บทที่ 1 1.1 ตามรัก กุลปรีดาพงษ์
ตามรัก Part
สวัสดีฮะผมตามรัก กุลปรีดาพงษ์ เป็นลูกชายคนเล็กของคุณพ่อตุลย์คุณแม่มินตรา กุลปรีดาพงษ์ อ้อที่สำคัญผมคือน้องชายของพี่ติณฑ์และมีพี่สาวฝาแฝดชื่อไอติม ด้วยแหละ ตอนนี้ผมเรียนอยู่ชั้นมัธยมปีที่5แล้วนะทางบ้านไม่ได้คาดหวังให้ผมต้องเป็นหมอเหมือนคุณพ่อกับพี่หรอกใจผมไม่ชอบด้วย เพราะงั้นเส้นทางสู่รั้วมหาวิทยาลัยของผมแม้จะตั้งเป้าเรียนที่เดียวกับไอติมหรือกลางพี่สาวฝาแฝด ซึ่งตั้งความหวังไว้ว่าจะเดินตามรอยเท้าพี่ชายคนโตของเราแต่ผมกลับไม่รู้สึกกดดันมากเท่ากลาง คงเป็นเพราะคณะที่ผมมองไว้นั้นไม่ใช่แพทยศาสตร์ล่ะมั้ง
กริ๊งง ความจอแจในเวลาเลิกเรียนของโรงเรียนชื่อดังยังคงเป็นเหมือนทุกวันจนเป็นภาพชินตาแล้วล่ะ กึก! และคนตรงหน้าก็คืออีกหนึ่งความชินตาเหมือนกัน
“น้องตามวันนี้แวะกินเค้กก่อนกลับบ้านได้ไหมเดี๋ยวพี่ไปส่งที่บ้านเอง”
“เฮ้อ พี่เนสมาชวนมันทุกวันแต่มันก็ไม่เคยไปด้วยสักวันไม่เบื่อจะชวนบ้างเหรอคะ” ตอนนี้บันไดของอาคารเรียนมีรุ่นพี่ม.6คุ้นหน้าสามคนยืนเตร่ไปมา พอเห็นพวกผมพี่เนสคือคนเอ่ยปากเชื้อเชิญเหมือนเช่นทุกวันโดยมีคำตอบจากกลางโต้กลับไปเช่นกัน
ต่างจากผมดวงตาตัวเองเอาแต่จ้องมองรุ่นพี่ม.6คนนี้เงียบ ๆ ผมชื่นชมในความพยายามของเขานะเพราะตั้งแต่ผมเรียนม.4จนถึงตอนนี้อยู่ม.5แล้ว สิ่งที่เขามีให้ผมทุกวันนั่นคือความสม่ำเสมอมาตลอดอย่างกลางว่านั่นแหละผมไม่เคยไปกับเขาสักครั้งแต่เขาก็ยังไม่ท้อใจสักนิด ความมุ่งมั่นจนน่าทึ่งแบบนี้มันทั้งน่าชื่นชมแต่ผสมไปกับความน่าเห็นใจเหมือนกัน จะว่าไปแล้วความพยายามของพี่เนสคล้ายพี่อิงเหมือนกันแฮะ
“ขอโทษด้วยฮะพี่เนสรถของที่บ้านมารับตามแล้วน่ะ”
“พี่ก็คิดแล้วว่าต้องเป็นอย่างนี้ อะนี่นมกับเค้กพี่ซื้อมาให้มีของน้องติมด้วยนะเอาไปกินรองท้องบนรถนะครับ” ไม่มีอาการหงุดหงิดหรือเคืองขุ่นบนสีหน้าคุ้นเคยสักนิดตรงกันข้ามถุงกระดาษสีขาวที่ยื่นมายิ่งชวนให้ความเห็นใจปนเกรงใจทับถมมากขึ้นไปอีก ครั้นจะไม่รับก็กลัวว่าจะเห็นดวงตาของรุ่นพี่คนนี้สลดลงน่ะสิตัวเองเลยต้องยื่นมือไปรับไว้พี่เนสถึงมีรอยยิ้มให้ผมได้เห็นขึ้นบ้าง
หมับ “ไปเถอะเล็กเดี๋ยวลุงเอ๋รอนานอีก เราไปแล้วนะคะพี่เนสขอบคุณสำหรับเสบียงค่ะ”
“ด้วยความยินดีมากครับน้องติม พรุ่งนี้พี่มาหาใหม่นะน้องตามฝันดีล่วงหน้าครับ” รอยยิ้มบางเบาคือสิ่งเดียวที่ผมมีให้พี่เนสตลอดมา แต่กลางสิพอเดินห่างจากพวกพี่ไม่กี่ก้าวก็ชักชวนผมคุยเรื่องน่าหวั่นใจอีกแล้วนะ!
“ถ้าพี่โตกับคุณพ่อรู้ว่าเล็กเริ่มใจอ่อนให้ผู้ชายคนอื่นมีหวังโดนคุณพ่อกับพี่โตเชือดแน่”
“เล็กไม่ได้ใจแข็งเหมือนพี่โตนี่คนอะไรใจแข็งยิ่งกว่าหินซะอีกใจแข็งจนดูใจร้ายใจดำด้วยซ้ำ เหอะ! ยิ่งนึกถึงความใจร้ายของพี่โตก็ยิ่งหงุดหงิดอะกลาง สวัสดีฮะลุงเอ๋” ผมกับกลางพร้อมใจกันยกมือไหว้ลุงเอ๋เสร็จก็รีบมุดตัวขึ้นรถมือไม้แย่งกันรื้อเอานมกับขนมในถุงกระดาษมาจ้วงเข้าปากยกใหญ่ วันนี้ผมใช้พลังงานไปกับวิชาพละจนอาหารมื้อเที่ยงย่อยไปหมดแล้วนี่นา ยิ่งกลางนะปากเอาแต่บ่นเรื่องนี้สุดท้ายก็ไม่พ้นกินขนมที่ผมได้จากคนอื่นทุกทีแหละ
ตรู๊ด ๆ ๆ หมับ “พี่อิงคิดถึงอีกแล้ว”
“ฮ่า ๆ ๆ ปากหวานอีกแล้วนะน้องตามว่าแต่ตอนนี้ถึงไหนแล้วเนี่ย” แค่หน้าจอโทรศัพท์ของกลางที่วางอยู่บนตักขึ้นรูปพี่อิง ผมก็ผละมือจากช้อนพลาสติกแย่งโทรศัพท์ของกลางมาเปิดลำโพงเสียเลย
“อีกไม่เกินครึ่งชั่วโมงจะถึงบ้านแล้วฮะพี่อิงอยู่ไหนเลิกงานรึยังหนูคิดถึงจังเลย”
“กลางก็คิดถึงเหมือนกันค่ะเมื่อไหร่จะมาเจอกันคะ เล็กกินดี ๆ สิเค้กหล่นใส่เบาะแล้วน่ะทำความสะอาดเองเลยนะไม่งั้นจะฟ้องคุณแม่” ริมฝีปากตัวเองเบ้ให้กับความรักสะอาดของพี่สาวโดยอัตโนมัติ ฮึ ทำเป็นพูดดีตัวเองก็ทำของกินหกเลอะเทอะบนรถจนคุณแม่บ่นเหมือนกันนั่นแหละ แต่สองมือยังคว้าทิชชูมาเช็ดตามคำของพี่สาวไปด้วยความสนใจก็ยังคงอยู่กับการสนทนาไปด้วยนะ
“วันเสาร์นี้เป็นไงเดี๋ยวพี่อิงโทรไปชวนน้ามินให้พาแฝดออกมากินขนมกันดีไหม”
“ไชโย!” คำตอบของผู้ชายซึ่งเปรียบเสมือนพี่ชายแท้ ๆ สร้างความยินดีจนเราสองคนเก็บไว้ไม่อยู่ เมื่อสบตากันแม้ไม่พูดออกมาเราก็รู้ว่าความยินดีนั้นคือเรื่องอะไรนั่นเพราะเราสัมผัสได้ว่าน้ำเสียงของพี่อิงไม่ได้มีความเศร้าใจเพราะพี่ชายของเราอีกแล้ว ในขณะเดียวกันนั่นยิ่งทำให้ผมกลัวเหลือเกินกลัวว่าพี่อิงจะถอดใจไปจากพี่โต และสุดท้ายแล้วความรักของพี่อิงก็จะหายไปจากชีวิตของพี่โตเหมือนกัน ถ้าเป็นอย่างนั้นผมคงเศร้าใจมากแน่ ๆ เพราะผมอยากให้คนที่มาเป็นพี่สะใภ้ของผมคือพี่อิงมากกว่าแฟนพี่โตนี่นา
“โอเคค่ะพี่อิงเดี๋ยวเย็นนี้เราจะบอกคุณแม่นะคะ”
“เล็กจะล้างท้องรอขนมนะฮะ”
“ฮ่า ๆ ๆ โอเคได้เลยหนุ่มหล่อสาวสวยพี่อิงต้องวางสายก่อนนะครับ”
“สวัสดีค่า/ฮะ” หมับ พอสายตัดไปดวงตาเรากลับหันมองตากันโดยอัตโนมัติถึงเราไม่พูดมันออกมาแต่ผมรู้ว่ากลางคิดเหมือนกับผมฝ่ามือของเราสองคนถึงได้จับกันแน่นมากขึ้น ถ้าผมรักพี่อิงมากเท่าไหร่กลางก็รักพี่อิงไม่น้อยไปกว่าผมเลยเรื่องของพี่โตทำให้ในหัวมันปั่นป่วนจนต้องเอนหัวไปพิงกับไหล่เล็กพอ ๆ กัน ตอนนี้ผมกลัวจังนอกจากกลัวว่าพี่อิงจะผิดหวังแล้วผมยังกลัวว่าพี่โตจะต้องเสียใจอีกด้วย สำหรับผมแล้วพี่โตเป็นทั้งพี่ทั้งเพื่อนทั้งพ่อเลยนี่นา
“เอาไว้วันเสาร์นี้เราชวนพี่อิงมานอนค้างที่บ้านด้วยเนอะเล็ก”
“อือแล้วเราชวนพี่อิงไปนอนห้องพี่โตเนอะพี่อิงจะได้ไม่ถอดใจจากพี่โตไง” หมับ แรงบีบกระชับจากฝ่ามือของฝาแฝดเป็นเครื่องยืนยันว่าเราสองคนจะทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อให้พี่อิงยังอยู่ตรงนี้ยังฝากหัวใจไว้กับพี่ชายของผม แม้ว่าความหวังของเราสองคนอาจดูเป็นการเห็นแก่ตัว เพราะยิ่งพี่อิงฝังหัวใจไว้กับพี่โตมากเท่าไหร่คนที่จะเจ็บปวดและทุกข์ใจก็คือพี่อิงเองก็ตาม
