บทที่ 8 3.2 อาเลสซานโดร อินซากี หวัง
มังกร Part
ขณะที่ผมมาใช้ชีวิตอยู่เมืองไทยได้ระยะหนึ่งแล้วแต่ลุงกับแฟนกลับพากันไปเที่ยวรอบโลกนู่นแน่ะ เพราะงั้นตลอดเวลาที่อยู่นี่ผมเลยผลาญเวลาไปกับการเรียนรู้จักเมืองไทย และทำความรู้จักกับคนไทยโดยเฉพาะผู้หญิงในหลายจังหวัดที่ตัวเองเพ่งเล็งไว้ สิ่งสำคัญคือข้างกายผมยังคงมีคนสนิทตามติดเพียงคนเดียว คำว่าเพียงคนเดียวคือคนที่ผมอนุญาตให้ติดตัวผมเป็นหมากฝรั่งนะ นอกนั้นขนาดไม่ปรายตายังมองเห็นเลยว่ารอบข้างผมมีบอดี้การ์ดที่ถูกพ่อแม่สั่งให้ตามติดเหมือนเคย
นับว่าเป็นความโชคดีที่การมีอยู่ของผมไม่ค่อยปรากฏเป็นข่าวว่าเป็นหนึ่งในบุตรชายผู้มีอิทธิพลคนนั้น ทำให้ผมใช้ชีวิตในเมืองไทยคล้ายลูกคุณหนูธรรมดาคนหนึ่งที่มีคนตามล้อมหน้าล้อมหลังแค่นั้นอย่างน้อยความอึดอัดก็ต่างกันมากล่ะวะ
“ดื่มอีกนิดสิหน้าแดง ๆ ของคุณยิ่งดูมันยิ่งน่ารักนะ”
“คิก ๆจะมอมแป้งเหรอคะนี่ถ้าแป้งเมากว่านี้ใครจะพากลับเนี่ย” ท่ามกลางแสงสีนวลตาคลับเบอร์ต้น ๆ ของกรุงเทพแทนที่เกือบทุกค่ำคืนผมจะเปิดห้องวีไอพีแต่กลับเลือกจะนั่งโต๊ะมุมในสุดซึ่งถือว่าค่อนข้างเป็นส่วนตัวมากกว่า นั่งดื่มกับไอ้ครามเงียบ ๆ ไม่ถึงชั่วโมงพอลุกไปเข้าห้องน้ำสายตาก็เผลอมองสบตากับผู้หญิงหน้าตาสะสวยคนหนึ่งเข้า นี่แหละคือเหตุผลให้ผมเลือกจะนั่งด้านนอกมากกว่าเห็นไหมทำความรู้จักกับเธอไม่ถึงห้านาทีผมก็มีสุภาพสตรีคนนี้มานั่งเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะได้เกือบชั่วโมงแล้วล่ะ
หมับ “ดื่มเถอะครับไม่ต้องห่วงเรื่องกลับไม่ไหวหรอกยังไงผมก็ไม่ทิ้งแป้งอยู่แล้ว หรือแป้งไม่ไว้ใจผมล่ะ”
“เจอกันไม่ถึงสองชั่วโมงเลยจะไว้ใจได้ไงคะ คิก ๆ ๆ โอ๋ ๆ ๆ ไม่หน้าบึ้งสิทำหน้าเหมือนเด็กขี้งอนไปได้” หมับ แค่ผมขมวดคิ้วมือซ้ายจะวางแก้วที่ตั้งใจป้อนถึงปากเธออย่างรำคาญใจ หญิงสาวที่ตัวเองใช้มือขวาสอดไปกอดรอบเอวก็ผวามาคว้าแก้วไปยกดื่มเสียเองแล้วล่ะ
จังหวะนั้นหางตาเหลือบไปมองสบตากับไอ้ครามที่นั่งอยู่โซฟาอีกข้างมุมปากยกยิ้มให้อย่างรู้กัน ก็นะผมสองคนเป็นชายหนุ่มวัยเพิ่งจะยี่สิบหกเองเรื่องแบบนี้ถือว่าเป็นกำไรของชีวิตนี่หว่า ไอ้ครามเห็นมันนั่งนิ่งอย่างนั้นผมก็รู้ทันเช่นกันว่ามันคงไปทำความรู้จักกับผู้หญิงชุดแดงที่เคาน์เตอร์บาร์แล้วล่ะ เชื่อเหลือเกินว่าคืนนี้ยังไงผู้หญิงคนนั้นก็ไม่พ้นมือของเพื่อนผมหรอกน่ะ
พรึ่บ “ก่อนจะเมางั้นเรากลับกันเถอะ” ดื่มมาหลายวันจนนึกเบื่อแอลกอฮอล์สุดท้ายเป็นผมเองที่ลุกขึ้นตัดบท ฝ่ามือซ้ายแบออกรับฝ่ามือบางจากหญิงสาวข้างกายแล้วจับจูงพาเธอเดินออกไปนั่งรอไอ้ครามอยู่ห้องรับรองของคลับ เห็นไหมผมคิดผิดเสียเมื่อไหร่ล่ะเพราะการปรากฏตัวอีกครั้งของเพื่อนมีผู้หญิงชุดแดงควงแขนมาจริงด้วย จุดหมายของเราไม่ต่างจากค่ำคืนอื่น ๆ นั่นคือคอนโดใหญ่ใจกลางเมืองนั่นแหละ
“อ่าา ซี้ดด อ๊าา” หมับ ป๊าบ ๆ ๆ เพียงแค่แยกย้ายกับไอ้ครามเข้าห้องใครห้องมันได้ลูกชายตัวโตของผมก็ถูกโอ้โลมจากริมฝีปากสีหวาน เพียงไม่นานเนื้อในของอิสตรีก็ถูกผมสอดใส่กระแทกผิวกายเข้าหาโดยมีเสียงกรีดร้องเสียงครวญครางของเธอดังขึ้นไม่หยุดปาก สองมือผมเองก็เหนี่ยวรั้งเอวบางที่คุกเข่าหันหลังอยู่ขอบเตียงโดยมีผมยืนตระหง่านแทรกอยู่กลางตัวคอยกระแทกกระทั้นลูกชายตัวใหญ่ใส่เธอไม่ยั้งเช่นกัน
ป๊าบ ๆ ๆ ๆ!! “กรี๊ด! อ๊าา สุดยอดเลยค่ะมังกร อ๊าา” แค่ไหล่บางสั่นสะท้านสุดตัวน้ำเสียงกรีดร้องรวมถึงผนังอุ่นที่บีบรัดลำใหญ่ของผม ก็บ่งบอกแล้วล่ะว่าเธอไปถึงจุดสุดยอดเรียบร้อยแต่สำหรับผมแค่นี้ไม่พอหรอกน่ะ
หมับ ปึก ๆ ๆ ๆ!! “ซี้ดด เสร็จแล้วเหรองั้นเสียวอีกรอบนะ” หมับ หญิงสาวที่ยังคุกเข่าโก้งโค้งตัวสั่นสะท้านถูกผมรั้งเอวบางให้เธอเปลี่ยนมานั่งคุกเข่าตัวตรงแผ่นหลังเสียดสีไปกับแผ่นอกของผมแทน ในขณะที่มือซ้ายกอดเอวบางไว้มือขวาไม่พลาดจะเอื้อมไปหาเนินนูนของอิสตรีเพศ สองนิ้วมัวเมาอยู่กับการบดขยี้เม็ดเล็กแต่ส่งผลให้ร่างบอบบางในอ้อมแขนยิ่งบดเบียดบั้นท้ายเข้าหาลำใหญ่ของผมอย่างไม่นึกเกรงกลัวอะไรเลย
“กรี๊ดด!! อ๊าา อื้ออ โอ๊ย ไม่ไหวแล้ว อ๊าา!” เสียงกรี๊ดดังขึ้นอีกครั้งเมื่อผมบดคลึงตุ่มไตในเนื้อสาวซ้ำ ๆ น้ำเหนียวจากกายของหญิงสาวเปียกชุ่มไปทั้งสองนิ้วของผมพร้อมกับคำร้องขออีกมากมายจากเธอ คำสารภาพว่าถึงสวรรค์ซ้ำแล้วซ้ำอีกนั้นทำให้ผมย่ามใจจนต้องผลักให้เธอโก้งโค้งอีกครั้ง
จากนั้นไม่ต้องนับเลยว่าทั่วทั้งห้องจะมีเสียงครวญครางเสียงเนื้อกระแทกเนื้อดังขึ้นนานแค่ไหน รู้เพียงแต่พอถุงยางอนามัยชิ้นที่สองถูกดึงทิ้งขว้างไว้ข้างเตียงนาฬิกาข้อมือก็บ่งบอกเวลาปาเข้าไปตีสามกว่าแล้วล่ะป่านนี้ไอ้ครามจะเสร็จหรือยังวะ
ป๊อก! “ผมอาบน้ำก่อนนะ” พอถอนลูกชายออกมาร่างกายบอบบางถึงกับทรุดนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงใหญ่ น้ำเย็นช่วยให้ความอ่อนล้าผ่อนคลายขึ้นมาถึงเวลาต้องกลับบ้านแล้วสินะ
“เอ๊ะ จะไปไหนคะ”
“ผมต้องกลับบ้านน่ะ” เวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีแค่ผมอยู่ในชุดเดิมจะเดินออกจากประตูห้องนอน หญิงสาวที่ยังนอนตัวอ่อนระรวยอยู่บนเตียงถึงกับผวามานั่งปากเอ่ยถามทั้งที่แววตาบ่งบอกว่าไม่อยากให้ผมจากไปเสียเหลือเกิน
“ไหนบอกไม่มีแฟนไงเกือบตีสี่อยู่แล้วจะรีบกลับไปไหนคะ อีกอย่างที่นี่ก็ห้องของคุณเองนะคะ”
“ผมไม่มีแฟนจริง ๆ แต่ผมมีคนที่สำคัญมากกว่าแฟนรออยู่น่ะคุณจะนอนต่อก็ได้นะเช้าก่อนค่อยกลับแล้วกัน อ้อผมวางเงินไว้ที่กระเป๋าถือคุณคิดว่าน่าจะพอสำหรับค่าเสียเวลานะครับ” รอยยิ้มการค้าพร้อมกับการขยิบตามีให้เธออีกทีแล้วเดินจากไปนั่นคือสิ่งที่ผมทำมานับร้อยครั้งแล้วมั้ง การหันหลังให้ทุกคนของผมไม่มีครั้งไหนที่ผมจะหันกลับไปมองว่าคู่นอนมองตามมาด้วยสายตายังไง ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงชนชาติไหนก็มีสิ่งหนึ่งคล้ายกันหมดนั่นคือวันไนท์สแตนด์โดยไร้เยื่อใยไม่มีอยู่จริง เพราะเท่าที่ผมมีค่ำคืนร่วมกับพวกเธอเหล่านี้สิ่งเดียวที่พวกเธอมีเหมือนกันคือการพยายามฉุดรั้งให้เราสานต่อไปในวันพรุ่งนี้วันต่อไปและวันต่อไปจนบางครั้งผมยังรำคาญชะมัด
พรึ่บ “อ้าวเสร็จแล้วเหรอวะ” เพียงแค่ก้าวออกมาทางห้องรับแขกไอ้ครามก็ลุกขึ้นพร้อมจะพาผมออกจากห้องนี้แถมยังไม่ตอบคำถามนอกจากหัวเราะเบา ๆ ด้วยนะ เมื่อขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียงกับมันเพียงไม่นานเราสองคนก็มายืนนิ่งอยู่ในลิฟต์แล้วล่ะ
“มึงโทรหาลุงหน่อยสิ” ไม่ถึงสองนาทีโทรศัพท์ของไอ้ครามก็ถูกมันยื่นมาให้พร้อมกับขยับตัวถอยหลังไปอีกก้าวสงสัยมันกลัวผมยื่นโทรศัพท์ให้ตอนลุงบ่นมั้ง ตอนนี้ลุงอยู่อเมริกาเวลาที่นั่นใกล้สี่โมงเย็นแล้วลุงน่าจะรับโทรศัพท์โดยไม่ปริปากบ่นผมหรอก
“ทำไมถึงโทรมาดึก ๆ ไม่รู้จักหลับจักนอนล่ะ”
“ที่นั่นสี่โมงเย็นไม่ใช่เหรอหรือแอบกลับไทยแล้วเนี่ย” เป็นไปตามคาดลุงบ่นได้สองสามคำไอ้ครามก็รีบหลบตาผมทันที ดีที่ลิฟต์พาเราลงมาถึงชั้นลานจอดรถเรียบร้อยผมเลยถือโอกาสบอกลาลุงสักที ตลอดการเดินกลับไปขึ้นรถจึงมีเพียงผมกับคนสนิทที่ผมไว้ใจที่สุดมากแค่นั้น
“เมื่อกี้รอนานไหมวะกูนึกว่ามึงจะกลับเช้าซะอีก”
“งั้นผมขอตอบว่ารอไม่นานดีกว่าไม่งั้นเกรงว่าวันหน้าคุณมังกรจะเสร็จไวเพราะเกรงใจผมน่ะ”
พลั่ก! “หึหึ ไอ้สัส” กำลังจะเปิดประตูคู่คนขับอยู่แล้วเชียวแต่พอได้ยินวลีหยอกเย้าจากเพื่อนสนิท รองเท้าผ้าใบสีดำก็กลับเหวี่ยงไปเตะตัดขาคนที่กำลังเดินไปขับรถให้ผมโดยมีเพียงเสียงหัวเราะของมันโต้ตอบกลับมา พออยู่กับคนที่ไว้ใจความผ่อนคลายคืบคลานเข้ามาทำให้ดวงตาผมล้าจนต้องปิดสนิทเกือบทันทีที่ปิดประตูรถเรียบร้อย
“ขอบคุณนะคราม”
“มันไม่ใช่แค่หน้าที่แต่คุณมังกรยังเป็นเพื่อนผมอีกด้วยเพราะงั้นไม่ต้องขอบคุณครับ” น้ำเสียงทุ้มคุ้นหูยังคงตอบผมด้วยประโยคเดิมซ้ำ ๆ แต่ผมกลับไม่รู้สึกเบื่อหน่ายเลยสักนิดชีวิตผมได้เรียนรู้จักคำว่าความรักความอบอุ่นความไว้ใจมาบ้างเหมือนกัน และผู้คนที่ผมมีความรู้สึกเหล่านี้ให้อาจจะไม่ใช่พ่อแม่มานานแล้ว แต่ผมยินดีจะมีแค่คนที่ไว้ใจได้ไม่กี่คนเหมือนที่มีในตอนนี้ก็พอแล้วล่ะ
