บทที่ 10 ตอนที่ 3.4

'มาอยู่กับผม ผมจะให้เงินเดือนคุณมากกว่าที่เก่า10เท่า ถ้าคุณยอมตกลง'

10เท่าของเงินเดือนมันก็หลักแสนน่ะสิ ไม่มีทางใครจะกล้าให้ปานนั้น

หยุดเพ้อเจ้อยัยเภตา!

ประธานเควินผู้เย็นชาแถมหล่อโลกแตกขนาดนั้น จะมาสนใจยัยขี้เหร่สุดติ่งได้อย่างไร เป็นไปไม่ได้หรอก

เภตาลูบอกปอยๆ ตัดสินใจเดินออกไปได้เสียที

ยูนนายืนมองอยู่ตลอด เธอคับแค้นใจ การทำลายผู้หญิงคนนี้ดูจะไม่ง่ายซะแล้วเมื่อเจ้านายที่แอบหลงรักดูสนใจแม่คนนี้มาก ในขณะที่เธอทำงานมาด้วยดีตลอด ผิดพลาดอะไรนิดเดียวก็เป็นต้องโดนดุ แต่กับผู้หญิงคนนี้เขาแทบจะประเคนตัวให้

ใช่...เธอคิดไม่ผิดนักหรอก เพราะตอนยัยตัวมารออกไป เธอเห็นรอยยิ้มชายหนุ่มแสนน่ารักสะท้อนออกมาจากตัวเจ้านาย และเธอก็ไม่เคยได้รับรอยยิ้มแบบนั้นเลย!

เกลียดแกจริงๆ ยัยเภตา!

เสียงเอะอะโวยวายดังออกมานอกบ้าน เภตาได้ยินเข้าพอดี บทสนทนาดุเดือดคือเรื่องของเธอล้วนๆ ซวยอย่างหาที่สุดไม่ได้ พ่อบุญธรรมที่เก็บเธอมาเลี้ยงตั้งแต่เด็กๆ กับพี่ชายนอกไส้ที่ไม่เคยทำมาหากิน ทำอยู่แค่อย่างเดียวคือคอยสูบเลือดสูบเนื้อเธอไปวันๆ ครอบครัวที่มองอย่างไรก็ไม่เหมือนครอบครัว มีแต่เรื่องเหนื่อยใจและปวดหัว

โดยเฉพาะข่าวของเธอพวกเขาก็รู้กันหมดแล้วสินะ เภตาถอนใจเฮือกก่อนจะเดินเข้าไปหาสมรภูมิเดือด เปิดประตูเข้าไปประโยคแรกก็ลอยมาเลย

"นังลูกไม่รักดี ไหนบอกว่าไปทำงาน นี่แกไปบ้าผู้ชายที่ไหนทำไมถึงมีข่าวหลุดขนาดนี้ห๊ะ!"

"นี่ยัยจืด นอกจากภาพแล้วยังมีคลิปด้วยไหม"

"ทุกคนเห็นหนูเป็นอะไรเนี่ย ทำไมถึงไม่ถามสักคำว่าหนูโอเคไหม"

"คนถึกอย่างแกจะห่วงทำไม"

นั่นคือเสียงของพ่อบุญธรรมที่เลี้ยงเธอด้วยลำแข้ง ใช่...ลำแข้งอัดเช้าอัดเย็นมาตั้งแต่เด็กเวลาเขาเมา ดีนะที่เธอมีภูมิดีจึงไม่เป็นโรคซึมเศร้าไปเสียก่อน

"ถ้าพ่อพูดขนาดนั้นแล้วจะโมโหเรื่องข่าวหนูทำไมล่ะ"

"ก็เพราะฉันหวังว่าแกจะ...อุ๊บ"

พี่ชายตัวแสบปิดปากพ่อตัวเองก่อนที่เขาจะพูดจบ เภตาไม่เข้าใจการกระทำของสองพ่อลูก และดูเหมือนทั้งคู่จะมีความลับ

"พี่โบ้ พ่อ มีเรื่องอะไรปิดหนู"

"เออน่าไม่มีทั้งนั้นแหละ" พี่ชายรีบตอบเลี่ยงๆ "เอาเป็นว่าแกไปพลาดท่ามาครั้งเดียวใช่ไหม"

เภตาแทบกรีดร้อง พวกเขาไม่เคยห่วงความรู้สึกเธอมั่งเลยเหรอ แม้แต่คำปลอบใจก็ไม่มี ทำไมเธอถึงทนอยู่กับคนบ้านนี้ได้นะ

"นี่แกก็เลิกทำหน้าเหมือนพ่อตายได้มะ"

พอโบ้พูดคำนี้คนเป็นพ่อถึงกับตาขวางตบกบาลลูกชาย

"มึงแช่งกูเหรอ!"

"เปล่านะพ่อก็พูดตามเนื้อผ้า!" โบ้ลูบหัวปอยๆ ก่อนจะหันมาคุยธุระกับน้องสาว "เรื่องภาพแก ฉันจะจัดการให้พวกที่รู้จักลบให้ มันจะได้ไม่หลุดอีก โอเคไหมล่ะ"

แม้คำนี้มันควรออกมาตั้งแต่คำแรกที่เจอหน้ากันก็เถอะ แต่เภตาไม่อยากต่อความยาวกับคนพวกนี้แล้ว เธอเหนื่อยเหลือเกิน

หญิงสาวไม่ตอบ ได้แต่ชักสีหน้าไม่พอใจ กำลังจะก้าวขึ้นบันได เสียงพี่ชายก็ดังมาอีก

"ไอ้เภ แกอย่าไปเล่นเสียวกับผู้ชายคนไหนอีกนะโว้ย ไม่เช่นนั้น ฉันกับพ่อเอาแกตายแน่ จำเอาไว้!"

เภตาแทบสะกดกลั้นความโกรธไว้ไม่อยู่ คนบ้านนี้เห็นแก่ตัวไม่เคยเปลี่ยน อย่าถามหาความรักกับคนในครอบครัวเลย แค่ไม่สร้างเรื่องปวดหัวมาให้ก็นับว่าบุญหัวเธอแล้ว

หญิงสาวเดินสะบัดขึ้นห้องไปเดี๋ยวนั้น พร้อมกับน้ำตาไหลอาบแก้มให้กับความซวยของชีวิต

การเกิดมาของเธอมันจะมีสักครั้งไหมที่มีคนเห็นคุณค่า ทำไมต้องถูกมองเป็นเหมือนขยะด้วย!

ในขณะที่หญิงสาวกำลังร้องไห้เสียใจ สองพ่อลูกนั่งถกปัญหาของเภตา โดยคนเป็นพ่อถึงกับออกอาการหัวเสียเมื่อสิ่งที่ฟูมฟักมานานดันล้มเหลว

"นังเภมันก็ดันเสียตัวไปแล้ว ทีนี้เราจะทำยังไงดีล่ะโว้ย"

"เอาน่าพ่อ เสียครั้งเดียวมันไม่สึกหรอมากนักหรอก ของแบบนี้พวกคนโง่ๆ มันไม่รู้หรอกพ่อ"

"แกมั่นใจได้ไงวะ" คนเป็นพ่อขุ่นข้องใจ "ถ้าไอ้แก่ที่เราจะให้ประมูลพรหมจรรย์นังเภมันไม่โง่ล่ะ"

"โธ่พ่อ เชื่อไอ้โบ้สิ พวกนั้นมันหื่นมากกว่าฉลาด แค่เห็นผู้หญิงอวบๆ ขาวๆ แถมตูดใหญ่อย่างนังเภเข้าหน่อย มันก็น้ำลายไหลจนลืมคิดเล็กคิดน้อยแล้วพ่อ"

"เออ ท่าจะจริง"

"ใช่มะพ่อ หลังจากฉันจัดการภาพหลุดจบ แล้วจับนังเภแปลงโฉมใหม่สวยๆ แค่นี้เราก็ได้เงินก้อนโตแล้ว ทีนี้พ่ออยากไปเปรี้ยวที่ไหนก็จัดไป"

"ถูกของเอ็ง!"

สองพ่อลูกหัวเราะร่าให้กับความสำเร็จในเร็วๆ นี้ โดยมีความบอบซ้ำของลูกสาวนอกไส้เป็นแหล่งทำเงินที่ไม่เคยคิดให้ความรักเลยแม้แต่ครั้งเดียว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป