวของเขา และไม่อยากให้พวกเขาเห็นหน้าพิมพ์พิชา
