บทที่ 11 4.2 ความหอมหวานของน้ำผึ้ง

มังกร Part

สรุปแล้ววันนั้นผมก็ยังไม่มีโอกาสได้รู้ว่าคนที่ผมล็อกเป้าหมายเอาไว้เป็นใครมาจากไหน นอกจากยืนมองเด็กวัยรุ่นสี่คนเดินเรียงแถวขึ้นรถแวนคันใหญ่ไปเงียบ ๆ แต่ในความเซ็งเบา ๆ กลับมีรอยยิ้มขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่าจังหวะที่กำลังก้าวขึ้นรถหนุ่มน้อยคนนั้นหันหน้ามาสบตากับผมอีกหน ดวงตาโตมีแต่ความเขินอายจนแฝดหญิงต้องเป็นฝ่ายดันตัวฝาแฝดตัวเองให้รีบขึ้นรถโดยมีสายตาผมทอดมองตามรถไปอย่างไม่วางตา ความสวยของเลขทะเบียนรถดูก็รู้ว่าราคาป้ายแพงหูฉี่มากแค่ไหนแพงกว่าราคารถด้วยซ้ำ

ไอ้ครามไม่ทำให้ผมผิดหวังตามเคยทะเบียนรถที่มันจดจำเอาไว้ถูกนำมาสืบหาคนที่ผมอยากสบตาอีกครั้งจนได้ แม้จะใช้เวลาตั้งสองวันก็เถอะแต่สุดท้ายแล้วค่ำคืนวันที่ 27 มีนาคม ประวัติของคนที่ผมอยากรู้จักก็ตกมาอยู่ในมือให้ผมถืออ่านตั้งแต่อักษรตัวแรกไปจนถึงตัวสุดท้ายอย่างตั้งใจสักที

“ยิ้มแบบนี้อย่าบอกว่าคุณมังกรถูกใจนะครับ ผมว่าน้องเขายังเด็กเกินไปเพิ่งจะขึ้นม.6ด้วยซ้ำ”

“อย่าลืมสิว่าพ่อกูก็แก่กว่าแม่กูเยอะนะ หึหึ” คำทักท้วงของไอ้ครามไม่เป็นผลแถมผมยังเลิกคิ้วหัวเราะให้กับสีหน้ายุ่งยากของมันอีกด้วย นิโคตินถูกยกมาอัดลงปอดอีกครั้งแล้วปล่อยให้ควันบางเบาล่องลอยหายไปในอากาศเช่นทุกทีแต่ตอนนี้ก่อนควันสีเทาจะจางหายไปผมดันเห็นมันเป็นสีชมพูเฉยเลยว่ะ ก่อนจะตาลายมากไปกว่านี้เบียร์อีกกระป๋องก็ถูกคว้ามาเปิดกรอกลงคอไปอึกใหญ่ถึงอย่างไรไอแพดเครื่องบางที่มีประวัติของใครบางคนยังคงถูกผมถือติดมือไม่ยอมวางสักที

“แต่นายใหญ่กับแม่ใหญ่ก็จริงจังจนถึงขั้นจดทะเบียนสมรสและมีคุณมังกรขึ้นมานะครับ อย่าบอกนะว่าคุณมังกรเองก็นึกจริงจังกับเด็กคนนั้นน่ะ”

“ใครจะบ้าจริงจังกับคนที่ตัวเองยังไม่เคยคุยเป็นเรื่องเป็นราวสักครั้งวะ กูแค่อยากรู้จักหนูน้อยคนนั้นให้มากขึ้นอีกนิดก็แค่นั้น” คำถามของไอ้ครามเป็นเหตุให้ผมถึงกับวางกระป๋องเบียร์ แผ่นหลังเอนพิงอยู่กับพนักเก้าอี้ปลายคางแหงนเงยรับแสงจันทราโดยมีสายลมของท้องทะเลพัดผ่านมาคลอเคลียไม่ห่างตัว 

ในหัวเอาแต่ครุ่นคิดว่ามันเป็นเรื่องจริงที่ผมอยากรู้จักกับหนูน้อยคนนั้นมากขึ้น หนูน้อยที่ทำให้ผมหลับสนิทเพียงเพราะได้ยินเสียงเล็ก ๆ ของเขาอยู่ใกล้ ๆ คนที่ผมอยากใช้เวลาทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้อีกสักนิด

“แต่คุณมังกรก็เห็นนี่ว่ารายนี้ไม่ง่ายนะครับ”

“อืม กูก็ไม่ได้คิดว่าหนูน้อยเขาจะง่ายนี่หว่าน่ารักขนาดนั้นไม่แปลกที่ทั้งพ่อทั้งพี่ชายจะหวงแบบนี้น่ะ” เชื่อว่าไอ้ครามไม่ตั้งใจจะขัดขวางผมเรื่องหนูน้อยคนนี้หรอก เพียงแต่ที่ผ่านมาเราสองคนเคยพบเจอแต่ความง่ายดายมันคงกลัวว่าผมจะหงุดหงิดไม่พอใจเพราะความเข้าถึงตัวยากของหนูน้อยคนนี้มั้ง

ก็นะตามประวัติที่ได้อ่านมาเขียนละเอียดยิบเลยนี่หว่าว่าพ่อกับปู่ของหนูน้อยมีอิทธิพลในวงการแพทย์มากแค่ไหน แถมพี่ชายคนโตยังเป็นว่าที่คุณหมออนาคตไกลอีกด้วยถือว่าตระกูลนี้ดังเป็นอันดับต้น ๆ ในประเทศเลยมั้ง แม้ไอ้ครามจะไฮไลต์สีแดงเอาไว้ยาวเป็นแถบว่าเจ้าหนูน้อยจะเป็นแก้วตาดวงใจของใครหลายคนแล้วไงผมสนใจเหรอก็ไม่นะ

“เฮ้อ ถ้ายังดื้อจะเอามือไปแหย่รังผึ้งรังแตนก็เตรียมตัวไว้บ้างนะครับ”

“แต่ถ้าได้ชิมความหอมหวานของผึ้งรังนั้นมันก็คุ้มที่จะเสี่ยงไม่ใช่เหรอวะ หึหึ กูเบื่อพัทยาแล้วว่ะพรุ่งนี้กลับกรุงเทพดีกว่า อ้ออย่าลืมหาคอนโดใกล้โรงเรียนให้กูด้วยแล้วกัน” คำขู่ปนท้วงติงของไอ้ครามไม่มีผลต่อการตัดสินใจของผมสักนิดนอกจากเปิดเบียร์อีกกระป๋องยื่นให้มันดื่มกิน แต่พอมันได้ยินคำขอปนสั่งอีกคำของผมมันก็ถึงกับดื่มเบียร์ไปอึกใหญ่แล้ววางกระป๋องเบียร์เปล่าพร้อมลมหายใจถูกถอดถอนมาอีกคราวจนได้

“ถึงกับจะปักหลักเลยเหรอครับ หึหึ สงสัยผมต้องเตรียมทำแผลให้แล้วมั้ง” คำถามเจือด้วยเสียงบ่นบางเบาของไอ้ครามไม่ได้ทำให้ผมนึกอยากต่อปากต่อคำกับมันอีกแล้ว กระป๋องเบียร์ในมือเลยถูกยกขึ้นมากลืนน้ำขมลงคออีกครั้ง

ใจคิดแต่ว่าผมเป็นถึงลูกพ่อค้ามืออาชีพนะเพราะงั้นผมคิดว่าตัวเองตาถึงพอจะมองเห็นว่าสิ่งไหนมีคุณค่าพอที่จะทุ่มเทเวลาให้กับสิ่งนั้นบ้าง ใจเอาแต่หวังว่าการพบกันครั้งหน้าผมจะได้มีโอกาสขยับความใกล้ชิดกับหนูน้อยคนนั้นอีกนิดหนูน้อยที่ชื่อว่า 

“นายตามรัก กุลปรีดาพงษ์”

การรุกคืบของผมเพื่อให้ได้เข้าใกล้หนูน้อยเกิดขึ้นทันทีที่รู้ว่าเป้าหมายมาเรียนกวดวิชาตามตารางที่ได้รับมาในต้นเดือนเมษายน วันนี้ผมเลยมาทำกิจวัตรใหม่ ๆ เช่นสามสี่วันที่ผ่านมานั่นคือพาตัวเองมาวนเวียนนั่งแช่ดื่มกาแฟอยู่ร้านคาเฟ่ข้างโรงเรียนกวดวิชาบางโรงเรียนเป็นชั่วโมงทุกวัน ไม่ใช่ว่าตัวเองจะเป็นคนติดกาแฟอะไรขนาดนั้นนะแต่เหตุผลมีเพียงข้อเดียวคือคาเฟ่นี้มันอยู่ข้างโรงเรียนของเด็กบางคนไง ผมเลยต้องมานั่งในร้านหวานจ๋อยที่ไม่เคยคิดจะเอาเวลาชีวิตมาเปลืองอยู่กับร้านแบบนี้เกินห้านาทีสักครั้ง

“ออกมาแล้วครับ” พอได้ยินคำบอกกล่าวของไอ้ครามสายตาเลยต้องละจากโทรศัพท์ที่มีบัญชีโซเชียลชื่อน้องตามของพ่อตุลย์แม่มินมากวาดตามองตามจุดที่ไอ้ครามจับจ้องอยู่ เลยได้เห็นว่าหนูน้อยคนนั้นกำลังคุยอะไรบางอย่างกับคู่แฝดด้วยรอยยิ้มสดใส พอเด็กสาวพยักหน้ารอยยิ้มจากตามรักก็ยิ่งผลิบานพร้อมกับควงแขนกันตรงมายังร้านนี้เหมือนทุกวัน สายตาผมถึงหันกลับไปมองทางตู้กระจกที่มีของหวานหลายอย่างเรียงรายอยู่ในนั้น คอยดูสิไม่เกินหนึ่งนาทีต้องมีคู่แฝดชายหญิงคู่หนึ่งมาเกาะตู้กระจกนี้เหมือนทุกวันแน่

“หึหึ ว่าแล้ว” จะไม่ให้ผมหัวเราะพึมพำออกมาได้ไงในเมื่อตอนนี้ภาพที่ผมคิดไว้ในหัวกลับกลายมาปรากฏอยู่ตรงหน้าไม่มีผิดเพี้ยน หนุ่มน้อยมัดผมเป็นจุกเปิดให้เห็นหน้าผากมนเขากำลังใช้สองมือเกาะตู้เค้กสายตาเอาแต่กวาดมองขนมทีละชิ้นอย่างตั้งใจและเป็นความตั้งใจที่น่าเอ็นดูมากเหลือเกิน

พรึ่บ เมื่อสุดจะต้านทานความน่ารักนั้นไหวร่างกายมันก็ปฏิบัติไปตามความต้องการของใจด้วยการลุกขึ้นเดินดุ่มไปหาทั้งคู่ทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป