บทที่ 3 เมื่อไหร่จะตื่น 2

เมื่อออกจากร้านไอศกรีมแล้วพลอยนาราก็พาลูกสาวนั่งรถจักรยานยนต์มายังโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง หญิงสาวตรงขึ้นไปยังห้องผู้ป่วยวีไอพีอย่างชำนาญ เพราะเธอมาที่นี่บ่อยนับครั้งแทบไม่ถ้วน

“สวัสดีค่ะพี่เปรม” เธอยกมือไหว้หัวหน้าพยาบาลประจำชั้นอย่างคุ้นเคย

“สวัสดีค่ะป้าเปรม” พิมพ์พิชายกมือไหว้พร้อมกับส่งยิ้มให้พยาบาลจนตาหยี

“สวัสดีจ้ะนารา สวัสดีจ้ะน้องพราว สาวน้อยของป้า โตขึ้นเยอะเลยนะคะ” พยาบาลสาวทักทายอย่างคุ้นเลยเพราะเห็นเด็กหญิงตัวน้อยคนนี้ตั้งแต่เกิดหรือจะพูดให้ถูกก็คือเธอเห็นตั้งแต่พลอยนารามาฝากครรภ์

“น้องพราวตัวสูงไหมคะป้าเปรม”

“น้องพราวสูงขึ้นมากเลยจ้ะลูก แล้วนี่ชุดนักเรียนใหม่หรือเปล่าคะ”

“ใช่แล้วค่ะ น้องพราวย้ายโรงเรียนแล้วค่ะ วันนี้เลยอยากเอาชุดมาอวดคุณลุงค่ะ”

“ได้สิคะ เดี๋ยวป้าพาเข้าไปหาคุณลุงนะคะ”

พยาบาลวัยกลางคนเดินนำสองแม่ลูกไปยังห้องพักผู้ป่วยวีไอพีที่ตอนนี้คุณลุงใจดีที่พิมพ์พิชาตั้งใจมาหานอนพักอยู่

“อาการหมอตะวันเป็นยังไงบ้างคะพี่เปรม” พลอยนาราถามขณะเดินคู่กันมาโดยมีพิมพ์พิชาเดินจับมือทั้งสองคนอยู่ตรงกลาง

“ก็เหมือนเดิมค่ะน้องนารา ไม่รู้เวรกรรมอะไรนะคะที่ทำให้หมอตะวันต้องมานอนนิ่งแบบนี้” เปรมดูแลผู้ป่วยมาตั้งแต่เขาเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลถึงตอนนี้ก็ผ่านมาหลายปีแต่อาการก็ไม่ดีขึ้นเลย

“ใช่ค่ะพี่เปรม หมอตะวันกับหมอพิมพ์ลดาเป็นคนดี ไม่น่าเจอเรื่องแบบนี้เลย สวรรค์ไม่ยุติธรรมเลยจริงๆ นาราได้แต่ภาวนาให้หมอตะวันฟื้นเร็วๆ นะคะ ยิ่งผ่านไปนานนาราก็ยิ่งกลัวค่ะพี่เปรม” พลอยนารารู้สึกสงสารและเห็นใจแต่หญิงสาวก็ทำได้แค่การพาพิมพ์พิชามาเยี่ยมเท่านั้น

“พี่ก็หวังอย่างนั้นเหมือนกัน ทางบ้านเขาก็หาหมอที่ดีที่สุดมาแล้ว แต่หมอตะวันก็ยังคงไม่ตื่นสักที” เปรมสุดาเอ่ยด้วยสีหน้าหม่นลง เพราะดูแลกันมาตั้งแต่ต้น เธอจึงรู้ดีกว่าใครว่าสัญญาณชีพและทุกอย่างในตอนนี้มันกำลังค่อย ๆ ถดถอยลงไปตามกาลเวลา

“พวกเขาคงทุกข์ใจมาก” พลอยนาราพึมพำ ขอบตาเริ่มร้อนผ่าว เพราะขนาดเธอที่เป็นเพียงคนนอกที่ได้รับความเมตตา ยังรู้สึกเป็นทุกข์ขนาดนี้ แล้วคนในครอบครัวที่ต้องเฝ้ามองคนที่รักนอนเป็นเจ้าชายนิทราแบบนั้นคงจะทุกข์ใจมากกว่าเธอหลายเท่า

“ใช่จ้ะ ทุกคนยังมีความหวังว่าวันหนึ่งหมอตะวันจะฟื้นขึ้นมาสักวัน”

เปรมยุดารู้ว่าหมอตะวันกับภรรยาเป็นผู้มีบุญคุณของพลอยนารา เธอเห็นหญิงสาวตั้งแต่มาฝากครรภ์ที่นี่หลายครั้งโดยมีหมอตะวันเป็นเจ้าของไข้ ขณะนั้นเธอยังทำงานที่แผนกสูติกรรมจึงทำให้ได้เจอกับพลอยนาราอยู่บ่อยๆ

ทุกครั้งที่หญิงสาวมาฝากครรภ์หมอตะวันกับหมอพิมพ์ลดาจะช่วยกันตรวจ ด้วยเหตุผลที่ทุกคนรู้คือ หมอทั้งสองคนสงสารที่เธอท้องตั้งแต่อายุยังน้อย ค่าใช้จ่ายทุกอย่างก็เรียกเก็บที่หมอตะวัน แม้กระทั่งวันที่เธอคลอด ตอนนั้นหมอตะวันนอนไม่ได้สติ แผนกการเงินก็ไม่ได้เรียกเก็บเงินจากพลอยนาราเลยเพราะคำสั่งของหมอยังคงมีผลตราบใดที่ท่านยังมีชีวิต

มีหลายคนเคยคิดว่าหญิงสาวคนนี้เป็นภรรยาน้อยของหมอตะวัน แต่พิมพ์ลดาภรรยาของหมอดูไม่ได้เดือดร้อนกับข่าวนี้เลย

ภาพที่ทั้งสามคนเดินอยู่ในโรงพยาบาลพร้อมกันด้วยสีหน้ายิ้มแย้มทำให้เสียงนินทานั้นหายไป

“พี่ขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ มีอะไรก็กดออดเรียกได้เลย”

“ขอบคุณค่ะพี่เปรม”

พลอยนาราและลูกสาวตัวน้อยเดินตรงไปนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงผู้ป่วย สายตาของหญิงสาวชายหนุ่มที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงที่มีสายระโยงระยางและเครื่องวัดสัญญาณชีพที่ส่งเสียงเตือนสม่ำเสมอ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดลึกๆ

“คุณลุงคะ น้องพราวมาเยี่ยมคุณลุงนะคะ ตอนนี้หนูย้ายโรงเรียนแล้วค่ะ โรงเรียนใหม่สนุกมากๆ ของเล่นก็เยอะมากๆ ด้วยค่ะ ชุดนักเรียนใหม่ของหนูสวยไหมคะ” เด็กหญิงพิมพ์พิชาขยับเข้าไปใกล้เตียง เธอเจื้อยแจ้วไปตามประสาเด็กเพราะเธอเชื่อมั่นอย่างสนิทใจตามที่มารดาคอยบอกเสมอว่า ทุกคำพูดและทุกเรื่องราวที่เธอเล่าออกไป คุณลุงใจดีที่นอนอยู่ตรงหน้าจะรับรู้และได้ยินมันทั้งหมด

“อย่าเข้าไปใกล้คุณลุงแบบนั้นสิน้องพราว” พลอยนารารีบปราม เมื่อเห็นลูกสาวโน้มตัวเข้าใกล้ใบหน้าของคนป่วยมากเกินไป

“ก็หนูกลัวคุณลุงไม่ได้ยินนี่คะ” พิมพ์พิชาหันมาบอกมารดาอย่างไร้เดียงสา

“แต่พูดใกล้แบบนั้นคุณลุงจะตกใจเอานะ” พลอยนาราสอนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“น้องพราวขอโทษนะคะคุณลุง” เธอยกมือไหว้อย่างรู้สึกผิดทำเอาคนเป็นมารดามองแล้วน้ำตาคลอ

“น้องพราวคะ หนูออกไปรอข้างนอกกับป้าเปรมก่อนได้ไหม แม่มีเรื่องจะคุยคุณลุงใจดีสักหน่อยค่ะ” พลอยนาราหันไปบอกลูกสาว พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด

“ได้ค่ะแม่ แม่อย่าลืมบอกคุณลุงนะคะว่าน้องพราวโตแล้ว ขึ้นอนุบาล 1 แล้ว”

“ได้สิคะ แม่จะบอกให้”

จากนั้นพลอยนาราก็พาลูกสาวมายังเคาน์เตอร์พยาบาล

"พี่เปรมคะ พี่กำลังยุ่งอยู่หรือเปล่าคะ”

“ไม่เลยจ้ะ นารามีอะไรหรือเปล่า”

“นาราขอฝากน้องพราวสักครู่ได้ไหมคะ นาราอยากอยู่กับหมอตะวันสักครู่”

“ได้สิ คุยตามสะดวกเลย ไม่ต้องห่วงนะ พี่จะดูแลน้องพราวให้เอง”

“ขอบคุณมากๆ ค่ะพี่เปรม”

“น้องพราวคะ เราไปหาขนมอร่อย ๆ กินกันนะคะ วันนี้ป้าเปรมมีของอร่อยเยอะแยะเลยค่ะ”

“น้องพราวต้องท้องแตกแน่ ๆ เลยค่ะ” เด็กหญิงพิมพ์พิชาเอามือลูบท้องน้อย ๆ ของตัวเองประกอบท่าทาง เพราะเมื่อสักครู่เธอเพิ่งซัดไอศกรีมถ้วยโตไป ทำเอาพี่ๆ พยาบาลแถวนั้นพากันหัวเราะด้วยความเอ็นดู

พลอยนาราเดินกลับมาที่ห้องพักของผู้ป่วยอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้ในมีเพียงพลอยนารากับผู้ป่วยเพียงลำพังเท่านั้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป