บทที่ 2 เมื่อไหร่จะตื่น 1

ภายในบ้านหลังเล็กพลอยนารากำลังช่วยลูกสาวแต่งตัวหลังจากทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว

“แม่คะ น้องพราวอยากใส่ชุดไปนี้ไปอวดคุณลุงใจดีได้ไหมคะ” พิมพ์พิชาบอกกับมารดาในเช้าของวันหนึ่งหลังจากที่โรงเรียนเปิดเทอมไปได้สองสัปดาห์

“ได้สิคะ เย็นนี้เราไปหลังจากเลิกเรียนดีไหมคะ” เธอเองก็อยากจะไปเยี่ยมคุณลุงที่ลูกสาวพูดถึงอยู่พอดี

“ดีค่ะแม่ น้องพราวจะเล่าให้คุณลุงฟังด้วยว่าที่โรงเรียนใหม่สนุกมากๆ คุณครูก็ใจดีของเล่นก็เยอะด้วยค่ะ”

เมื่อพูดถึงโรงเรียนพิมพ์พิชาก็ตาเป็นประกายอย่างมีความสุขนั่นยิ่งทำให้พลอยนาราเองก็มีความสุขตามไปด้วย เธอคิดไม่ผิดเลยที่ให้ลูกสาวได้ย้ายมาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้

“คุณลุงคงดีใจเหมือนกันที่น้องพราวชอบโรงเรียนใหม่”

“ค่ะแม่ น้องพราวชอบโรงเรียนใหม่มากๆ เลยค่ะ”

พลอยนารายิ้มกับให้ลูกสาวด้วยความเอ็นดู ก่อนจะหยิบกระเป๋านักเรียนของลูกสาวแล้วพาเธอนั่งซ้อนรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านเพื่อไปส่งที่โรงเรียนเหมือนกับทุกวัน

พลอยนาราส่งลูกสาวแล้วก็ขี่จักรยานยนต์คู่ใจมาทำงานที่สำนักงานทนายความเห็นหนึ่ง ในตำแหน่งเสมียน แต่อันที่จริงแล้วหญิงสาวก็ทำทุกอย่าง ตั้งแต่พิมพ์สำนวนฟ้อง จัดเรียงเอกสาร ทำความสะอาดสำนักงาน แล้วแต่ว่าทนายความคนไหนจะเรียกเธอไปใช้งานอะไร

หญิงสาวเริ่มทำงานที่นี่หลังจากคลอดลูกสาวได้ 3 เดือน เธออยากหารายได้เพิ่ม เพราะไม่อยากรอแค่เงินเดือนจากพ่อของพิมพ์พิชาเพียงอย่างเดียว 

เจ้านายและเพื่อนร่วมงานที่นี่ดีกับพลอยนารามาก ทุกคนรู้ว่าเธอมีลูก บางครั้งก็ต้องลางานไปดูแลลูกเวลาไม่สบาย

แต่ไม่มีใครต่อว่า เพราะในเวลางานเธอก็ทำอย่างเต็มที่ บางครั้งก็พาลูกสาวมาทำงานต่อหลังจากไปรับที่โรงเรียน คนในสำนักงานเอ็นดูลูกสาวของเธอกันทุกคน

ไม่มีใครกล้าถามถึงพ่อของพิมพ์พิชา ทุกคนรู้แค่เพียงว่าหญิงสาวอยู่กับลูกเพียงสองคนเท่านั้น พลอยนาราเองก็ไม่เคยพูดถึง หญิงสาวเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ

พิมพ์พิชาเคยถามถึงพอของเธอ แต่หญิงสาวก็บอกลูกไปแค่เพียงว่าพ่อไปทำงาน มีหลายครั้งที่ลูกสาวร้องไห้หาพ่อ พลอยนาราก็ได้แต่ปลอบใจและบอกว่าพ่ออยู่ไกล ยังมาไม่ได้ แต่พ่อส่งของขวัญวันเกิด ส่งเงินค่าขนมมาให้ทุกเดือน คำพูดพวกนั้นทำให้ลูกสาวของเธอสงบลงได้บ้าง 

พลอยนาราอยากรอให้ลูกสาวโตขึ้นอีกสักนิดถึงจะบอกเรื่องของพ่อให้เธอทราบ ระหว่างนี้ก็ต้องพยายามหาทางหลอกล่อเอาไว้ก่อน

“นารา พี่ฝากบันทึกสำนวนลงคอมพ์หน่อยนะ” อิศเรศ เจ้าของสำนักงานทนายความยื่นเอกสารมาให้เธอ

“ค่ะ พี่อั๋น ด่วนไหมคะ เย็นนี้นาราว่าจะไปรับน้องพราวแล้วจะขอออกไปเลย” เพราะปกติแล้วเธอจะรับลูกสาวแล้วกลับเข้ามาที่นี่ก่อนแต่วันนี้มีนัดจึงอยากออกไปทีเดียวแต่ก็ต้องถามเจ้าของสำนักงานก่อน

“ไม่ด่วนหรอก ว่าแต่จะพากันไปเที่ยวที่ไหนเหรอ” อิศเรศไม่เคยต่อว่าหรือห้ามเลยถ้าหากธุระของพลอยนาราคือเรื่องของลูกสาวซึ่งเขาก็เอ็นดูพิมพ์พิชาอยู่ไม่น้อย

“ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนหรอกค่ะ พอดีนาราจะพาน้องพราวไปเยี่ยมคุณตะวันค่ะ แกจะไปอวดว่าได้ไปโรงเรียนใหม่”

“อาการยังไม่ดีขึ้นเลยเหรอนารา”

“ค่ะ ยังเหมือนเดิม”

“ไม่รู้เวรกรรมอะไรกันนะถึงได้นอนอยู่แบบนั้น” อิศเรศถอนหายใจก่อนจะเดินกลับเข้าไปยังห้องทำงาน เขารู้ดีว่าคุณตะวันนั้นเป็นผู้มีบุญคุณกับพลอยนาราและลูกสาว

อันที่จริงก็รู้มากกว่านั้นเพราะเขากับตะวันเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเรียน แต่บางอย่างอิศเรศก็ไม่สามารถพูดให้ใครฟังได้เพราะคำว่าจรรยาบรรณมันค้ำคอเขาอยู่

.....

พลอยนารารับลูกสาวจากโรงเรียนแล้วพาแวะทานไอศกรีมของโปรดเป็นซึ่งเป็นรางวัลที่ตั้งแต่เปิดเทอมพิมพ์พิชาไม่เคยงอแงกับการไปโรงเรียนเลยสักวัน

“คุณแม่ขา น้องพราวอยากซื้อไอติมไปฝากคุณลุงค่ะ” เพราะตนเองได้ทานของอร่อยพิมพ์พิชาก็เลยอยากจะให้คุณลุงของเธอได้ทานบ้าง

“คุณลุงยังกินไอติมไม่ได้ค่ะลูก”

“เหรอคะ แล้วคุณลุงกินอะไรคะ หนูไปเยี่ยมทีไรคุณลุงก็หลับตลอดเลย แม่ขาวันนี้เรารอให้คุณลุงตื่นได้ไหมคะ หนูอยากให้คุณลุงเห็นชุดนักเรียนใหม่ค่ะ” 

“คุณลุงไม่สบายค่ะน้องพราว เลยต้องนอนหลับตาอย่างนั้น แต่ที่เราพูดกับคุณลุงท่านได้ยินทุกคำนะคะ” 

“จริงเหรอคะแม่” เด็กหญิงสงสัยเพราะตั้งแต่ตนเองจำความได้พิมพ์พิชาก็ไปเยี่ยมคุณลุงใจดีอยู่หลายครั้งและเด็กสาวก็ไม่เห็นเขาตื่นมาคุยกับเธอเลยสักครั้ง

“จริงสิคะ”

“งั้นวันนี้น้องพราวจะเล่าเรื่องที่โรงเรียนให้คุณลุงฟังนะคะ แล้วถ้าคุณลุงหายจะชวนมากินไอติมด้วยกัน”

“ได้ค่ะ คุณลุงคงดีใจที่รู้ว่าตอนนี้หนูเข้าโรงเรียนใหม่แล้ว”

“แม่ขา ถ้าคุณลุงไม่ตื่น เราจะได้เจอพ่อไหม”

“ต้องรอเวลาค่ะลูก”

พลอยนาราไม่คิดว่าลูกสาวจะจำที่เธอเคยพูดได้ ครั้งหนึ่งเธอเคยบอกว่าถ้าคุณลุงตื่น จะให้พาไปหาพ่อเพราะคุณลุงคนนี้เป็นคนเดียวที่จะพาเราไปได้

“แล้วอีกนานไหมคะ น้องพราวอยากไปหาพ่อเร็วๆ ค่ะ” เด็กสาวจ้องมารดาตาแป๋วรอคอยคำตอบจากมารดา

“แม่ก็ไม่แน่ใจค่ะลูก เรามาช่วยกันภาวนาให้คุณลุงหายไวๆ ดีไหมคะ”

“ดีค่ะแม่” พิมพ์พิชาตอบรับมารดาอย่างมีความหวัง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป