บทที่ 11 ตอนพิเศษ เรียกข้าว่าเฟยหมิง 2
จนในวันหนึ่งในปีถัดมา
วันนั้นเป็นวันล่าสัตว์ประจำปีของฮ่องเต้แคว้นเป่ยหยาง
เขาซึ่งคอยแอบมองนางมาโดยตลอด เขาจึงได้รู้ได้เห็นทั้งหมด
ในวันนั้นนางกระทำการบางอย่างเพื่อที่จะเปิดเผยตัวตน
นางหาโอกาสแทรกซึม ปั่นหัวทุกผู้คน
แล้วนางก็ขอพระราชทานอนุญาตเพื่อเข้าวัง
นางตัดสินใจปลอมตัวเข้าวังมาโดยเป็นนางกำนัลชั้นล่างตัวเล็กๆ ไร้ความโดดเด่น ซึ่งนั่นล่ะที่นางคิดผิด
ความงดงามของนางจะทำให้นางไม่โดดเด่นได้อย่างไร
นั่นจึงทำให้เขาเองก็ได้ตัดสินใจเช่นเดียวกัน
เขาจึงแอบเข้ามาขอพระราชทานอนุญาตจากฮ่องเต้ หยางจื้อเฉิงพระเชษฐภาดาของเขา ให้เขาเข้ามาประจำการในวังหลวง มาเป็นเพียงราชองครักษ์ประจำวังหลวง ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องการทำสิ่งแปลกใหม่ให้กับชีวิตหนุ่มเจ้าสำราญไร้แก่นสารเช่นเขา โดยขอปกปิดฐานะที่แท้จริงเพื่อความสนุกสนาน
เสด็จพี่ของเขาย่อมตามใจเขา นางตามใจเขาในทุกๆ เรื่องมาแต่ไหนแต่ไรจึงไม่คิดขวาง
ทั้งสองพระองค์ไม่มีใครล่วงรู้ว่าเขาต้องการทำสิ่งใด
เขาเลือกการปลอมตัวปลอมฐานะอยู่ในวังหลวงแห่งนี้ เพื่อที่อาจจะทำให้เขาได้เห็นทุกการกระทำของนาง เพื่อมิให้นางได้กระทำการมิบังควรจนตัวนางอาจจะเกิดอันตราย
ทั้งยังมิวายที่จะต้องปกป้องพี่สาวตามวิสัยของน้องชายเช่นเขา
และเพื่อที่เขาจะได้มีโอกาสสอดส่องดูแลนางอย่างใกล้ชิดมากกว่าที่เคยเป็น โดยไม่ให้นางได้รู้ว่าเขาเป็นใคร
หากว่านางรู้ว่าเขาเป็นถึงพระอนุชาของฮองเฮา สตรีที่แย่งบิดาของนางไปจากมารดาของนาง
หากนางรู้ นางคงเกลียดเขา
เมื่อยามที่นางอยู่ในวัง นางมักจะหาโอกาสกระทำการอย่างย่ามใจ จนเขาเริ่มที่จะทนไม่ไหว จนต้องแสดงตัวตนออกไปในที่สุด
วันนั้นเมื่อเขาเดินมาเจอกับขบวนนางกำนัลของนาง เขาชำเลืองมองนางแวบหนึ่ง หญิงสาวก้มหน้าก้มตาอยู่เบื้องหลังนางกำนัลคนอื่นๆ ได้อย่างแนบเนียน แต่เขากลับเห็นนางโดดเด่นมากกว่านางกำนัลคนอื่นๆ อยู่หลายขุม ซึ่งนางคงไม่รู้ตัว
ชั่วครู่ต่อมาเขาเห็นว่านางกำลังจะแอบหนีไป เขาจึงทำทีเป็นมองไปทางอื่นเรียกร้องความสนใจให้ทุกคนหันมาสนใจมองตามเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากคนอื่นๆ เพื่อให้นางได้หนีออกมา
และไม่นานเขาก็ตามนางออกมา
เขารอนางอยู่เป็นนานอย่างใจเย็นในป่าแห่งเดียวกัน จับปลาอยู่ที่ลำธารเพื่อรอให้นางได้คุยกับมารดา และเมื่อนางอยู่ร่ำสุรากับมารดาจนพอใจนางก็เดินทางลงมาจากหน้าผาแห่งนั้นแล้วเดินมาหยุดที่ริมลำธารที่เขากำลังจับปลาอยู่
เขาแอบมองนางเหมือนที่เคยเป็น
นางล้างหน้าล้างตาจนหยดน้ำสวยใสเกาะใบหน้างามของนางพร่างพราว ช่างเป็นภาพที่ทำให้เขาไม่อาจถอนสายตา
แล้วจู่ๆ นางก็นึกอยากกินปลาก่อนจะเปิดแขนเสื้อ เปิดผ้า เปิดกระโปรง ทำท่าจะลุยน้ำลงมาทั้งอย่างนั้น
เขาถึงกับต้องรีบเข้าไปจับปลาให้นาง ด้วยเกรงว่านางจะลงน้ำมาจนอาภรณ์เปียกชื้นแนบกายเผยส่วนเว้าส่วนโค้งน่าอายซึ่งอาจจะทำให้ใจชายของเขาเกินเก็บข่มเกินยับยั้ง
และนั่นจึงเป็นการได้พูดคุยกันครั้งแรกของเรา
เขาทำได้แค่มองนางอย่างเก็บข่มอารมณ์พลุ่งพล่าน เขาทำได้แค่มองนางนิ่งงันไม่อาจกล่าวคำอันใดมากมาย เขาอยากกล่าวเตือนสตินางถึงอันตรายมากมายที่มีในวังหลวง เขาอยากบอกกล่าวแก่นางดีๆ ในนั้นไม่ใช่ที่ที่นางควรเข้าไป
แต่ท่าทีของนาง กิริยาของนาง ทั้งน้ำเสียง ทั้งสายตา ยามเมื่อนางมองมาที่เขา แบบนั้น...
เขารู้ ว่านางกำลังเสแสร้ง คิดหวังผล เขาแอบมองนางมาหลายปี มีหรือเขาจะไม่รู้ตัวตนจริงๆ ของนาง
แต่กิริยาแพรวพราวอย่างนี้ของนาง มันช่าง...
นางทำเขาหวั่นไหวไม่เบา จนใจชายของเขาเริ่มไร้การควบคุม
เดิมทีเขาเพียงเฝ้ามองนางจากที่ไกลๆ
หลายปีมาแล้วที่เขาทำได้แค่แอบมองนาง
เขาไม่กล้าเปิดเผยตัวตนกับนาง ด้วยฐานะของเขา ความจริงของเขาที่ว่าเขาเป็นใคร เกี่ยวข้องอย่างไรกับบุคคลสำคัญที่เป็นต้นเหตุกับชีวิตของนาง ตั้งแต่นางอยู่ในครรภ์จนกระทั่งนางเกิดและเติบโตมาอย่างยากลำบาก
แต่เมื่อได้มองนางในระยะใกล้ๆ อย่างนี้ เขาถึงกับสิ่งใดไม่ถูก
แล้วดูนางทำ…
เขาจะห้ามใจตัวเองได้หรือไม่
แม่เสือร้ายตัวน้อยที่หมายจะล่าเหยื่ออย่างนึกสนุก
ม่านนี…
