บทที่ 1 ภูมิ ฉันกำลังจะตาย
จังหวะที่ภูมิโถมตัวลงมาทาบทับ นวินดาก็เผลอร้องอุทานออกมาด้วยความเจ็บปวด
นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของชายหนุ่มฉายแววเย้ยหยันพาดผ่าน
"เธอสำออยแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?"
หัวใจของนวินดาบีบตัวแน่นด้วยความร้าวราน
เธออยากจะบอกเขาเหลือเกินว่า ครั้งนี้เธอไม่ได้แกล้งทำจริตมารยา แต่เธอเจ็บจริงๆ
ผลตรวจสุขภาพที่เพิ่งออกมาเมื่อเช้า ใบรายงานนั้นยังคงนอนนิ่งอยู่ในลิ้นชัก
มะเร็งเต้านม... ระยะสุดท้าย
"ภูมิคะ... ฉันกำลังจะตาย"
นวินดาคว้าท่อนแขนแกร่งของภูมิไว้ สายตาจับจ้องใบหน้าอันหล่อเหลาไร้ที่ติของเขาอย่างลึกซึ้ง หวังเพียงจะเห็นแววตาแห่งความห่วงใยปรากฏขึ้นบ้างแม้เพียงน้อยนิด
ทว่า เขากลับเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นอย่างไม่ยี่หระ
"ทำไม? แค่เพราะฉันไปฉลองวันเกิดกับจารวี เธอถึงต้องมาเรียกร้องความสนใจขนาดนี้เชียวหรือ?"
เรียกร้องความสนใจ?
หัวใจของนวินดาค่อยๆ ด้านชาและมอดไหม้ลงไปทีละน้อย
คำกล่าวที่ว่า 'ในสายตาของคนที่ไม่รัก ต่อให้คุณผูกคอตาย เขาก็ยังนึกว่าคุณกำลังเล่นชิงช้า' นั้นช่างถูกต้องเหลือเกิน
เธอหลับตาลงช้าๆ ริมฝีปากเหยียดยิ้มเย็นชา
"เพื่อไปฉลองวันเกิดกับผู้หญิงอื่น ถึงกับทิ้งนัดตรวจสุขภาพของภรรยาตัวเอง... ฉันไม่มีสิทธิ์จะโวยวายเลยหรือคะ?"
ประโยคนี้ นวินดาเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกที่ชอบธรรมที่สุด
ความจริงแล้ว เธอน้อยครั้งนักที่จะยกสถานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของภูมิขึ้นมาอ้าง เพราะเธอรู้ดีว่าภูมิมองการแต่งงานของพวกเขาเป็นเรื่องน่าอับอายและไม่อยากเอ่ยถึง
เมื่อก่อนนวินดารักเขา เธอจึงยอมโอนอ่อนผ่อนตาม
แต่ตอนนี้... เธอกำลังจะตาย
คนใกล้ตาย ทำไมถึงจะใช้ชีวิตตามใจตัวเองสักครั้งไม่ได้กันล่ะ?
ชายหนุ่มที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ผละตัวออกทันที ร่างสูงแผ่รังสีอำมหิตเย็นยะเยือกออกมา
"นวินดา เธอกำลังล้ำเส้น"
ทิ้งท้ายประโยคนั้นไว้ ภูมิก็เดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง
นวินดายันกายลุกขึ้นนั่ง ความรู้สึกคลื่นเหียนตีตื้นขึ้นมาจนเธอต้องโซซัดโซเซพุ่งเข้าไปในห้องน้ำ แล้วอาเจียนออกมาอย่างหนักจนหน้ามืดตาลาย
เมื่อเงยหน้ามองใบหน้าที่ซูบตอบไร้ราศีในกระจก นวินดาก็บอกกับตัวเองว่า พอเถอะ... ปล่อยวางตัวเอง และปล่อยเขาไปเสียที!
คืนนั้น นวินดาติดต่อทนายความร่างหนังสือสัญญาหย่าขึ้นมาทันที
บ้าน รถ และทรัพย์สินใดๆ เธอไม่ต้องการทั้งสิ้น ขอเพียงแค่ได้ยุติความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยากับภูมิให้เร็วที่สุด
เมื่อถือกระดาษแผ่นบางๆ นั้นไว้ในมือ นวินดากลับรู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด
ที่แท้แล้วโดยไม่รู้ตัว การแต่งงานที่เธอเคยโหยหาและเปี่ยมสุข ได้กลายเป็นภาระอันหนักอึ้งไปเสียแล้ว
วันรุ่งขึ้น นวินดาพาร่างกายอันอ่อนล้ามายังบริษัทเพชรรักษ์ พร้อมกับหนังสือสัญญาหย่า แต่กลับถูก 'อภิวัฒน์' ผู้ช่วยคนสนิทของภูมิขวางไว้หน้าห้องทำงานท่านประธาน
"คุณนวินดาครับ ถ้าผมจำไม่ผิด แผนกกฎหมายไม่ได้อยู่ที่ชั้นนี้นะครับ"
ภูมไม่เคยเอ่ยถึงความสัมพันธ์ของพวกเขากับใครในบริษัท ในสายตาของคนภายนอก ประธานแห่งเพชรรักษ์ยังคงครองตัวเป็นโสด โดยมีข่าวลือหนาหูว่าหวานใจตัวจริงคือ 'ดร.จารวี' ดอกเตอร์สาวดีกรีเภสัชศาสตร์ที่เพิ่งจบจากเมืองนอก
ด้วยเหตุนี้ อภิวัฒน์จึงไม่เคยให้เกียรตินวินดา เขาเห็นเธอเป็นเพียงพนักงานฝ่ายกฎหมายตัวเล็กๆ ที่ริอ่านจะเป็น 'กาในฝูงหงส์' หวังจะจับเจ้านายรวยทางลัด
นวินดาไม่มีเรี่ยวแรงจะไปต่อล้อต่อเถียงกับคนแปลกหน้า เธอเพียงยื่นแฟ้มเอกสารที่มีหนังสือสัญญาหย่าส่งให้เขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"รบกวนช่วยส่งให้คุณภูมิด้วยค่ะ"
พูดจบ นวินดาก็หันหลังเดินจากไป
อภิวัฒน์ขมวดคิ้วมุ่น
ตามนิสัยปกติ เขาคงจะปฏิเสธนวินดาไปแล้ว
แต่ทว่า วันนี้นวินดาหน้าซีดเผือด การเดินเหินดูโอนเอนคล้ายคนป่วยหนัก
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจเคาะประตูห้องท่านประธาน
เสียงของภูมิดังลอดออกมา เจือด้วยความหงุดหงิดและเย็นชา
"เข้ามา"
อภิวัฒน์ผลักประตูเข้าไป รายงานด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง
"คุณภูมิครับ นี่เป็นเอกสารที่คุณนวินดาฝากมาให้ครับ"
ภูมเพียงปรายตามองแฟ้มนั้นแวบเดียว โดยไม่มีความคิดที่จะเปิดดูแม้แต่น้อย
"ของที่ส่งมาจากผู้หญิงคนนั้น นายรู้ใช่ไหมว่าต้องจัดการยังไง"
อภิวัฒน์ถอนหายใจเงียบๆ
นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่เขาดูแคลนนวินดา
ทั้งที่เป็นคนมีความสามารถ แต่กลับลดตัวลงมาวิ่งไล่ตามผู้ชายที่มีเจ้าของหัวใจอยู่แล้วอย่างคุณภูมิ ช่างเป็นความรักข้างเดียวที่น่าสมเพชเสียจริง
ขณะที่เขากำลังจะนำแฟ้มนั้นไปเก็บเข้าตู้ให้ฝุ่นจับ และเตรียมจะเดินออกจากห้อง ภูมก็เรียกเขาไว้
"เดี๋ยว... ฉันมีงานชิ้นหนึ่ง ให้นายส่งไปให้นวินดา บอกว่าให้เธอรับผิดชอบงานนี้ด้วยตัวเอง"
"อะไรนะคะ?"
นวินดาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
อภิวัฒน์พูดย้ำอีกครั้ง
"ดร.จารวี จากสถาบันวิจัยเภสัชกรรม กำลังมีคดีหมิ่นประมาทพัวพันอยู่ คุณภูมิสั่งให้คุณรับผิดชอบคดีนี้ด้วยตัวเอง และต้องช่วยให้คุณจารวีชนะคดีให้ได้!"
คดีหมิ่นประมาทนี้ คนทั้งแผนกกฎหมายต่างก็ได้ยินข่าวกันมาบ้าง
ในฐานะดร.สาวสวยผู้เก่งกาจและอายุน้อยที่สุด ทันทีที่จารวีกลับมาเมืองไทยก็โดนพวกแอนตี้แฟนเล่นงานทันที
บัญชีผู้ใช้ปริศนารายหนึ่งเที่ยวโพสต์ประจานไปทั่วว่า จารวีเป็น 'มือที่สาม' ที่เข้ามาแทรกแซงชีวิตคู่ของภูมิ
เรื่องเหลวไหลพรรค์นี้ เดิมทีไม่มีใครใส่ใจ
แต่ไม่คาดคิดว่าบัญชีปริศนานั้นจะมีทีเด็ด ถึงขั้นโพสต์ภาพงานเลี้ยงภายในของตระกูลเพชรรักษ์ออกมา
แม้ว่าใบหน้าของทุกคนในภาพจะถูกเซ็นเซอร์ แต่ชาวเน็ตตาดีก็ยังดูออกว่า ผู้หญิงที่นั่งเคียงข้างภูมิ ไม่ใช่จารวี
เพียงก้อนหินก้อนเดียวก็สร้างแรงกระเพื่อมนับพันระลอก แฮชแท็ก #จารวีมือที่สาม พุ่งทะยานขึ้นติดอันดับต้นๆ ของเทรนด์ทวิตเตอร์ทันที
จารวีเองก็ไม่ยอมอยู่เฉย ฟ้องกลับบัญชีปริศนานั้นข้อหาหมิ่นประมาททำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง
คนในแผนกกฎหมายต่างซุบซิบกันว่า เมื่อไหร่คุณภูมิจะลงมาจัดการเรื่องนี้ให้หวานใจ แต่ไม่มีใครคาดคิดว่า หวยจะมาออกที่นวินดา
นวินดาโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม
เรื่องที่ว่าจารวีเป็นมือที่สามหรือไม่ ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเธอที่เป็น 'เมียหลวง' อีกแล้ว!
ในค่ำคืนที่เธอนอนข่มตานอนไม่หลับ รูปถ่ายวาบหวิวและคลิปเสียงครางกระเส่าที่ส่งมาเยาะเย้ย ล้วนมาจากฝีมือของจารวี ผู้หญิงที่ฉากหน้าดูสูงส่งคนนั้นทั้งสิ้น!
โรคมะเร็งเต้านมของเธอเกิดขึ้นเพราะความเครียดสะสมจากใคร ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าจารวีอีกแล้ว
และตอนนี้ ภูมิกลับสั่งให้เธอที่เป็นเมียหลวง ไปว่าความแก้ต่างให้มือที่สามชนะคดีหมิ่นประมาท?
เขา... ยังเห็นเธอเป็นคนอยู่หรือเปล่า?
"คุณนวินดา? ได้ยินที่ผมพูดไหมครับ?"
นวินดาได้สติกลับมา เธอตอบปฏิเสธเสียงแข็งทันที
"ฉันไม่รับทำคดีนี้"
สำหรับปฏิกิริยานี้ อภิวัฒน์ไม่ได้แปลกใจนัก
ในมุมมองของเขา การที่คุณภูมิทำแบบนี้ ก็เพื่อต้องการเตือนสติให้นวินดารู้จักที่ต่ำที่สูง เพราะในแผนกมีทนายเก่งๆ ตั้งมากมาย ทำไมต้องเจาะจงเลือกนวินดาล่ะ?
"คุณนวินดา อย่าลืมนะครับว่าคุณยังเป็นพนักงานของบริษัทเพชรรักษ์ งานที่เบื้องบนมอบหมายลงมา คุณไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ"
นวินดายิ้มอย่างขมขื่น เธอดึงบัตรพนักงานที่คล้องคออยู่ออก แล้วโยนลงบนโต๊ะเสียงดัง
"งั้นฉันขอลาออก"
เธอไม่แม้แต่จะเก็บข้าวของใดๆ เดินตัวเปล่าออกจากบริษัทเพชรรักษ์ไปทันที
"ติ๊ง!"
เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันบันทึกช่วยจำในโทรศัพท์ดังขึ้น ข้อความแจ้งเตือนมีเพียงวันที่ ไม่มีรายละเอียดอื่นใด
แต่ทว่า นวินดากลับหน้าถอดสีทันที
เธอรีบวิ่งไปที่ริมถนน โบกเรียกแท็กซี่แล้วบอกจุดหมายปลายทางด้วยน้ำเสียงร้อนรน
"ไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพค่ะ"
ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ถูกจับจ้องโดยสายตาคมกริบของภูมิที่ยืนอยู่บนชั้น 17 ใบหน้าหล่อเหลาแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมดำทะมึนขึ้นมาทันตา
"คุณภูมิครับ... คุณนวินดาบอกว่า..."
อภิวัฒน์เดินเข้ามาด้วยท่าทีกล้าๆ กลัวๆ กำลังจะเอ่ยปากรายงาน แต่ก็ถูกภูมิสวนกลับมาเสียก่อน
"ไปลากตัวเธอกลับมา... ไม่อย่างนั้น ฉันจะสั่งรื้อถอน 'บ้านพักสวัสดิการบลูสกาย' ให้ราบเป็นหน้ากลอง!"
