บทที่ 9 ความหวังที่ริบหรี่

แม้ว่าลูกสาวเพิ่งผ่าตัดไปเมื่อคืนและยังไม่ออกจากโรงพยาบาลแต่วันนี้พลอยนาราก็ยังคงมาทำงานอย่างเดิม ตอนนี้เธอจะลางานบ่อยๆ ไม่ได้เพราะภาระทางด้านการเงินที่มันตึงจนกระดิกตัวแทบไม่ได้

“นารา น้องพราวเป็นยังไงบ้าง แล้วทำไมถึงยังมาทำงานล่ะ ใครอยูกับน้องพราว” อิศเรศถามขึ้น ทันทีที่เห็นพลอยนาราเข้ามาในสำนักงานทนายความ

“ไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ พรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้แล้ว  น้องพราวอยู่กับยายสายทิพย์ค่ะ นาราขอบคุณพี่อั๋นกับพี่กวางมากนะคะ ที่ให้นารายืมเงิน” พลอยนารายกมือไหว้ขอบคุณจากใจจริง

“เงินไม่ได้มากมายอะไร พี่กับพี่กวางยินดีช่วย แล้วไม่ต้องรีบคืนก็ได้ ทยอยจ่ายตอนสิ้นเดือน เอาที่ตัวเองจ่ายไหวนะ อย่าให้ต้องเดือดร้อน” อิศเรศตบบ่าให้กำลังใจ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปยังห้องทำงาน

“ค่ะพี่อั๋น” พลอยนารารับคำเสียงแผ่ว

“นารา น้องพราวเป็นอะไรเหรอ” ขวัญฤทัย พนักงานรุ่นพี่ที่นั่งโต๊ะข้าง ๆ รีบขยับเก้าอี้เข้ามาถามด้วยความสงสัย

“น้องพราวผ่าตัดไส้ติ่งค่ะพี่ขวัญ”

“อ้าว แล้วตอนนี้น้องพราวอยู่กับใคร ทำไมนาราไม่ลางานกับพี่อั๋น” ขวัญฤทัยถามเพื่อนรุ่นน้อง

“น้องพราวอยู่กับยายทิพย์ค่ะ นาราไม่อยากขาดงาน แค่เมื่อวานพี่อั๋นกับพี่กวางให้นารายืมเงินไปจ่ายค่าโรงพยาบาลก็เกรงใจมากแล้วค่ะ”

“พี่กวางกับพี่อั๋นใจดีอย่างนี้ตลอด พี่เองตอนที่เดือดร้อนก็เคยยืมเหมือนกัน กว่าจะผ่อนหมดก็หลายเดือน” ขวัญฤทัยพูดแล้วยิ้มหวังให้รุ่นน้องคลายความกังวล

“นาราก็จะผ่อนใช้เหมือนกันค่ะ แต่ก็คงนานหน่อยเพราะเงินเดือนนาราไม่สูง” พลอยนาราไม่อยากติดหนี้ใครนานๆ เธอต้องหาทางนำเงินมาคืนให้เร็วที่สุด

“เอาที่ตัวเองไหวอย่างที่พี่อั๋นบอกนั่นแหละนารา ยังไงก็ต้องแบ่งเงินไว้บ้างจะได้พาน้องพราวไปเที่ยวหรือหาของกินอร่อยๆ” ขวัญฤทัยพูดอย่างเข้าใจเพราะเธอเองก็มีลูกเหมือนกัน

“ค่ะพี่ขวัญ”

ตลอดทั้งวันพลอยนาราก็ตั้งใจทำงาน พอถึงเวลาพักเธอก็โทรศัพท์ไปหายายสายทิพย์เพื่อถามอาการของลูกสาว เมื่อฝ่ายนั้นบอกว่าพิมพ์พิชาสบายดีหญิงสาวก็เบาใจ

หลังเลิกงานพลอยนารารีบกลับไปหาลูกสาวที่โรงพยาบาลทันทีเพราะอยากให้ยายสายทิพย์ได้พัก

“นารามาจากที่ทำงานเลยใช่ไหมลูก” สายทิพย์ทักขึ้นเมื่อเห็นหญิงสาวเปิดประตูเข้ามา

“ค่ะยายทิพย์... วันนี้น้องพราวเป็นยังไงบ้างคะ เจ็บแผลอยู่ไหมลูก แล้วงอแงกวนคุณยายหรือเปล่าคะ” พลอยนาราเดินเข้าไปเกาะขอบเตียง ลูบหัวลูกสาวตัวน้อยด้วยความรัก

“เจ็บนิดหน่อยค่ะแม่ แต่พอดูการ์ตูนน้องพราวก็หายเจ็บเลยค่ะ” พิมพ์พิชาตอบเจื้อยแจ้ว แววตาสดใสต่างจากเมื่อวานอย่างลิบลับ

“เหรอคะ การ์ตูนนี้มันดีอย่างนี้นี่เอง” พลอยนาราหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันไปคุยกับยายทิพย์

“ยายทิพย์คะ นาราซื้อข้าวกับขนมมาให้นะคะ ฝากให้คุณตาด้วยนะคะ”

“โธ่ คราวหลังไม่ต้องหอบหิ้วอะไรมาพะรุงพะรังแบบนี้หรอกนารา แค่ตัวเองขี่มอเตอร์ไซค์มา ยายก็ห่วงจะแย่อยู่แล้ว ยังจะหิ้วของฝากมาให้หนักอีก” สายทิพย์บ่นด้วยความเป็นห่วง

“คุณยายขา คุณแม่ขับไม่เร็วเลยค่ะ น้องพราวนั่งมาผมน้องพราวแทบไม่กระดิกเลยนะคะ” หญิงสาวรีบบอกยายสายทิพย์เพราะคิดว่าท่านกำลังดุมารดาของตัวเอง

คำพูดของพิมพ์พิชาทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองคนหลุดขำเพราะทุกครั้งที่ลูกสาวซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของเธอ พลอยนาราจะขับช้าจนลูกสาวบ่นเวลาเห็นรถคันอื่นแซง

“ช้าหรือเร็ว ยังไงก็เนื้อหุ้มเหล็ก”

“นาราจะระวังนะคะ ยายทิพย์รีบกลับเถอะค่ะ เดี๋ยวรถติดนะคะ”

“ได้จ้ะ แล้วพรุ่งนี้ตอนออกโรงพยาบาล ยายจะให้ตาเอารถยนต์มารับนะ ไม่ต้องกระเตงซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์กลับหรอก แผลยังไม่แห้งดีเลยยายกลัวจะได้แผลเพิ่ม” ยายสายทิพย์รีบกำชับ

“ค่ะยาย นารากับน้องพราวขอบคุณมากนะคะ”

พอยายสายทิพย์กลับไปแล้วสองแม่ลูกก็นั่งดูการ์ตูนกันต่อคืนนี้พิมพ์พิชาเข้านอนก่อนเวลา เพราะกลางวันเด็กหญิงตื่นเต้นกับห้องพักและดูการ์ตูนจนไม่ได้นอนกลางวันอย่างเคย

....

วันต่อมาพลอยนาราก็ขอลางานช่วงเช้าเพราะหญิงสาวต้องทำเรื่องออกโรงพยาบาลให้ลูกสาว พอทุกอย่างเรียบร้อย พิมพ์พิชาก็นั่งรถไปกับคุณยายสายทิพย์ที่มารอรับตั้งแต่เช้า เพราะกลัวพลอยนาราจะดื้อแล้วแอบพาลูกสาวขึ้นจักรยานยนต์

“แล้วเจอกันตอนเย็นนะคะน้องพราว อย่าดื้อกับคุณยายนะคะ แม่ไปทำงานก่อน”

“ค่ะแม่ น้องพราวสัญญาว่าจะไม่ดื้อค่ะ” เด็กหญิงรีบให้สัญญา

“ไม่ต้องห่วงนะนารา ยายจะดูแลให้ ” สายทิพย์เห็นสีหน้าของพลอยนาราก็รู้ว่าหญิงสาวทั้งห่วงทั้งเกรงใจเป็นอย่างมาก

“ขอบคุณค่ะคุณยาย เลิกงานแล้วนาราจะรีบกลับนะคะ”

พลอยนาราส่งลูกสาวขึ้นรถยนต์ของยายสายทิพย์เรียบร้อยแล้ว หญิงสาวก็ขี่รถจักรยานยนต์ไปยังสำนักงานทนายความ

เมื่อมาถึงหญิงสาวก็นั่งทำงานอย่างตั้งใจจนกระทั่งเสียงเรียกเข้าจากสมาร์ทโฟนดังขึ้น พลอยนาราละมือจากแป้นคีย์บอร์ด เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนโทรเข้ามาหญิงสาวก็หน้าซีดก่อนจะรีบกดรับสายด้วยมือที่สั่นเทา

“สวัสดีค่ะพี่เปรม” พลอยนาราเสียงสั่น

“นาราพี่ขอโษที่โทรมาเวลาทำงานนะ ยุ่งอยู่หรือเปล่าพอจะคุยได้ไหม”

“ไม่รบกวนหรอกค่ะนาราคุยได้ พี่เปรมมีอะไรคะหรือว่าหมอตะวันอาการดีขึ้นแล้ว” หญิงสาวมองไปในทางที่ดีก่อนแต่ในใจนั้นมันกลับคิดไปอีกแบบ

“นารา วันนี้หมอตะวันอาการไม่ดีเลย สัญญาณชีพอ่อนลงมาก ถ้านาราลางานได้พี่ก็อยากให้รีบมาที่โรงพยาบาล”

“ได้ค่ะพี่เปรม นาราจะรีบไปนะคะ” แม้จะรู้ดีว่าตนเองไม่ใช่หมอไม่ใช่ญาติสนิทแต่ในช่วงเวลานี้พลอยนาราแค่อยากไปให้กำลังใจเขาใกล้ๆ

เมื่อวางสายแล้วพลอยนาราก็สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนจะเดินไปยังห้องทำงานของเจ้านาย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป