บทที่ 11 โลกของนิยาย
นับตั้งแต่วันที่นางได้เข้ามาอยู่ในโลกของนิยาย ฟู่เหยาเหยาก็ตั้งใจจะปฏิวัติเนื้อเรื่องใหม่ นางจะไม่เป็นนางเอกที่ถูกนางร้ายเช่น ฟู่ลี่อิ๋งรังแกทำร้ายเด็ดขาดไม่ว่าอย่างไรก็ตาม อีกไม่นานตัวละครที่สำคัญก็จะทยอยโผล่หน้าออกมาให้นางเห็น
น่าเสียดาย!!
ตามเส้นเรื่องของนิยายเรื่องนี้ นางจะเป็นผู้ไปพบกับอ๋องน้อยบุตรชายที่เป็นแก้วตาดวงใจของเว่ยอ๋อง แต่กลายเป็นว่าสตรีนิสัยเสียผู้นั้นเป็นผู้ไปพบเขาเข้าเสียก่อน ร้อยวันพันปีนางไม่เคยได้ย่างก้าวออกจากบ้าน แต่ไฉนเลยวันนี้นางถึงได้ออกไป
“คุณหนูเจ้าคะ” หญิงรับใช้ของฟู่เหยาเหยาเข้ามารายงานในสิ่งที่ตนเองทราบ
“ได้ความว่าอย่างไรบ้าง”
“จริงอย่างที่คุณหนูคาดเดาเอาไว้ไม่ผิด คุณหนูใหญ่ได้ไปพบกับเว่ยอ๋องมาจริง ๆ บุรุษที่พูดคุยกับท่านโหวเมื่อตอนก่อนฟ้ามืดก็เป็นองครักษ์ของเขาเจ้าค่ะ” เสี่ยวเชี่ยนเล่า
“ถึงว่า ข้าถึงไม่เห็นเว่ยอ๋อง” ฟู่เหยาเหยารู้สึกอารมณ์เสีย นี่เป็นครั้งแรกที่การคาดเดาของนางผิดพลาด
อุตส่าห์ตั้งใจจะออกไปพบกับเว่ยเจิ้งหยาง ตั้งใจจะทำให้เขาประทับใจ แต่กลายเป็นว่าบุรุษผู้นั้นได้ไปพบกับสตรีเช่นนาง น่าหงุดหงิดเป็นที่สุด
“บ่าวยังได้ยินมาอีกว่า คุณหนูใหญ่เกือบถูกจับไปขายที่หอนางโลม โชคดีที่เว่ยอ๋องไปช่วยเอาไว้ทัน”
“หอนางโลม พวกหอโคมเขียวที่เอาสตรีไปค้ากามอะไรพวกนั้นนะหรือ” ฟู่เหยาเหยาถามให้แน่ชัด
“ใช่เจ้าค่ะ สตรีที่อยู่ที่นั่นต่อให้ลงไปล้างตัวในแม่น้ำฮวงโหก็ยากจะได้กลับคืนฐานะเดิม น่าเสียดายชะมัดที่ นางผู้หญิงใจร้ายเช่นคุณหนูใหญ่ไม่ได้ไปลงเอยที่นั่น” เสี่ยวเชี่ยนนึกเสียดาย
ก่อนหน้านี้นางถูกสตรีผู้นั้นทุบตี เพียงแค่เพราะทำน้ำชาหกใส่ชุดผ้าไหมราคาแพง โชคดีที่ได้คุณหนูรองมาช่วยเหลือไม่เช่นนั้นนางคงตายคากระบองลงโทษ
ที่ฟู่เหยาเหยาช่วยเหลือบ่าวรับใช้ผู้นี้ไม่ใช่เพราะสงสาร แต่เพราะต้องการใช้บุญคุณของตนเอง สั่งให้นางทำงานทุกอย่างที่นางลงมือเองไม่ได้ ขอแค่เพียงนามยอมทำงานถวายหัวให้กับตน โยนเศษเนื้อให้นิดหน่อยพวกสุนัขก็จำไม่ลืม
ในโลกอดีตนางคือดาราสาวเจ้าของรางวัลนักแสดงนำหญิง เป็นที่รักใคร่เอ็นดูของผู้คน แต่เพราะเกิดอุบัติเหตุในกองถ่ายทำให้วิญญาณของนางทะลุมิติเข้ามาในบทละครที่ตัวเองเล่นเป็นนางเอก นางจะไม่เป็นฟู่เหยาเหยา ๆ ที่เป็นดั่งดอกบัวขาวรอพระเอกมาพบเจอ
สำหรับนางเอกอันดับหนึ่งเช่นนาง ไม่มีอะไรที่เป็นเรื่องยาก เพราะก่อนหน้านี้ฟู่เหยาเหยาศึกษาเนื้อหาบทละครเรื่องนี้มาเป็นอย่างดี
นางจะไม่ยอมเป็นฝ่ายถูกรังแกอยู่ผู้เดียวแน่นอน เป้าหมายหลักของนางในเวลานี้คือการเอาคืน ฟู่ลี่อิ๋งให้สาสมที่สุด สตรีชั่วช้าผู้นั้นคือต้นกำเนิดเรื่องราวร้ายกาจที่ผ่านมาทั้งหมด
อันดับแรกนั่นก็คือทำให้ความน่าเชื่อถือของสตรีผู้นั้นลดลงไปเรื่อย ๆ ทำให้ผู้คนล้วนแล้วแต่เอือมระอาเมินหน้าหนี ทำให้นางกลายเป็นสตรีที่ถูกผู้คนรังเกียจที่สุดในแผ่นดิน
“เสี่ยวเชี่ยน เมื่อครู่เจ้าบอกว่านางเกือบจะถูกจับไปขายที่หอนางโลมนางโลมใช่หรือไม่” ฟู่เหยาเหยาถามสาวใช้
“ใช่เจ้าค่ะ”
ร่างเล็กแบบบางในชุดโปร่งบางกำลังครุ่นคิด
“แล้วเจ้ายังรังเกียจนางอยู่อีกหรือไม่”
“แน่นอนเจ้าค่ะ บ่าวรังเกียจสตรีผู้นั้น”
ฟู่เหยาเหยายิ้มมุมปากร้ายกาจ ก่อนจะกระซิบเบา ๆ กับบ่าวรับใช้คนสนิท
------------------------
ในปีที่ฟู่เหยาเหยาอายุ 6 ขวบ
ร่างเล็กลืมตาตื่นขึ้นมาในกระท่อมหลังเล็ก ๆ อากาศหนาวเหน็บหลังคาเป็นรูโหว่ แทบจะปกปิดคุ้มกันอะไรไม่ได้ ความสับสน ความไม่เข้าใจแผ่ซ่านอยู่เต็มอุรา
“เหยาเหยาลูกแม่ เจ้ายังไม่ตาย” ผู้เป็นมารดากอดประคองร่างเล็กของบุตรสาวเอาไว้แน่น
“แม่!!” สตรีผู้นี้เรียกนางว่าลูก
“ใช่แล้ว แม่เองลูก” นางกระชับอ้อมกอดให้แน่นยิ่งขึ้นคาดหวังให้ร่างกายของตนช่วยสร้างความอบอุ่นให้แก่นาง
นั่นเป็นวันแรกที่ฟู่เหยาเหยาทะลุมิติเข้ามาในโลกนี้ กว่าจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นก็ใช้เวลาเป็นปี กว่าจะตัดสินใจเปลี่ยนชะตาชีวิตก็ใช้เวลาทำความเข้าใจเรื่องราวอยู่นานพอดู
เมื่อเข้าใจเรื่องทุกอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง นางจึงขอให้มารดาพากลับจวนโหว นางให้มารดาเล่าความจริงทุกอย่างให้ท่านโหวฟัง เพราะความผิดพลาดในวัยหนุ่มสาวทำให้มีนางกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ นางเป็นคุณหนูสูงศักดิ์เหตุใดจะต้องจมปลักอยู่ในสถานที่แห่งนี้ด้วย
เพราะรังเกียจความยากแค้น นางจึงบังคับให้มารดาแบกหน้าไปร้องของความเห็นใจจากบิดา เขาจะต้องรู้ว่ามีนางอยู่บนโลกใบนี้ ชะตากรรมของนางเอกผู้เป็นดั่งบัวขาวจะต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล
วันที่ก้าวขาเข้าไปอยู่ในจวนโหว นางเห็นสายตาของฟู่ลี่อิ๋งเต็มความรังเกียจเดียดฉันท์ อุตส่าห์ตั้งใจจะเข้าไปอยู่กันแบบพี่น้อง แต่กลายเป็นว่าสตรีผู้นั้นเปิดศึกตั้งแต่วันแรกที่นางเหยียบเข้าบ้าน
“ข้าไม่ยอม ท่านพ่อแค่ต้องเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของท่านเท่านั้น” ฟู่ลี่อิ๋งวัยเด็กกระทืบเท้าเสียใจ นางหันไปมองหน้ามารดา แต่กระนั้นฮูหยินใหญ่ของบ้านกลับนิ่งเฉยไม่เอ่ยอะไรกับเรื่องนี้ทั้งสิ้น
“อิ๋งอิ๋งเจ้าเข้าใจพ่อหน่อยเถิด อย่างไรนางก็เป็นน้องสาวเจ้า” ฟู่ซิ่งพยายามอธิบายให้บุตรสาวเข้าใจ
“ท่านพ่อต้องมีแค่ข้ากับพี่ใหญ่เป็นลูกแค่นั้น คนอื่นข้าไม่นับ ข้าไม่นับ พี่น้องของข้าต้องมาจากท่านแม่ของข้าเท่านั้น” เด็กหญิงร้องไห้ปาดน้ำตา
ฟู่เหยาเหยาและมารดายืนมองเหตุการณ์ทุกอย่างแบบเงียบ ๆ ไม่ได้เอ่ยอะไร
“อิ๋งอิ๋ง ทำตัวมีเหตุผลหน่อยได้ไหม” ฟู่ซิ่งขึ้นเสียงดังใส่นาง
“ท่านพ่อขึ้นเสียงใส่ข้า ท่านพ่อพาอนุภรรยาเข้าบ้าน นอกใจท่านแม่ ไปมีนางเด็กน่ารังเกียจนั่น ข้าเกลียดท่าน ท่านพ่อ ข้าเกลียดท่าน” ไม่รอให้ใครได้ตั้งตัวฟู่ลี่อิ๋งน้อยก็วิ่งเข้าไปผลักสองแม่ลูกจนล้มคว่ำ
ฟู่เหยาเหยาที่ไม่ทันได้ตั้งตัวล้มหัวกระแทกกับกระถางต้นไม้เป็นแผลฉกรรจ์ขนาดใหญ่
“อิ๋งอิ๋งมันจะมากเกินไปแล้วนะ” ด้วยอารมณ์แห่งความโกรธผู้เป็นบิดาจึงพลั้งมือตบหน้านางไปหนึ่งที
“ท่านโหว ท่านตบหน้าอิ๋งอิ๋ง” ฮูหยินใหญ่เข้ามากอดบุตรสาวเอาไว้
“ท่านพ่อตบข้า” เด็กหญิงยกมือขึ้นสัมผัสพวกแก้มข้างที่ถูกบิดาตบหยาดน้ำตาไหลพราก “ข้าจะจำวันนี้เอาไว้ ข้าเกลียดพวกนางสองแม่ลูก ข้าจะเกลียดพวกนางไปตลอดชีวิตหากข้าตายกลายไปเป็นผีก็จะตามไปรังควานนางในปรโลก”
