บทที่ 9 รับผิดชอบพี่สาว

ท่านพ่อ!!

ฟู่ลี่อิ๋งคิดว่าตัวเองได้ยินสิ่งที่เด็กชายพูดไม่ผิด ไคไคน้อยเรียกบุรุษหน้าด้านคนนี้ว่าท่านพ่อ

“ไคไค เจ้าเรียกคนคนนี้ว่าท่านพ่อเหรอ” นางถามเด็กชายในขณะที่มมือของนางก็ยังลูบหลังปลอบใจเด็กชายตัวน้อย

“ขอรับพี่สาว บุรุษที่หล่อ ๆ ตรงหน้าท่านผู้นี้เป็นบิดาข้าเอง” เขาผละออกมาจากอกของพี่สาวและผายมือแนะนำตัวบิดาของตนให้กับนางรู้จัก

ฟู่ลี่อิ๋งมุมปากกระตุก แสดงว่าเมื่อครู่บุรุษกะล่อนผู้นี้หลอกลวงนางงั้นสิ นางส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายให้แก่เขา แต่กลับถูกบุรุษเจ้าเล่ห์ส่งยิ้มยียวนกลับมา ประสบการณ์ชีวิตของนางยังน้อยนัก โดนเขาหลอกนิดหน่อยก็หลงเชื่อเอาเสียง่าย ๆ

“ลูกไค ดูเหมือนพี่สาวแสนสวยของเจ้าจะไม่พอใจเท่าไหร่ที่พ่อไปช่วยนางออกมา” เว่ยเจิ้งหยางพูดทำนองน้อยใจ

เว่ยเจี้ยนไคหันกลับไปมองหน้าของบิดา

“แล้วท่านได้แกล้งอะไรนางหรือเปล่า นางจึงไม่พอใจท่าน”

สิ่งที่บุตรชายถามกลับเล่นเอาใบหน้าของบุรุษทรงอำนาจเหลือสามนิ้วเจ้าลูกตัวแสบฉลาดเฉลียวเกินไปแล้ว

“คิกคิก” ฟู่ลี่อิ๋งกลั้นขำเอาไว้แทบไม่ได้ ที่แท้จุดอ่อนของคนผู้นี้ก็คือไคไคน้อยของนางนี่เอง

“ไคไค ข้าโดนบิดาเจ้ากลั่นแกล้ง” นางตีหน้าเศร้าเล่าความจริง

“แกล้งอย่างไรกัน พี่สาวเล่ามาเถิดข้าไปฟ้องเสด็จปู่กับเสด็จลุงไท่จื่อให้ลงโทษเขา” เพราะไคไคน้อยรู้ว่าคนที่จะกำราบบิดาเขาได้คือสองคนนี้เท่านั้น

“เอ๊ะ!!”

“เจ้าพูดมากเกินไปแล้ว” ผู้เป็นบิดาต้องอุ้มบุตรชายออกมาจากที่นอน เพื่อยับยั้งไม่ให้เขาพูดมากความไปกว่านี้

เสด็จปู่ เสด็จลุงไท่จื่อคือสิ่งใด? นางฟังแล้วไม่คล้ายจะเข้าใจ คนตัวเล็กรู้สึกหัวหมุนไปหมด

ไม่นานฟู่ซิ่งก็มาถึงจวนพักร้อนของเว่ยอ๋อง เขาถือวิสาสะเข้าไปยังเรือนที่ได้ยินว่าบุตรสาวพักอยู่ในทันที

“อิ๋งอิ๋ง” ผู้เป็นบิดาเอ่ยนามของบุตรสาวอยู่นอกเรือน

เมื่อได้ยินเสียงของบิดา นางก็รีบวิ่งลงจากเตียงออกไปนอกเรือนในทันที

“ท่านพ่อ” คนตัวเล็กถลาไปกอดบิดาเอาไว้ ส่วนผู้เป็นบิดาก็กอดนางเอาไว้แนบแน่น

“โธ่ เอ๊ยลูกพ่อ บาดเจ็บตรงไหนหรือไม่” ฟู่ซิ่งคลายอ้อมกอดจากนาง พร้อมกับสำรวจว่าร่างกายของบุตรสาวบุบสลายตรงไหนหรือไม่

“ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ ลูกไม่เป็นอะไร” นางเอ่ยให้บิดาคลายกังวล “ท่านพ่อ ท่านพ่อเจ้าขา ท่านต้องจัดการคนพวกนั้นให้ลูกนะเจ้าคะ” พูดจบก็เบะปาก จะร้องไห้อีกรอบ

“มีคนจัดการให้เจ้าเรียบร้อยแล้ว” มือสากของบิดาประคองใบหน้าสวยงามของบุตรสาวและคอยเช็ดซับน้ำตาให้แก่นาง

โชคดีจริง ๆ ที่อิ๋งอิ๋งไม่เป็นอะไรไปมากกว่านี้ และโชคดีจริง ๆ ที่ได้เว่ยอ๋องมาช่วยเหลือนางเอาไว้ จากนี้ไปคงจะต้องมีเรื่องราวได้ยุ่งเกี่ยวกับพัวพันกันอีกแน่ แต่เอาเถอะเวลานี้นางปลอดภัยก็ดีมากแล้ว เรื่องของวันหน้าก็เป็นเรื่องของวันหน้า เรื่องของวันนี้ก็เป็นเรื่องของวันนี้

“ใครหรือเจ้าคะ” ผู้เป็นลูกสาวทำหน้าฉงน

ฟู่ซิ่งยิ้มและผายมือไปยังบุรุษตัวสูงใหญ่ที่ยืนอุ้มเด็กชายอยู่ด้านหลัง

“กระหม่อมขอบพระทัยเว่ยอ๋องที่ให้การช่วยเหลือบุตรสาวของข้า และขอบพระทัยที่เป็นธุระจัดการพวกสารเลวพวกนั้นแทนข้า”

“ฟู่โหวอย่าได้มากพิธี ข้าสิต้องขอบคุณนาง ถ้าไม่ได้นางป่านนี้ ข้าก็คงไม่ได้พบหน้าบุตรชาย” เขาปรายตามองไปทางนางอย่างอารมณ์ดี ยิ่งเห็นสีหน้างุนงงตื่นตระหนกของเจ้าตัวเล็กชุดสีชมพู ยิ่งอารมณ์ดี

“......” ฟู่ลี่อิ๋งเอ่ยสิ่งใดไม่ออก คำพูดคล้ายกับจะติดค้างอยู่ในลำคอ ไอ้เจ้าบุรุษกะล่อนผู้นี้เป็นถึงอ๋องเชียวหรือ คนตัวเล็กกลอกตาไปมาอย่างเอือมระอา

“อิ๋งอิ๋งขอบพระทัยท่านอ๋องสิ” ฟู่ซิ่งต้องเตือนให้บุตรสาวอยู่ในอาการสำรวม

“หากนางไม่เต็มใจ ฟู่โหวก็อย่าได้บังคับนางเลย” เว่ยเจิ้งหยางกล่าวเสียงเรียบ

“เห็นไหมเจ้าคะ ท่านพ่อ ท่านอ๋องยังไม่เห็นบังคับข้าเลย” เจ้าของใบหน้างดงามสะบัดหน้าหนีไม่ใส่ใจ เมื่อครู่เขาก็ล่วงเกินนาง โกหกนางถือว่าหายกันก็แล้วกัน

“อิ๋งอิ๋ง” ผู้เป็นบิดารู้สึกเสียหน้า ที่นางกระทำตัวไร้มารยาท หลังจากนี้ หากสืบสาวราวเรื่องได้ความว่าอย่างไรแล้ว ค่อยมาสั่งสอนมารยาทกับนางเสียใหม่ ไม้อ่อนดัดง่ายไม้แก่ดัดยาก หากในวันข้างหน้า นางไม่เหลือใครอย่างน้อยก็เหลือมารยาทไว้คุ้มกาย

ไคไคน้อยเห็นพี่สาวกำลังถูกตำหนิก็เอ่ยปากช่วยเหลือ ด้วยความที่ว่าสำนึกในบุญคุณ

“ท่านโหว อย่าว่าพี่สาวเลยขอรับ เป็นเพราะท่านพ่อของข้า กลั่นแกล้งนาง ล่วงเกินนาง ทำท่าทางคล้ายกับพวกผีชีกอเจ้าชู้ พี่สาวจะไม่ขอบคุณก็ไม่แปลก โชคดีแค่ไหนแล้วที่นางยังเห็นแก่หน้าข้า ไม่ใช้มีดปาดคอท่านพ่อของข้าไปเสียก่อน”

คำพูดของเด็กน้อยทำเอาผู้ใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงนั้น ได้แต่ยืนแข็งค้างทำสิ่งใดไม่ถูก ล่วงเกิน กลั่นแกล้ง ผีเจ้าชู้ ปาดคอ แต่ละอย่างนั้นน่าขนลุกทั้งสิ้น

ฟู่โหวมองหน้าเว่ยอ๋อง เว่ยอ๋องมองหน้าบุตรชาย ไคไคน้อยมองหน้าพี่สาว ฟู่ลี่อิ๋งมองหน้าบิดา

“ที่จริง ถ้าพี่สาวถูกบิดาข้าล่วงเกินไปแล้ว งั้นก็ให้นางแต่งเข้ามาเป็นหวางเฟย มาเป็นมารดาของข้าเพื่อเป็นการรับผิดชอบดีหรือไม่” ไคไคน้อยพูดไปตามที่ตัวเองคิด อย่างที่บุรุษพึงแสดงความรับผิดชอบ ภาพที่เขาเห็นเมื่อครู่ตอนที่ไปแยกทั้งสองออกจากกันเด็กชายจำได้ดี

นางต้องถูกบิดาของเขาทำให้เสื่อมเสียเกียรติ บิดาเขาก็เป็นลูกผู้ชายพอ ตบแต่งกันไปเลยดีหรือไม่ จะได้ไม่ถูกผู้คนนินทา

ฟู่ลี่อิ๋งกลับเข้าไปหาไคไคน้อยอีกครั้ง

“ไคไค เจ้าเข้าใจผิดแล้ว เมื่อครู่พ่อของเจ้าไม่ได้ทำอะไรข้าทั้งสิ้น เอ่อ...เป็นเพราะพี่สาวพูดเสียงเบาเกินไป เขาก็เลยเข้ามาใกล้ ๆ เพื่อที่จะได้ฟังข้าให้ถนัดก็เท่านั้น ส่วนตัวของพี่สาวเอง ยังไม่อยากแต่งงาน ปีหน้าข้าก็อายุครบ 18 ปี ตั้งใจว่าจะออกจากบ้านไปอยู่อารามชีรับใช้พระพุทธองค์” นางรีบปฏิเสธ

พอได้ยินว่าพี่สาวไม่อยากแต่งงานเข้ามาเป็นมารดาของเขา ไคไคน้อยก็ทำหน้าสลด

“พี่สาว ท่านรังเกียจที่บิดาข้าแต่งงานแล้วใช่หรือไม่ ท่านรังเกียจที่จะมาเป็นมารดาข้าใช่หรือไม่”

“ไม่ใช่เช่นนั้นสักหน่อย” นางโบกไม้โบกมือปฏิเสธ

“เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ลูกไค ให้พ่อของเจ้าได้ลองคบหาพี่สาวดูก่อนสักเดือนสองเดือน ชายหญิงแต่งงานกันเร็วเกินไปไม่ดีหรอก” เว่ยเจิ้งหยางต้องรีบตัดบทก่อนที่การสนทนานี้จะเลยเถิดเกินไป “เอาเช่นนี้ ฟู่โหวและคุณหนูกลับไปพักผ่อนก่อน นางน่าจะเหนื่อยมากแล้วมีอะไรค่อยไปว่ากันอีกทีก็แล้วกัน”

ฟู่ซิ่งไม่รอให้เว่ยอ๋องพูดซ้ำสองรีบลากแก้วตาดวงใจออกจากจวนพักร้อนในทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป