บทที่ 4 2.1 หัวใจเต้นรัว
ตามรัก Part
โรงเรียนปิดเทอมไปเมื่อวานแล้วความตื่นเต้นที่จะได้เป็นรุ่นพี่ม.6ยิ่งมีเพิ่มมากขึ้นทุกที เพราะเหลือเวลาเพียงไม่นานผมจะได้เป็นรุ่นพี่เต็มตัวแล้วนี่นา
“พรุ่งนี้วันเกิดพี่น้องตามไปดูหนังกับพี่หน่อยได้ไหมครับ พี่เนสไลน์มาอะเล็กตัวเองจะไปไหม”
“แล้วกลางว่าเค้าไปดีไหมล่ะ” ค่ำคืนนี้เราสองคนพากันมานอนบ้านคุณปู่ตามคำเรียกร้องของคุณปู่คุณย่า แต่แค่นอนเกลือกกลิ้งกันสองคนในห้องโทรศัพท์ของผมก็ถูกกลางคว้าไปอ่านข้อความให้ฟังพร้อมส่งคำถามน่าหนักใจ เลยต้องขอความเห็นจากพี่สาวฝาแฝดเสียเลย
“ถ้าไปมันจะเป็นการให้ความหวังพี่เขาไหมล่ะคนเราพอมีความหวังแล้ววันหนึ่งต้องผิดหวังมันน่าสงสารออก ขนาดพี่โตไม่ได้ให้ความหวังพี่อิงแต่พี่อิงยังน่าสงสารเลยตัวเองก็เห็นนี่กลาง”
“แต่การไม่สนใจไยดีเขามันก็น่าสงสารเหมือนกันนะ พี่เนสก็ไม่รู้เป็นไงซาดิสม์ไหมเนี่ยขนาดตัวเองปฏิเสธเขาไปหลายครั้งแล้วก็ยังไม่ยอมแพ้ทุกที ดูสิเรียนจบไปแล้วยังทักมาหาตัวเองทุกวันอย่างนี้กลางยิ่งสงสารเขาอะ” แค่เห็นสีหน้าก็รู้แล้วว่ากลางคงใจอ่อนแน่ผมเลยต้องเอ่ยดักคอขึ้นมาก่อน ชื่อพี่ชายอีกคนที่หายไปจากชีวิตเราพักหนึ่งถูกหยิบยกขึ้นมาเพื่อเตือนใจเราทั้งคู่แต่กลางก็ยังแย้งด้วยถ้อยคำชวนให้คิดตามอีกจนได้
พี่เนสเรียนจบแล้วแถมยังมีมหาวิทยาลัยจะเรียนต่อแล้วด้วยไม่ใช่มหาวิทยาลัยเดียวกับพี่โตหรอกนั่นทำให้สบายใจไปเปลาะหนึ่ง เพราะถ้าพี่เนสยังไม่ยอมแพ้แล้วดันเรียนที่เดียวกับพี่โตนะมีหวังโดนพี่โตไปขย้ำถึงคณะแน่ แม้ตอนนี้พี่โตจะเป็นนักศึกษาแพทย์อยู่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเป็นหลักก็เถอะ
“เฮ้อ คิดไปคิดมาก็น่าสงสารจริงนั่นแหละงั้นเอางี้ตัวเองไปเถอะแต่เค้าต้องไปด้วยนะและครั้งนี้ตัวเองต้องคุยกับพี่เนสอีกทีเอาแบบจริงจังไปเลย เค้าว่าถ้าพี่เนสเข้ามหาลัยแล้วคงไม่มีเวลามาวอแวกับตัวเองเหมือนเดิมหรอกอีกหน่อยคงห่างกันไปเองมั้ง”
“นั่นแหละสิ่งที่เค้าคิดไว้น่ะรอให้วันเวลาสถานที่และสิ่งรายล้อมเปลี่ยนไปพี่เนสก็คงเปลี่ยนไปเอง งั้นกลางช่วยไปขอคุณพ่อด้วยกันหน่อยสิ เอ๊ะไปขอคุณปู่ดีกว่าขอคุณพ่อเดี๋ยวคุณพ่อก็ร้องจะไปด้วยอีก” พรึ่บ ตึง ๆ ๆ แค่เห็นรอยยิ้มของกลางผมก็ผลุนผลันลุกขึ้นวิ่งแข่งกันลงมาข้างล่างโดยมีเป้าหมายเดียวคือห้องครัว ซึ่งเป็นห้องที่คุณย่าภูมิใจมากเหลือเกินก็คุณย่าเพิ่งทำห้องครัวใหม่หมดไปเป็นล้านแน่ะ อากันย์บอกว่าคุณย่าอยากลองทำอาหารเมนูใหม่ ๆ มาตั้งนานแล้ว แต่ตอนนั้นคุณย่าเป็นคุณหมอมีงานให้ทำเต็มมือเลยไม่มีเวลาได้ทำในสิ่งที่รักพอเกษียณคุณย่าก็ได้ทำในสิ่งที่อยากทำสักที
“อ้าวแข่งกันวิ่งหน้าตั้งอะไรอย่างนั้นเป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมดแล้วนะลูก” รอยยิ้มหวานดวงตาเต็มไปด้วยความเอ็นดูที่หันมามองผมกับกลาง ช่างเต็มไปด้วยความสุขจนผมอดวิ่งไปสวมกอดสตรีสูงวัยไม่ได้รักคุณย่าจัง
หมับ “คุณย่าพรุ่งนี้หนูขอไปดูหนังกับกลางนะฮะ”
“ใช่ค่ะเราสองคนขอออกไปเที่ยวหน่อยนะคะสุดสวย จุ๊บ สวยจังเลยคุณย่าของกลาง” รอยยิ้มแห่งความสุขของคุณย่ายิ่งผลิบานเมื่อกลางกดปากแนบแก้มหอม ๆ ตามด้วยคำพูดไม่เกินจริงสักนิดเดียว
“จะไปไหนไปกับใครพ่อจะไปส่งให้พรุ่งนี้พ่อหยุดน่ะ”
“ทำไมคุณพ่อต้องหยุดเกือบทุกอาทิตย์ทุกเทศกาลด้วยคะไม่เห็นเหมือนพี่โตเลย พี่โตบอกว่าเราเป็นครอบครัวของหมอเป็นครอบครัวที่ต้องเสียสละความสุขมากกว่าครอบครัวคนอื่นนี่คะเนอะเล็ก” ยังไม่ทันได้รับคำอนุญาตเสียงคุณพ่อก็ลอยเข้ามาก่อนตัวเสียอีก ถ้อยคำเต็มไปด้วยการอาสาของคุณพ่อเชื้อเชิญให้ผมกับกลางแอบสบตากันโดยไม่ได้นัดหมาย เห็นไหมล่ะคิดแล้วเชียวถ้าคุณพ่อรู้คุณพ่อต้องร้องตามเหมือนเด็กงอแงแน่ เมื่อกลางท้วงขึ้นมาผมเลยไม่รีรอจะเป็นผู้สนับสนุนทันควัน
“ใช่แล้วฮะคุณพ่อไม่ต้องหยุดคุมเราสองคนหรอกพรุ่งนี้หนูแค่จะไปดูหนังไปซื้อของแล้วก็ไปหาอะไรกินกับกลางเอง” ถ้าผมไม่รีบช่วยกลางแย้งคุณพ่อตอนยังมีคุณปู่คุณย่าอยู่ด้วยมีหวังคุณพ่อต้องขอตามไปด้วยไม่หยุดแน่ คุณแม่ก็พึ่งไม่ได้หรอกเห็นคุณแม่เป็นคนตัดสินใจหลายเรื่องในบ้านแต่ถ้าเป็นเรื่องของเราคุณพ่อจะไม่ยอมคุณแม่เหมือน กัน เห็นไหมล่ะขนาดตอนนี้คุณแม่ยังทำแค่ส่ายหัวเดินไปช่วยอาจิวแฟนอาธันทำห่อหมกเฉยเลย
“งั้นบอกพ่อมาตามตรงว่าจะไปไหนกันแน่มีใครไปบ้าง ในเมื่อพ่อเชื่อใจลูกพอที่ จะไม่ให้ใครคอยตามสอดส่องอย่างที่ลูกขอไว้ตั้งแต่ขึ้นมัธยม เพราะงั้นลูกก็ควรซื่อตรงในความเชื่อใจของพ่อเหมือนกันใช่ไหมเจ้าแฝด”
“คือว่าพรุ่งนี้เป็นวันเกิดของรุ่นพี่คนหนึ่งที่เรียนจบไปแล้วเขาไลน์มาชวนหนูไปดูหนังฮะ” พอคุณปู่ขยับนั่งตัวตรงเตรียมเข้าข้างเราสองแขนคุณพ่อก็ยกมากอดอกสายตาจ้องเขม็งมาทางเราพร้อมกับบอกกล่าวในเรื่องที่ผมไม่กล้าโต้แย้งสักนิด แม้ใจจะรู้ว่านี่คือไพ่ตายสุดท้ายของคุณพ่อแต่ผมก็ต้องสะดุดกับลูกไม้นี้ทุกทีอยู่ดี
จริงอย่างคุณพ่อว่านั่นแหละตั้งแต่เราเรียนมัธยมคุณพ่อไม่เคยตามติดชีวิตเราจนเราต้องอึดอัดใจเลยสักนิด เรามีอิสระจะไปในที่ที่อยากไปมีเพื่อนได้เท่าที่อยากมีโดยมีเพียงคำว่าพ่อแม่เชื่อใจในตัวลูกเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวให้เราสองคนไม่เคยทำอะไรออกนอกลู่นอกทางเสมอมา ครั้งนี้ผมจะไม่ทำให้คุณพ่อผิดหวังในตัวผมเช่นกันเรื่องจริงถึงได้เอ่ยออกไปแถมยังเปิดไลน์ส่งโทรศัพท์ให้คุณพ่ออ่านอีกด้วย
“แฝดโตแล้วนี่จะขึ้นม.6อยู่แล้วแกควรเปิดใจถ้าลูกจะคบกับใครสักคนบ้างนะตุลย์ ตัวแกใช่ว่าจะอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนมีแค่เพื่อนกับครอบครัวจนเรียนจบมหาลัยสักหน่อย แกเองก็มีแฟนคบคนนั้นคนนี้ไปเรื่อยตั้งแต่มัธยมเหมือนกันนั่นแหละตัวเองผ่านมาแล้วแท้ ๆ แทนที่จะเข้าใจลูกยังจะมาใช้จิตวิทยากับลูกอีก”
ขวับ “พ่อจะเอาเรื่องเก่ามาพูดทำไมเนี่ยเมียผมก็อยู่ด้วยนะ หนูมินจ๋ามันเป็นเรื่องเก่าเรื่องแก่ผ่านมาตั้งแต่ปีมะโว้แล้วหนูมินไม่ต้องสนใจที่พ่อเขาพูดหรอกนะ ทุกวันนี้พี่ตุลย์มีแค่หนูมินคนเดียวเป็นหัวใจของพี่ตุลย์เป็นชีวิตที่พี่ตุลย์จะขาดไม่ได้หนูมินก็รู้ใช่ไหมครับ” รอยยิ้มของกลางกับผมเกิดขึ้นพร้อมกันโดยอัตโนมัติ
เห็นไหมล่ะต่อให้คุณพ่อแข็งแกร่งแค่ไหนก็ต้องยอมถอยให้กับคุณปู่อยู่ดี ไหนจะท่าทีรีบเร่งเดินไปออดอ้อนคุณแม่อีกดูก็รู้ว่าบ้านผมคุณแม่ใหญ่ที่สุด ผู้ชายสองคนที่ผมเฝ้ามองอย่างมีความสุขตั้งแต่จำความได้เขาคือตัวอย่างของความรักแสนดีที่มีให้เห็นมาชั่วชีวิตของผม เป็นความรักที่เกิดจากความไว้เนื้อเชื่อใจให้เกียรติซึ่งกันและกันและเป็นความรักที่ผูกพันมากเกินกว่าคำว่าคู่ชีวิตท่านทำให้ผมรู้สึกถึงคำว่าคู่ชีวิตมันมีอยู่จริง
“มองพ่อแม่ตาปรอยเลยยังไงล่ะเราหรือว่ามีแฟนแล้วล่ะ ถ้ามีใครเข้ามาเป็นคนที่หนูคิดว่าอยากรู้จักเขาให้มากขึ้นก็ต้องพามาแนะนำให้ปู่รู้จักก่อนนะหนูตาม”
หมับ จุ๊บ “แน่นอนฮะคุณปู่ถ้าวันนั้นหนูมีคนที่ทำให้หนูรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝันเหมือนอย่างที่คุณพ่อกับคุณแม่เกิดมาเพื่อกันและกัน หนูจะรีบพามาให้คุณปู่รู้จักนะฮะ” ฝ่ามือคุ้นเคยที่อุ้มชูผมมาตั้งแต่เด็กตอนนี้ยังคงมอบความอบอุ่นให้ผมเหมือนเดิม สองมือผวาไปสวมกอดขาคุณปู่เอาไว้ใบหน้าซบลงกับตักอุ่นแต่สายตายังคงจ้องมองคุณพ่อคุณแม่ไม่วางตา ใจเอาแต่คิดว่าคนคนนั้นมีอยู่จริงไหมและผมจะได้เจอคนคนนั้นหรือเปล่านะ
