บทที่ 8 เคราะห์ซ้ำกรรมซัด

หญิงสาวกวาดมองตัวเลขสุทธิในกระดาษ หญิงสาวถึงกับถอนหายใจ  เงินจำนวนหลายหมื่นบาทนั้น มันมากเกินกว่าที่เธอจะหามาจ่ายได้ในเวลากระชั้นชิดขนาดนี้ เนื่องจากเงินออมสำรองก้อนสุดท้ายที่มีเพิ่งจะถูกควักไปจ่ายค่าเสียหายคดีรถชนเมื่อวันก่อน ตอนนี้ในบัญชีของเธอเหลือเงินติดอยู่ไม่ถึงห้าหมื่นบาทด้วยซ้ำ ซึ่งไม่พอกับค่ารักษาของโรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้อย่างแน่นอน

“คุณมีปัญหาอะไรให้เราช่วยหรือเปล่าคะ ถ้าติดปัญหาตรงไหนบอกเราได้ ถ้าไม่สะดวกจะย้ายน้องไปโรงพยาบาลรัฐบาลเราก็จะส่งตัวไปให้ได้นะคะ ถ้าคุณแม่ตัดสินใจเร็วน้องก็จะได้รับการรักษาเร็วนะคะ น้องจะได้ไม่ทรมานค่ะ” พยาบาลคนหนึ่งเดินเข้ามาบอก

พลอยนาราหันไปมองลูกสาวที่นอนหน้าซีดเผือด น้ำตาไหลอยู่บนเตียงด้วยความสงสาร เธอไม่รู้เลยว่าลูกสาวตัวเล็กๆ ของเธอจะทนความเจ็บปวดได้อีกแค่ไหน หากต้องเสียเวลารอรถส่งตัวและไปต่อคิวผ่าตัดที่โรงพยาบาลรัฐบาล ลูกของเธออาจจะแย่ลงไปกว่านี้

“รอสักครู่นะคะ”

หญิงสาวเดินเลี่ยงออกมาที่มุมสงบหน้าห้องฉุกเฉิน มือสั่นเทากดโทรศัพท์มือถือต่อไปยังเบอร์ปลายสายของใครคนหนึ่ง หลังจากคุยไม่นาน ความกังวลบนใบหน้าก็หายไปและเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มขึ้นแทนที่ พลอยนาราเดินกลับเข้ามาหาพยาบาลอีกครั้ง

“พาน้องเข้าห้องผ่าตัดได้เลยค่ะคุณพยาบาล เรื่องค่าใช้จ่ายไม่มีปัญหาค่ะ” พลอยนาราบอกด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ

เวลารอคอยหน้าห้องผ่าตัดเป็นช่วงที่ทรมานและบีบหัวใจมากที่สุดสำหรับหัวอกคนเป็นแม่ พลอยนาราเดินวนไปมาหน้าห้องผ่าตัดอยู่เป็นชั่วโมง ในใจภาวนาให้ลูกสาวของเธอผ่าตัดอย่างปลอดภัย พอไฟเหนือประตูห้องผ่าตัดดับลงพลอยนาราก็รีบมายืนรอหน้าประตู

“ลูกฉันเป็นยังไงบ้างคะหมอ ปลอดภัยไหมคะ”

“ปลอดภัยดีครับ การผ่าตัดผ่านพ้นไปด้วยดี ไม่มีแทรกซ้อนอะไร เป็นการผ่าตัดเล็กส่องกล้องที่แผลนิดเดียวครับ พักฟื้นไม่กี่วันน้องก็สามารถกลับมาวิ่งเล่นได้ตามปกติแล้วครับคุณแม่” แพทย์หนุ่มยิ้มแย้มตอบเพื่อความสบายใจ

“แล้วทำไมน้องพราวยังไม่ออกมาล่ะคะคุณหมอ” เธอถามอย่างสงสัย

“มันเป็นระเบียบครับหลังผ่าตัดจะต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดอย่างน้อยสองชั่วโมง ระหว่างนี้คุณแม่ไปรอที่ห้องพักก็ได้นะครับ ถ้าครบเวลาแล้วจะมีพยาบาลและเจ้าหน้าที่เข็นน้องไปส่งให้ถึงห้องเองครับ

“ค่ะ ขอบคุณมากนะคะคุณหมอ”พลอยนารายกมือไหว้ศัลยแพทย์หนุ่มอีกครั้ง

ขณะที่รอให้ลูกสาวกลับมาที่ห้องพลอยนาราก็โทรศัพท์ไปบอกยายสายทิพย์ว่าเย็นนี้เธอกับลูกจะไม่กลับบ้าน เพราะปกติแล้วเย็นวันศุกร์พิมพ์พิชาจะต้องไปนอนค้างกับคุณยายเนื่องจากเธอต้องไปทำงานเสิร์ฟที่ผับแห่งหนึ่ง

“ยายทิพย์คะ คืนนี้นาราคงไม่ต้องฝากน้องพราวนอนกับยายนะคะ พอดีว่าน้องพราวปวดท้องตอนนี้เพิ่งผ่าตัดเสร็จค่ะ”

“ตายแล้วลูก ยังเด็กยังเล็กต้องมาผ่าตัดแล้ว ยายสงสารจังเลย ตัวแค่นั้นคงจะเจ็บมาก” น้ำเสียงของสายทิพย์เต็มไปด้วยความตกใจและเป็นห่วง

“ยายทิพย์ไม่ต้องห่วงนะคะ หมอบอกว่าปลอดภัยดีทุกอย่าง ไม่กี่วันก็วิ่งเล่นได้อย่างเดิม”

“แล้วอยู่โรงพยาบาลไหน ยายกับตาจะได้ไปเยี่ยม” สายทิพย์หมายถึงพิทักษ์ สามีของเธอที่รักพิมพ์พิชาเหมือนหลานแท้ๆ

พลอยนาราบอกชื่อโรงพยาบาลไป ทำให้คนปลายสายตกใจอีกครั้ง เพราะโรงพยาบาลนี้ค่ารักษาพยาบาลนั้นแพงกว่าที่อื่นมาก

“มันแพงมากใช่ไหมนารา”

“ค่ะยาย แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ นาราพอมีจ่าย”

“มีจ่ายแน่นะนารา เมื่อวันก่อนก็พึ่งจ่ายไปเอง”

“มีค่ะยาย แต่หลังจากนี้อาจต้องทำงานเพิ่ม คงรบกวนให้น้องพราวไปค้างกับยายหลายคืน”

“ไม่เป็นไรเลย มานอนกับยายทุกคืนก็ได้ ยายกับตาจะได้ไม่เหงา”

“นาราขอบคุณนะคะยาย”

เมื่อครู่พลอยนาราโทรศัพท์ไปยืมเงินเจ้าของสำนักงานทนายความที่เธอทำอยู่ และคิดจะทยอยใช้เจ้านายทุกสิ้นเดือน

พลอยนาราคิดว่างานเสิร์ฟสองคืนคงหาเงินได้ไม่มาก เธอคงต้องขอเจ๊เพ็ญผู้จัดการร้าน เพื่อทำงานเป็นเด็กนั่งดริงค์ เพราะสองตำแหน่งนี้เงินค่าจ้างต่างกันอยู่มาก

ขณะนั่งคิดอะไรเพลินๆ พยาบาลก็พาพิมพ์พิชามาส่งพอดี

“คุณแม่คะ น้องปลอดภัยดีทุกอย่าง ตอนนี้ยังคงหลับเพราะฤทธิ์ยาสลบอยู่ แต่อีกสักพักก็คงตื่น”

“แผลใหญ่ไหมคะ”

“แผลเล็กนิดเดียวค่ะ แต่หลังจากตื่นน้องอาจเจ็บแผลบ้าง คุณหมอสั่งยาไว้แล้ว ถ้าน้องปวดมากให้คุณแม่กดออกเรียกพยาบาลนะคะ”

“ขอบคุณมากค่ะ”

พยาบาลกลับไปแล้ว พลอยนาราได้แต่นั่งมองหน้าลูกสาว ด้วยความสงสาร ไม่รู้ว่าหลังจากตื่นเธอจะเจ็บแผลมากไหม แต่เท่าที่ดูขนาดแผลก็ไม่น่าจะต้องกังวลเท่าไหร่

พิมพ์พิชาเริ่มขยับเล็กน้อย เปลือกตาขยับก่อนจะลืมตาขึ้นช้าๆ

“น้องพราว เป็นยังไงบ้างคะ เจ็บแผลหรือเปล่า”

“แม่ขา น้องพราวไม่เจ็บเลยค่ะ เก่งไหมคะ”

“เก่งมากค่ะ ลูกสาวของแม่เก่งที่สุดเลยจ้ะ” พลอยนาราสวมกอดอย่างรักใคร่ ตอนนี้ยังไม่เจ็บแต่ถ้าหมดฤทธิ์ยาก็ไม่รู้ว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ จะทนได้มากแค่ไหน

แล้วสิ่งที่เธอกังวลก็มาถึงเพราะพิมพ์พิชาร้องไห้งอแงเนื่องจากเจ็บแผล พยาบาลต้องมาฉีดยาแก้ปวดให้ จากนั้นลูกสาวตัวน้อยถึงดีขึ้น

“น้องพราวขา แม่ว่าหนูควรหลับได้แล้วนะนะ จำที่คุณพยาบาลบอกได้ไหมคะ นอนพักผ่อน พอตื่นขึ้นมาตอนเช้าก็จะดีขึ้น น้องพราวก็จะได้ทานข้าว ทานขนมได้”

         “แต่หนูยังไม่อยากนอนเลย การ์ตูนที่โรงพยาบาลสนุกทุกเรื่องเลยนะคะ” เพราะทีวีจอใหญ่บวกกับช่องการ์ตูนทำให้เด็กสาวนอนตาใสแม้จะเลยเวลานอนตามปกติมาแล้วก็ตาม

“น้องพราวไม่ง่วงแต่คุณมาง่วงแล้วนะคะ แล้วถ้านอนดึกพรุ่งนี้ แม่ตื่นนอนสายไปทำงานไม่ไหว คุณลุงอั๋นไล่แม่ออก แล้วทีนี้เราจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อขนมอร่อยๆ ล่ะคะลูก”

“น้องพราวขอดูอีก 5 นาทีได้ไหมคะแม่”

“5 นาทีแน่นะคะ เดี๋ยวแม่ไปเข้าห้องน้ำก่อน พอกลับมาเราจะปิดไฟนอนกันนะคะ”

“ค่ะแม่”

แม้จะมีกันแค่สองแม่ลูก แต่นับว่าพลอยนาราโชคดีเพราะลูกสาวเป็นเด็กที่ค่อนข้างเชื่อฟัง ไม่งอแง หญิงสาวจึงไม่เหนื่อยมาก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป