บทที่ 12 แล้ววันนั้นก็มาถึง

ตั้งแต่วันที่พลอยนาราพาลูกสาวไปเยี่ยมหมอตะวันจิตใจของหญิงสาวก็ไม่เคยอยู่กับเนื้อกับตัว หลังเลิกงานเธอโทรศัพท์ไปถามอาการของคุณหมอกับเปรมยุดาอยู่ทุกวันเพื่อหวังจะได้รับฟังข่าวดีในสักวัน

แต่แล้วโลกทั้งใบของพลอยนาราพังทลายทันทีเมื่อได้รับสายจากเปรมยุดาหัวหน้าพยาบาลว่าตอนนี้หมอตะวันได้จากไปอย่างสงบแล้ว เธอแทบทำอะไรแทบไม่ถูก

แม้วันก่อนจะไปเยี่ยมอาการของหมอตะวันและพยายามทำใจมาแล้วระดับหนึ่งแต่พอมาถึงวันนั้นจริงๆ หญิงสาวกลับรู้สึกเสียใจจนแขนขาแทบไม่มีแรง เขาจากไปเร็วเกินไป เขาจากไปทั้งที่ยังไม่มีโอกาสได้เห็นว่าลูกสาวที่เขารอคอยนั้นโตขึ้นมาน่ารักและน่าเอ็นดูมากแค่ไหน

หญิงสาวร้องไห้อยู่ในห้องน้ำตั้งแต่ได้รับสาย  ร้องจนแทบไม่เหลือน้ำตาอีกแล้ว พลอยนาราสัญญากับตัวเองว่าครั้งนี้จะเป็นการร้องไห้ครั้งสุดท้าย จากนี้เธอจะต้องเข้มแข็งเพื่อพิมพ์พิชา

แม้หนทางข้างหน้าจะมืดมนไปหมด แต่เธอต้องไม่แสดงความอ่อนแอออกมาให้ใครเห็น ในเมื่อโชคชะตากำหนดให้เธอต้องดูแลลูกสาวตามลำพังนับจากนี้ เธอก็พร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่ในคนเดียวกันให้สมบูรณ์ที่สุด

เวลาผ่านไปนานพลอยนารายังร้องไห้อยู่ที่เดิมรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงลูกสาวเรียกหาเพราะตื่นมาได้เจอแม่ของตัวเอง

“คุณแม่ขา....คุณแม่อยู่ไหนคะ” เพราะตื่นมาแล้วไม่เจอมารดาเด็กสาวจึงรีบวางออกมาและตะโกนเรียกหา

“แม่เข้าห้องน้ำค่ะน้องพราว” เธอรีบล้างหน้า แต่ก็ไม่อาจปิดดวงตาที่บวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักเลยสักนิด หญิงสาวถือผ้าเช็ดทำทีเป็นเช็ดหน้าเพราะกลัวลูกสาวจะเห็น พอเปิดประตูห้องออกมาพิมพ์พิชาก็รออยู่ที่หน้าประตูห้องน้ำแล้ว

“น้องพราวตกใจหมดเลยค่ะที่ตื่นมาแล้วมาเจอแม่” พิมพ์พิชากอดขามารดาไว้แน่น

“แม่ขอโทษจ้ะ พอดีแม่เข้าห้องน้ำนานไปหน่อย นี่น้องพราวก็จะเข้าห้องน้ำใช่ไหมคะ”

“ใช่ค่ะแม่ น้องพราวอยากรีบไปโรงเรียนค่ะ หยุดยาวตั้งหลายวันน้องพราวตื่นเต้นค่ะ” เด็กหญิงฉีกยิ้มกว้าง แววตาเป็นประกาย

“นั้นสินะ แม่ลืมไปเลย เดี๋ยวแม่เตรียมอาหารเช้ารอนะคะ น้องพราวอาบน้ำแต่งตัวเองได้หรือเปล่าคะคนเก่ง”

“ได้นิดหน่อยค่ะแม่” เด็กหญิงตอบอย่างภาคภูมิใจ

เพราะเธอฝึกให้ลูกสาวช่วยตัวเองมาตลอด ตอนเช้าจึงไม่ได้วุ่นวายมาก เธอเพียงแค่ตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนออกจากบ้านอีกครั้งก็พอ

ลูกสาวเดินเข้าห้องน้ำไปแล้ว พลอยนารารีบเปิดลิ้นชักหาเครื่องสำอางเพราะอย่างน้อยมันก็ช่วยปกปิดรอยช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักได้

พอส่งลูกสาวที่โรงเรียนพลอยนาราก็มาทำงาน แต่ตลอดทั้งวันแทบไม่มีสมาธิเลยสักนิด จนกระทั่งถึงเวลาเลิกงาน พลอยนาราไม่ต้องรีบไปรับลูกสาวเพราะบอกกับยายสายทิพย์ไว้แล้วว่าเธอจะกลับช้า

“นาราไหวไหม” พรปวีร์ถามอย่างห่วงใยและสังเกตมาทั้งวันว่าพลอยนาราคงกำลังเศร้าที่หมอตะวันจากไป

“ไหวค่ะ พี่กวาง” เธอฝืนแห้งๆ

“เย็นนี้ว่างไหม รีบกลับไปรับน้องพราวหรือเปล่า” อิศเรศเดินออกมาถามต่อ

“ไม่หรอกค่ะ วันนี้นาราฝากยายทิพย์ให้ไปรับน้องพราวแล้วค่ะ พี่กวางมีงานเพิ่มเหรอคะ”

“นารารู้ข่าวหมอตะวันแล้วใช่ไหม” เพราะตอนนี้ในสำนักงานเหลือแค่พลอยนาราที่เป็นพนักงานเพียงคนเดียวพรปวีร์เลยกล้าพูดเรื่องหมอตะวัน

“ค่ะพี่กวาง นารารู้เมื่อเช้า” หญิงสาวก้มหน้าตอบ เสียงเริ่มสั่นเล็กน้อย

“เย็นนี้พี่กับพี่อั๋นจะไปงานสวดพระอภิธรรมศพที่วัด ก็เลยอยากชวนนาราไปด้วย”

คำเชิญนั้นทำให้พลอยนารายิ้มออกครั้งแรกของวันนี้ เพราะเธออยากไปงานศพของเขามากแต่ไม่รู้จะไปยังไงและจะไปในฐานะอะไร

“ขอบคุณนะคะพี่กวาง ที่ชวนนารา พี่กวางคะนาราพาน้องพราวไปด้วยได้ไหม นาราอยากพาน้องพราวไปกราบศพหมอตะวัน” หญิงสาวอยากให้พิมพ์พิชาไปลาเขาเป็นครั้งสุดท้าย

“พี่ก็อยากให้น้องพราวไปกราบศพคุณหมอเหมือนกัน แต่ถ้าเกิดคนในงานหรือญาติๆ ของคุณหมอเกิดสงสัยในรูปร่างหน้าตาของเด็กขึ้นมาล่ะ นาราคิดว่าผลลัพธ์มันจะเป็นยังไง นาราพร้อมที่จะเปิดเผยเรื่องทั้งหมดให้ทุกคนรับรู้ในตอนนี้แล้วใช่ไหมจ๊ะ” พรปวีร์เตือนสติด้วยเหตุผล

“ไม่ค่ะ นาราอยากให้ทุกอย่างเป็นความลับค่ะ อีกอย่างถ้านาราพูดความจริงออกไปใครจะเชื่อล่ะคะ เขาคงคิดว่านาราเป็นพวกต้มตุ๋นค่ะ”

“แต่เรามีหลักฐานนี่นารา พี่กับพี่อั๋นก็จะช่วยยืนยันด้วย”

“พี่กวางคะ นารากลัวจะเสียลูกไปค่ะ นาราขอร้องนะคะพี่อย่าบอกเรื่องนี้กับใคร” หญิงสาวอ้อนวอนเพราะเธอกลัวว่าเมื่อความจริงปรากฏเธอจะต้องเสียพิมพ์พิชาแก้วตาดวงใจของเธอไปให้คนอื่นเพราะถ้าว่ากันตามหลักฐานแล้วเธอไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวพิมพ์พิชาเลยสักนิด

“พี่ไม่มีสิทธิ์บอกใครหรอก พี่เข้าใจนาราและเคารพการตัดสินใจของนารานะ แต่ถ้าวันไหนเปลี่ยนใจก็บอกพี่นะ พี่สองคนพร้อมจะช่วยนารา” พรปวีร์บีบมือให้กำลังใจ

“ขอบคุณพี่กวางและพี่อั๋นมากนะคะ” พลอยนาราอยากให้ความลับมันตายไปพร้อมกับหมอตะวัน

อิสเรศ พรปรวีร์และพลอยนารามายังศาลาสวดอภิธรรมในเวลาหัวค่ำ ตอนนี้ครอบครัวของหมอตะวันกำลังอยู่ในอาการโศกเศร้าและคอยต้อนรับแขกที่มาแสดงความเสียใจกันจนเต็มศาลาไปหมด

พลอยนาราอาศัยจังหวะที่อิศเรศกับภรรยาทักทายบิดามารดาของหมอตะวันเข้ามากราบศพอย่างรวดเร็ว

“หมอคะ นาราจะดูแลน้องพราวให้ดีที่สุดค่ะ ขอให้คุณหมอไปสู่ภพภูมิที่ดีไม่ต้องเป็นห่วงทางนี้นะคะ” หญิงสาวพึมพำให้สัญญาก่อนจะรีบเดินไปยังเก้าอี้แถวหลังสุดเพราะกลัวว่าคนอื่นจะสงสัยว่าเธอเป็นอะไรกับหมอตะวัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป