บทที่ 5 พวกเรารออยู่นะ
ชายหนุ่มเดินมาเยี่ยมพี่ชาย เขานั่งลงข้างเตียง มองพี่ชายที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นนายแพทย์ที่มีชื่อเสียงทางด้านสูติกรรมคนหนึ่งของประเทศ แต่ตอนนี้นอนไม่ได้สติอยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยมนี้มาหลายปีแล้ว
ความทรงจำอันเจ็บปวดย้อนไปเมื่อสี่ปีก่อน วายุได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาลว่าพี่ชายและพี่สะใภ้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เขาซึ่งกำลังท่องราตรีก็รีบตรงมาที่โรงพยาบาลทันที
พอมาถึงก็ได้รับข่าวร้ายว่าพี่สะใภ้นั้นเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ ส่วนพี่ชายนั้นบาดเจ็บหนัก ศีรษะมีเลือดออกจำนวนมากจนส่งผลกระทบกับสมองอย่างรุนแรงและต้องเข้ารับการผ่าตัดอยู่หลายรอบ
ทุกคนในครอบครัวเสียใจกับเรื่องนี้มาก บิดากับมารดาของเขาและพี่สาวคนโต พยายามติดต่อแพทย์เฉพาะทางจากหลายโรงพยาบาลทั้งในประเทศและต่างประเทศมารักษา แต่จนถึงตอนนี้พี่ชายของเขาก็ยังคงนอนไม่ได้สติอยู่เหมือนเดิม
“พี่ซัน ผมรู้นะว่าพี่ได้ยินผม ตื่นมาเถอะครับ พวกเรารอพี่อยู่นะ”
วายุจับมือที่ขาวซีดและผอมแห้งขึ้นมาจับไว้อย่างหลวมๆ สายตาก็จ้องไปยังใบหน้าและร่างกายของพี่ชาย ซึ่งในตอนนี้แทบไม่เหลือเค้าเดิมเลยสักนิด ทุกครั้งที่มาเยี่ยมก็ได้แต่ภาวะนาให้อาการของพี่ชายดีขึ้น แต่ทุกอย่างกลับไปไม่เป็นอย่างนั้น
ชายหนุ่มไม่มีความรู้ทางด้านการแพทย์เหมือนกับพี่ชายและพี่สาว เขาไม่ชอบเรียนด้านนี้
พอเรียนจบ ม. 6 วายุจึงเลือกไปเรียนต่อบริหารธุรกิจในต่างประเทศ คนในครอบครัวไม่มีใครห้าม เพราะถ้าทุกคนเป็นหมอกันหมดแล้วใครจะบริหารบริษัทนำเข้าอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์
วายุได้รับแรงสนับสนุนจากครอบครัวอย่างเต็มที่ เขาเรียนจนจบปริญญาโทแล้วกลับมาทำงานในตำแหน่งรองผู้อำนวยการ จากนั้นเขาก็ทำงานเรื่อยมา
ชายหนุ่มไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า... โชคชะตาจะเล่นตลกบังคับให้เขาต้องเข้ามารับผิดชอบบริหารงานในส่วนของโรงพยาบาลแห่งนี้แทนพี่ชายที่นอนป่วยอยู่
วันนี้วายุใช้เวลาอยู่กับพี่ชายนานกว่าทุกครั้ง เพราะนานแล้วที่ได้มาเยี่ยม เรื่องราวในชีวิต รวมไปถึงเรื่องงานถูกถ่ายทอดให้ผู้เป็นพี่ชายได้ฟังอย่างครบถ้วน หวังว่าสิ่งที่พูดไปนั้นพี่ชายจะรับรู้และเข้าใจ
“ผมไปก่อนนะพี่ เลิกขี้เกียจและตื่นขึ้นมาได้เลย” ชายหนุ่มพูดทิ้งท้ายก่อนจะออกมายังเคาน์เตอร์พยาบาล
“ช่วงนี้ผมค่อยว่างมาเยี่ยมเลย ยังไงฝากที่เปรมกับทุกคนด้วยนะครับ” เขาบอกอย่างสุภาพแม้จะเป็นถึงผู้บริหารแต่ชายหนุ่มก็ไม่เคยถือตัวเลยสักนิด
“ค่ะ พวกเราจะช่วยกันดูแลอย่างเต็มที่” เปรมยุดารับคำสั่งส่วนคนอื่นก็พยักหน้ารับคำสั่ง
“ผมและครอบครัวต้องขอบคุณทุกคนจากใจจริงพี่ชายผมนอนโรงพยาบาลตั้งหลายปีแต่เขาก็ไม่มีแผลกดทับเลยสักนิด” ชายหนุ่มชมจากใจจริงเมื่อเห็นถึงความใส่ใจของทีมพยาบาล
“พวกเราทำหน้าที่ค่ะ ไม่ใช่แค่กับคุณหมอตะวัน แต่เราดูแลทุกคนที่นี่อย่างดีค่ะ” เปรมยุดาพูดอย่างภาคภูมิใจในวิชาชีพ
“ผมเชื่อเต็มร้อยเลยครับพี่เปรม แล้วผมก็รับรองได้เลยว่าสิ้นปีนี้ทุกคนจะได้รับสิ่งตอบแทนที่คุ้มกับความเหนื่อยแน่นอนครับ” วายุกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะเดินกลับไป
......
พอกลับจากโรงพยาบาลวายุก็ทิ้งมาดผู้บริหารหนุ่มออกทั้งหมด คงเหลือแต่มาดหนุ่มเพลย์บอยเท่านั้น
ชายหนุ่มขับรถมาจอดยังสถานบันเทิงแห่งหนึ่งซึ่งเพื่อนของเขาเป็นหุ้นส่วนที่นี่
“เฮ้ย!....วันนี้มาช้านะมึง” คำทักทายจากกลุ่มเพื่อนดังขึ้น เมื่อเขาก้าวเท้าเข้ามายังชั้นสองของร้าน
“กูต้องทำงานนี่หว่า ไม่ได้ว่างเหมือนมึง” วายุสวนกลับพลางทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังตัวยาวอย่างเหนื่อยอ่อน
“อ่าวไอ้นี่ งานเยอะแล้วพาลนี่ว่า กูว่ามึงหาคนช่วยสักคนสิวะ” ชนกันต์หัวเราะกับเพื่อน ตั้งแต่วายุไปทำงานในส่วนของพี่ชาย บรรดาเพื่อนๆ ต่างรู้ดีว่าเขาเครียดมากแค่ไหน
“กูยังไหว” วายุตอบสั้นๆ แล้วยกเหล้าขึ้นจิบ ในใจของเขาหวังว่าวันหนึ่งพี่ชายจะลืมตาตื่นขึ้นมารับผิดชอบงานของตัวเอง เขาเลยยังไม่ใครมาช่วยงาน
“แล้ววันนี้จะหิ้วสาวกลับกี่คนวะ” สิงหาเพื่อนอีกคนถาม
“มึงก็รู้กฎกู”
“เออ....จะนอนกับหญิงทั้งที เรื่องมากตลอดนะมึง” เมคินผู้ที่รู้กฎของชายหนุ่มเป็นอย่างดีเพราะเรียนด้วยกันตั้งแต่อยู่อังกฤษแซวขึ้น
“แล้วได้คนที่ถูกใจหรือยัง กูว่านานไปแล้วนะที่มึงไม่ได้นอนกับผู้หญิง” ชนกันต์เห็นว่าเพื่อนเครียดจากการทำงานก็เลยอยากให้เขาได้ผ่อนคลายบ้าง
“กูกำลังมองหาอยู่นี่ไง”
วายุดื่มยกแก้วดื่ม ตาก็จ้องมองไปยังเด็กเสิร์ฟคนหนึ่ง ใบหน้าหวานแม้มองไกลๆ ยังสวยขนาดนี้ แล้วไหนจะหุ่นเจ้าหล่อนที่สวรรค์ช่างสรรสร้างมาอย่างพอเหมาะ สะโพกผาย เอวคอด แม้ช่วงหน้าอกจะมองไม่ชัดเพราะเธอสวมเสื้อตัวใหญ่ แต่เพียงแค่นี้วายุก็รู้สึกพอใจขึ้นมาทันที
“ไอ้สิง คนนั้นเด็กใหม่เหรอวะ” เขาไม่รอช้าที่จะถามหุ้นส่วนของร้าน
“อือ เพิ่งมาทำได้ไม่นาน แต่มาแค่ศุกร์กับเสาร์ มึงสนใจเหรอวะ”
“อือ กูว่าตรงสเปคเลย” วายุยอมรับตรงๆ ไม่ยอมละสายตาออกจากเธอเลย
“ไอ้วิน มึงนี่ประหลาดคน สาว ๆ สวย ๆ ตั้งเยอะไม่มอง ดันไปมองเด็กเสิร์ฟ” ชนกันต์แซวขำๆ
“มึงมาดูก่อนไอ้กันต์ คนนี้สวยถูกใจกูเลย หุ่นอย่างนี้กูว่าเวลาอยู่บนเตียงคงเซ็กซี่เป็นบ้า” เขาบอกเพื่อนให้มองไปยังชั้นล่าง
“เออว่ะ สวยจริงด้วย หุ่นก็น่า....” ชนกันต์เห็นด้วยกับเพื่อน
“เอาไง กูติดต่อให้ไหม” เจ้าของร้านหนุ่มรีบถามเพื่อน
“อืม นัดน้องเขาไปคุยรายละเอียดกับกูที่เดิม”
วายุไม่เคยรู้สึกอยากนอนกับผู้หญิงคนไหนแบบนี้มาก่อนแต่มันยังไม่ใช่ตอนนี้
เพราะชายหนุ่มมีกฎเหล็กของตัวเองเขาจะใจร้อนไม่ได้ เพราะในอดีตเคยต้องเครียดอยู่หลายเดือนเมื่อรู้ว่าคู่นอนไปมีความสัมพันธ์กับคนที่มีเชื้อ HIV
