บทที่ 3 1.3 ตามรัก กุลปรีดาพงษ์

ตามรัก Part

“ฮือเล็กไม่อยากรักพี่อิงแล้ว” เริ่มต้นวันแรกของปีทั้งน้ำตาทั้งเสียงสะอื้นของผมก็มีมาไม่หยุดยั้งกินระยะเวลายาวนานไปหลายต่อหลายวัน ตั้งแต่รู้ว่าพี่อิงไปอยู่ต่างประเทศใจผมอยากจะโทรไปถามพี่โตสักทีว่าไม่รู้เลยหรือไงว่าจากนี้ไปพี่โตจะไม่มีคนที่รักตัวเองมาก ๆ คอยอยู่ชิดใกล้อีกแล้วนะ แต่คุณแม่ก็ไม่ยอมให้ทำดั่งใจผมเลยต้องเก็บกดความน้อยใจเอาไว้จนผ่านพ้นวันปีใหม่ไปร่วมอาทิตย์ผมก็ยังจมดิ่งอยู่กับความรู้สึกอย่างนั้นไม่หายสักที

“เล็กเลิกร้องไห้เถอะตาบวมหมดแล้วครูเรียกเค้าไปถามว่าที่บ้านมีปัญหาอะไรรึเปล่าเห็นเล็กร้องไห้ทุกวันอย่างนี้น่ะ”

“ฮะ ฮึก ไม่หยุดเค้าจะร้องให้ตาแตกไปเลย ฮืออ จะร้องให้ตาบอดไปเลย ฮึก” ตั้งแต่เปิดเรียนปีนี้ทุกเที่ยงไม่ใช่เวลากินข้าวของผมเหมือนเดิมแล้วพอผมไม่กินกลางเองก็ไม่กินไปด้วยเหตุผลเพราะกลางต้องมานั่งเฝ้าผมร้องไห้อยู่ทุกวี่วันนั่นเอง วันนี้ก็เหมือนกันใบหน้าของผมยังคงซบอยู่กับต้นแขนที่พาดไปตามโต๊ะเรียน ปล่อยน้ำตาให้รินไหลออกมาสมองเอาแต่ใคร่ครวญว่าป่านนี้พี่อิงไปอยู่ที่ไหนกับใครแล้วนะ

หมับ “พี่อิงมีเหตุผลเราต้องเคารพในเหตุผลของคนอื่นนะ”

“งั้นจะมาทำให้ผูกพันทำไมถ้าคิดว่าตัวเองจะไปตลอดรอดฝั่งไม่ได้ ฮึก ก็ไม่ต้องมาแต่แรกเลย ฮืออ” อ้อมแขนของกลางยังคงทำหน้าที่เช่นทุกวันนั่นคือโอบกอดผมเอาไว้ปากสาธยายไปต่างๆ นานา ผมรู้ว่าตัวเองผิดที่โยนความผิดไปให้กับพี่อิงทั้งที่พี่อิงไม่มีความผิดอะไรเลยทุกคนต่างรักตัวเองทั้งนั้น

อีกอย่างผมก็รู้อยู่เต็มอกว่าที่ผ่านมาพี่อิงเหมือนตกนรกเพราะโดนความใจร้ายของพี่โตมอบให้มากแค่ไหน และผมรู้ว่าสักวันหนึ่งเมื่อตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับพี่อิงหัวใจของผมก็คงจะทนไม่ได้ยาวนานขนาดนั้นหรอก แม้รู้ทุกเหตุผลแต่ผมยังคงเป็นคนนิสัยไม่ดีเอาแต่พานโทษคนนั้นคนนี้ไปทั่วอยู่ดี

“เล็กจะไม่รักพี่อิงจริง ๆ เหรอทำแบบนั้นได้เหรอ”

“ฮึก ไม่ได้หรอกพี่อิงเป็นเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง ฮึก พี่อิงเป็นคนน่าสงสารและพี่อิงเป็นคนที่รักพี่โตมากที่สุด ฮึก ถึงยังไงเค้าก็เกลียดพี่อิงไม่ได้หรอก” คำถามของกลางแทงลึกลงไปกลางใจผม ใช่แล้วผมไม่มีวันเกลียดคนที่จากไปได้เลยเพราะเมื่อหัวใจมันเจ็บสัญชาตญาณของมนุษย์ก็ต้องสั่งให้เราถอยห่างออกมาให้หนีจากความร้าวรานทั้งหมดที่เจอ แต่ถึงอย่างนั้นผมยังหวังว่าสักวันพี่โตจะรับรู้ถึงหัวใจของตัวเองและมีโอกาสได้เป็นเจ้าของความรักกับคนดี ๆ อย่างพี่อิงอีกครั้งแค่นั้น

“ร้องไห้อีกแล้วเหรอมีอะไรคุยกับพี่ได้นะพี่ยินดีรับฟังน้องตามทุกเรื่องเลย อะกินอะไรบ้างเดี๋ยวเป็นโรคกระเพาะเอาหรอก”

“ฮึก เรื่องที่ทำให้ตามเสียใจตอนนี้เป็นเรื่องที่ตามเองก็ไม่เคยรู้จักมันมาก่อน ฮึก และไม่เคยเผชิญหน้ากับสถานการณ์อย่างนี้เหมือนกัน ฮึก ตามเลยไม่รู้ว่าจะระบายให้พี่เนสฟังยังไงดี ฮึก แต่ตามขอบคุณพี่เนสนะที่รู้สึกดี ๆ กับตามและทำดีกับตามมาเสมอ ฮึก แต่พี่เนสอย่าเอาความรักดี ๆ ของพี่เนสมาฝากไว้กับตามเลย ฮึก ตามไม่อยากให้พี่เนสเสียใจ ฮึก ไม่อยากทำให้คนที่ดีกับตามต้องผิดหวังกับสิ่งที่คาดหวังเลยฮะ” ขวดนมกับแซนด์วิชยังเป็นของจากพี่เนสที่เอามาให้ผมทุกเที่ยงเหมือนเคย ความห่วงใยจากชายคนนี้รวมถึงเรื่องราวของพี่อิงทำให้ผมจุกในอกจนต้องพูดอะไรออกมาบ้าง

ทุกวาจาดวงตาถึงเอาแต่จับจ้องอยู่กับใบหน้าของพี่เนสตลอดใจพร่ำบอกว่านี่คือความรู้สึกขอบคุณที่มาจากใจผมเช่นกัน ขอบคุณเพราะเขาช่างแสนดีกับผมเสมอมา และภาพใบหน้าของพี่อิงที่พยายามทำเพื่อความรักอย่างดีมาตลอดก็ซ้อนเข้ามา สองขาถึงได้ลุกเดินไปหาคนตรงหน้ามือขวาเอื้อมไปแตะแก้มประธานนักเรียนคนปัจจุบันเบา ๆ

หมับ “ไม่เป็นไรพี่รอได้พี่รอน้องตามได้ครับ” ฝ่ามือใหญ่กว่าผมยกขึ้นมาทาบทับจับมือผมที่ยังแตะแก้มเขาไว้เช่นกัน ดวงตาคู่นั้นทอประกายความมุ่งมั่นออกมานั่นทำให้ผมรับรู้ถึงคำพูดที่ว่าทุกคนมีเหตุผลของตัวเองทั้งนั้นเหมือนที่พี่อิงมีเหตุผลจะไม่รอพี่โตอีกแล้ว ตัวพี่โตก็มีเหตุผลที่ไม่อาจรับรักพี่อิงเช่นกันนั่นคงเหมือนตัวผมเองที่รับความรู้สึกดี ๆ ของพี่เนสเอาไว้ไม่ได้ และไม่อยากปล่อยให้เขาต้องมาเสียเวลาอยู่กับเรื่องเป็นไปไม่ได้อย่างผมอีกแล้ว

“ฮืออ พะ ฮึก พี่โต ฮืออ!”

“ฮึก ฮืออ คุณแม่ขาป้าปันขา ฮืออ กลางสงสาร ฮือ สงสารพี่โต ปึก! ฮึก กลางเจ็บไปทั้งอกแล้ว ฮืออ!” เมื่อครั้งพี่โตรับรู้ถึงการจากไปของพี่อิงดวงตาของการสูญเสียที่พี่ชายมียังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำของผม แต่เพียงไม่กี่วันต่อมาผมก็เห็นตำตาว่าพี่ชายเกือบเป็นฆาตกรด้วยการลงมือเข่นฆ่าผู้หญิงคนนั้นอย่างตั้งใจ 

ความเจ็บปวดใจจากพี่ชายคนโตมีมากมายแค่ไหนทำไมผมจะไม่รู้เพราะตอนนี้หัวใจผมกับกลางก็ร้าวรานไม่ต่างกัน น้ำใสไหลนองเต็มสองแก้มของแฝดพี่มือขวายกมาทุบอกตัวเองด้วยสีหน้าแดงก่ำอีกทั้งเสียงสะอื้นจนตัวโยนยิ่งทำให้ผมเจ็บจนลุกไม่ไหว ได้แต่ทรุดนั่งอยู่ริมสระว่ายน้ำสายตาเลื่อนมองผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ที่ยังนอนแผ่หลาราวกับว่าชีวิตนี้ของเขาไม่มีอะไรหลงเหลืออีกแล้ว

หมับ “น้องตามหยุดร้องก่อนนะลูก ชู่ว์ หลานรักของป้าชมอย่าร้องไห้เลยยิ่งหนูร้องพี่ชายของหนูก็ยิ่งเสียใจ ป้าชมว่าเราต้องเข้มแข็งเพื่อเป็นกำลังใจให้พี่ชายนะคะ”

“ฮึก หนูเกลียดผู้หญิงคนนั้น ฮึก เกลียดมาก ๆ เกลียดจนอยากถีบให้หน้าหงายไปเลย ฮึก ผู้หญิงสำส่อน!” ผมรู้ว่าตัวเองกำลังพาลรู้ว่ากำลังโยนความผิดให้ผู้หญิงคนนั้นรู้ว่ากำลังสาดซัดความเกลียดชังเพียงเพราะเห็นความเจ็บปวดของพี่ชายตัวเอง ทั้งที่ความเจ็บปวดเหล่านี้พี่โตสร้างขึ้นมาทั้งนั้นแต่ถึงยังไงผมก็จะเข้าข้างพี่ชายอยู่ดี

วาจารุนแรงถึงได้หลุดออกมาอย่างเจตนา พอหันมองรอบข้างแววตาตกใจจากลุงป้าแฝงมาด้วยการห้ามปรามจากคุณพ่อคุณแม่เป็นสิ่งเตือนว่าอารมณ์เกรี้ยวกราดของผมมันไม่น่ารักเอาเสียเลย ปลายคางถึงได้กดต่ำลงปล่อยให้เสียงสะอื้นแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาพร้อมกับกำหมัดแน่นเพื่อยับยั้งปากตัวเองอย่างเต็มที่

หมับ “ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกน่ะพี่หลงเข้าใจอารมณ์วัยรุ่นดีไหนยิ้มให้พี่หลงดูหน่อยซิแต่อย่ายิ้มทั้งน้ำตานะพี่หลงไม่ชอบ หมับ น้องติมด้วยถ้าใจมันอึดอัดมากนักก็ระบายออกมาเลยจะด่าจะว่าจะร้องไห้หรืออยากพูดอะไรก็พูดออกมาเลยอย่าเก็บเอาไว้ไม่งั้นเราจะปวดใจเปล่า ๆ ดูคนที่อยู่รอบตัวสิทุกคนเป็นครอบครัวทั้งนั้นถ้าต้องมาปวดใจอยู่คนเดียวแล้วจะมีครอบครัวไว้ทำไมล่ะ”

หมับ ฟึ่บ “ถ้าเมื่อกี้พี่โตฆ่ามัน ฮึก หนูจะช่วยอำพรางศพเองพี่หลงก็จะช่วยใช่ไหม ฮึก”

“หึหึ แน่นอนอยู่แล้วอีกอย่างพี่หลงจะทำให้สาวมาไม่ถึงมือเล็ก ๆ คู่นี้ด้วยซ้ำ” พอมีที่พึ่งเป็นพี่หลงใบหน้าผมก็ยิ่งซุกซบลงกับไหล่บางของพี่หลงโดยมีกลางจับจองอีกข้างเอาไว้ เราสามคนพร้อมใจกันพรั่งพรูความต้องการออกมาโดยไม่หันไปมองอีกเลยว่าความอาฆาตมาดร้ายของเราจะถูกผู้ใหญ่ติเตียนบ้างไหม

ตอนนี้ผมรู้แต่ว่ามีพี่หลงถือหางให้ก็พอแล้ว พอได้กองหนุนอย่างพี่หลงคอยสนับสนุนเต็มที่ความโศกเศร้าที่มีก็เริ่มจะเบาบางจนเสียงสะอื้นเจือจางไปมากกว่าเมื่อกี้ตั้งเยอะ

“ฟังนะเด็ก ๆ มองเรื่องตรงหน้าและจดจำเอาไว้ในวันหนึ่งจะได้ไม่เดินผิดพลาดทำให้ตัวเองต้องเสียใจเหมือนความเสียใจที่พี่ติณฑ์ครอบครองในวันนี้ เพราะถ้าขึ้นชื่อว่าเสียใจแล้วไม่มีทางเลยที่จะใช้ระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมงเพื่อลบเลือนมันได้น่ะ เรื่องบางเรื่องของคนบางคนอาจจะใช้เวลาไปทั้งชีวิตก็ได้”

“กลางจะจำเอาไว้ค่ะพี่หลงจะจำว่าความรักมันเป็นสิ่งมีค่ากลางจะให้มันกับคนที่เห็นคุณค่าของกลาง และกลางจะรักษาคนที่กลางมองเห็นคุณค่าของเขาเหมือนกันค่ะ” น้ำเสียงราบเรียบราวกับพูดเรื่องดินฟ้าอากาศของพี่หลงคล้ายดั่งคำเชิญชวนให้เราสองคนทอดมองไปยังพี่ชายคนโตที่นั่งร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของคุณพ่อคุณแม่

ความรักมันเป็นอย่างนี้นี่เองมันมีทั้งความหอมหวานแต่แฝงไปด้วยความเผ็ดจนขมอีกด้วย น่ากลัวจังยิ่งได้พบเห็นก็ยิ่งหวาดกลัวจนผมชักจะไม่อยากพบเจอกับความรักเสียแล้วสิ

“หนูกลัวความรักจังเลยพี่หลง แต่ถ้าวันหนึ่งหนูหลีกเลี่ยงมันไม่ได้หนูก็จะทำเพื่อความรักของหนูให้ดีที่สุดจะทำเหมือนพี่อิง หนูรู้แล้วว่าเมื่อเราได้ทำมันอย่างเต็มที่ถ้าผลลัพธ์จะเป็นความเสียใจเราก็จะไม่เสียดายอะไรเลย ถึงหนูจะสงสารพี่โตแต่หนูก็คิดว่าสิ่งที่พี่โตได้รับมันสมควรแล้วฮะ” ทุกคำที่เอ่ยออกไปใจผมคิดอย่างนั้นจริง ๆ ในวันหนึ่งถ้าผมต้องมอบความรักให้กับใครสักคนผมก็จะให้เขาเต็มหัวใจที่มี แต่ถ้าเขาไม่ไยดีผมก็จะเก็บหัวใจอันมีค่าให้กลับมาอยู่ในอ้อมกอดของตัวเองดังเดิม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป