บทที่ 3 ตอนที่ 1/2
“คงติดผู้ชายจนเสียการเรียน ใจแตกสิไม่ว่า” ชายหนุ่มร่างท้วมนั่งฟังอยู่นานก็อดแสดงความคิดเห็นไม่ได้ เขาเองก็เป็นเพื่อนกับเตวิชญ์มาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ย่อมเคยเห็นหน้าค่าตาของพลับพลึงเป็นธรรมดา
“เลิกพูดเรื่องนั้นเถอะ เสียบรรยากาศฉิบหาย มาสนุกกันต่อดีกว่า”
หลังจากนั้นบทสนทนาก็มีแต่เรื่องวีรกรรมในสมัยเรียน ตามด้วยเสียงหัวเราะสนุกสนาน ทางด้านเตวิชญ์เองก็ถูกเพื่อน ๆ ลากหญิงสาวหน้าอกตูม ใส่เสื้อผ้าวาบหวิวเข้ามานั่งเอาอกเอาใจ แต่เพราะยังเหนื่อยล้าจากการทำงาน และใครบางคนที่ยังทำให้หงุดหงิด จึงไม่ได้เกิดอารมณ์ความต้องการอย่างที่ควรจะเป็น
จากที่เพื่อนเต็มโต๊ะก็ลดลงเรื่อย ๆ เนื่องจากเป็นสถานที่ขายบริการ พวกเขาก็พากันไปหาความสุขสำราญของตัวเองโดยการเปิดห้องและทำเรื่องอย่างว่า
“กูขอตัวก่อนนะไอ้เต ไม่ไหวแล้วว่ะ จู๋แข็งไม่ยอมหดเลย มึงไม่คิดจะเอาบ้างเหรอ” เพื่อนคนสุดท้ายที่กำลังจะควงสาวขายบริการเดินออกไปเปิดห้อง หันมาถามเตวิชญ์ที่กำลังนั่งดื่มเหล้าทำสีหน้าไร้อารมณ์อยู่คนเดียว
“ไปเถอะ เดี๋ยวกูก็กลับแล้ว พรุ่งนี้เช้าต้องไปทำงานต่อ”
“ของมึงไม่แข็งหรือไง น้องผู้หญิงที่กูเรียกให้มานั่งข้าง ๆ น่าเอาขนาดนั้น กูว่าบางทีมึงควรไปหาหมอเช็คของบ้างนะ” คนเมาก็แซวไปตามประสาเพื่อน ก่อนจะเดินโซซัดโซเซออกไป ทำให้ตอนนี้เหลืองเพียงแค่เตวิชญ์ตัวคนเดียว และหน้าที่สาวขายบริการก็พยายามอ่อยเต็มที่เพื่อจะขายตัวเองให้กับลูกค้าในค่ำคืนนี้
“ถ้าพี่เหนื่อย หนูเป็นคนทำเองได้นะคะ หนูจะทำให้พี่มีความสุขที่สุดเลย” น้ำเสียงที่เอ่ยนั้นมันยั่วยวนพอ ๆ กับสีหน้าที่กำลังกัดริมฝีปาก ฝ่ามือขาวประดับเล็บแดงลูบไล้ไปที่หน้าอก ลากลงมาที่หน้าท้อง อ้อมไปทางด้านหลังจนทำให้ชายหนุ่มที่ขาดเรื่องอย่างว่ามานานเริ่มวูบวาบแล้วเหมือนกัน
“แต่ฉันเป็นคนเสร็จยาก”
“อึดกว่านี้หนูก็ผ่านมาหมดแล้วค่ะ หล่อ ๆ แบบนี้หนูก็อยากอมให้แตกคาปากแล้วเหมือนกัน” เส้นความอดทนของเตวิชญ์ขาดผึง เขาเองก็เป็นผู้ชายที่มีความต้องการทางเพศเหมือนกับคนอื่น ๆ อีกอย่างตอนนี้มีสถานะโสดจึงไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่มาหาความสนุกให้กับตัวเอง
พรึ่บ!... ร่างสูงลุกขึ้นคว้าข้อมือของสาวขายบริการเพื่อไปเปิดห้องนอน จังหวะนั้นเองก็มีเสียงของพิธีกรกำลังประกาศว่าจะมีโชว์ให้ลูกค้าชมจากตัวท็อปของทางร้าน ทว่าจู่ ๆ ขาของเขาก็แข็งจนก้าวไม่ออก เพราะโชว์จากตัวท็อปนั้นคือคนที่เคยเห็นหน้าค่าตากันอยู่
“พลับพลึง!”
“มีอะไรหรือเปล่าคะ” หญิงสาวหันมาถามด้วยความสงสัย
“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว เธอไปบริการคนอื่นเถอะ ตอนนี้ฉันไม่มีอารมณ์” ร่างสูงใหญ่พูดเสียงแข็ง ในขณะที่สายตายังคงจับจ้องมองอดีตคนรักที่กำลังใส่เสื้อสายเดี่ยวเอวลอย ด้านล่างเป็นกางเกงขาสั้นผ้าบาง ๆ โชว์ผิวขาวเนียนละเอียดสะท้อนสายตา
ภายในใจร้อนรนจนเก็บอารมณ์โทสะเอาไว้ไม่อยู่ แต่ถึงอย่างนั้นเตวิชญ์เองก็ทำอะไรไม่ได้ จนสุดท้ายจึงทำได้เพียงแค่เดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม ก่อนที่จะคว้าขวดเหล้ามากระดกเพียว ๆ คล้ายกับเป็นการย้อมใจ
แน่นอนว่าแผลที่อยู่ภายในใจของเตวิชญ์มันยังคงไม่จางหาย เขายังเจ็บและโกรธแค้นกับสิ่งที่พลับพลึงได้ทำเอาไว้ได้ดี คนที่มันกล้ายกเรื่องบนเตียงมาบอกเลิก สุดท้ายก็ต้องมาทำอาชีพในสิ่งที่ตัวเองถนัด ยอมลดศักดิ์ศรีของตัวเองมาขายตัว น่าสมเพชสิ้นดี
“ทุเรศ! ทำไปได้ยังไงวะ” ตามมาด้วยเสียงถอนหายใจแรง ๆ ด้วยความหงุดหงิด เมื่อโชว์ของเด็กหนุ่มมีท่าเต้นยั่วยวน ซึ่งเรียกสายตาแขกในร้านได้เป็นอย่างดี เตวิชญ์โมโหจนกำหมัดแน่น ทำเอาหญิงสาวที่กำลังเข้ามาตื๊อลูกค้าตกใจกลัวแล้วถอยออกไปรับแขกคนอื่นทันที
“น้องครับ มานี่หน่อย” ชายหนุ่มยกมือเรียกเด็กเสิร์ฟที่กำลังเดินบริการลูกค้าให้เข้ามาเพื่อสอบถามสิ่งที่ติดค้างอยู่ภายในใจ แม้จะทราบดีอยู่แล้วว่าการที่พลับพลึงขึ้นไปเต้นแร้งเต้นกาท่าทางอุบาทว์ ๆ บนเวทีนั้น มันก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการยั่วลูกค้าให้ทุ่มเงินในการซื้อตัวไปนอนค่ำคืนนี้
“มีอะไรให้ผมรับใช้เหรอครับ”
“คืนนี้ผมต้องการซื้อตัวผู้ชายที่เต้นอยู่บนเวทีนั้น” เตวิชญ์ไม่ได้อยากจะสานสัมพันธ์กับพลับพลึงอยู่แล้ว หากแต่ว่าเตวิชญ์ก็ไม่ได้อยากจะเป็นคนไร้น้ำใจ ในเมื่อนี่เป็นอาชีพที่พลับพลึงเลือก คนรักเก่าอย่างเขาก็พร้อมสนับสนุนในอาชีพที่เขาคิดว่ามันเหมาะกันคนร่าน ๆ อย่างนั้น
“อ๋อ… พี่พลับพลึงเป็นตัวท็อปของที่นี่น่ะครับ เห็นว่าคืนนี้มีคิวแล้ว”
“แต่ผมทุ่มไม่อั้น”
“ผมว่าน่าจะไม่ได้หรอกครับ แต่ถ้าลูกค้าอยากซื้อพี่พลับพลึงจริง ๆ ก็ต้องจองคิวล่วงหน้าเอาไว้นะครับ”
“สามล้าน! จัดการลัดคิวให้ผมได้หรือเปล่า” ยิ่งได้ยินกับหูว่าพลับพลึงต้องไปหลับนอนกับคนอื่นก็ยิ่งทำให้เตวิชญ์เดือดดาลออกมาอย่างลืมตัว ดวงตาคมกริบหันมาตวัดมองเด็กเสิร์ฟที่ยืนตัวลีบด้วยความไม่พอใจ
“งะ งั้นผมจะไปตามเจ้าของร้านมาให้นะครับ” พูดจบก็รีบวิ่งออกไปหลังร้าน ไม่นานก็มีสาวประเภทสองเดินอย่างมีจริตจะก้านออกมานั่งที่เก้าอี้ด้านข้างของเตวิชญ์แทน
“คุณลูกค้าสุดหล่อมีอะไรให้ฉันรับใช้เหรอคะ หล่อ ๆ แบบนี้ถ้าอยากนอนกับเจ้าของร้าน เจ๊ไม่คิดเงินหรอก” มือสาวสองที่กำลังยกขึ้นมาจะลูบหน้าขาลูกค้ากลับถูกเจ้าตัวปัดออก ทำเอาเจ้าของร้านหน้าชาเล็กน้อย
“คืนนี้ผมต้องการนอนกับพลับพลึง จะคิดเงินกี่บาทผมไม่อั้น”
“พลับพลึงคิวยาวมากค่ะ สนใจรับคนอื่นไปแก้ขัดก่อนไหมคะ”
“ผมต้องการพลับพลึงคนเดียว เท่าไรก็ยินดีจ่าย” เจ๊เจ้าของร้านได้ยินแบบนั้นก็ตาลุกวาว
“เรื่องนั้นฉันต้องคุยกับลูกค้าท่านอื่นก่อนว่าจะยอมไหม ฉันไม่รับปากนะคะ แล้วพรุ่งนี้ฉันจะให้คำตอบ”
“ผมต้องการคำตอบวันนี้ ตอนนี้” เตวิชญ์พูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจัง
“คงไม่ได้จริง ๆ ค่ะ คืนนี้พลับพลึงต้องรับแขกท่านอื่นตามที่ตกลงกันเอาไว้ ถ้าพ่อหนุ่มอยากได้พลับพลึงจริง ๆ งั้นพรุ่งนี้ก็มาใหม่แล้วกัน เดี๋ยวเจ๊จะลัดคิวให้แน่นอน” สิ้นประโยคนี้สาวสองก็เดินเข้าไปในร้าน ทำเอาเตวิชญ์หงุดหงิดจนเผลอกำแก้วเหล้าในมือแตกคามือ เลือดที่ไหลออกมาไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเจ็บเท่ากับหัวใจที่ถูกคนรักเก่าย่ำยีเมื่อห้าปีก่อน
ความเจ็บปวดที่เขาถูกหักอกยังคงฝังลึกลงไปภายในจิตใจ ยิ่งมาเห็นคนไร้ยางอายเต้นกินรำกิน ยิ้มหน้าชื่นตาบานสนุกสนามกับอาชีพก็ยิ่งกระตุ้นความกรุ่นโกรธ ตอกย้ำว่าที่ผ่านมาเตวิชญ์เป็นคนโง่ขนาดไหนที่มองพลับพลึงไม่ออกว่าดีแค่เปลือกนอก
ความเจ็บปวดมันหล่อหลอมให้กลายเป็นความโกรธแค้น และอยากเอาคืนคนหน้าด้านไร้ยางอาย ให้มันได้รับความรู้สึกเจ็บปวด แหลกสลาย เหมือนกับที่ทำกับเขาเอาไว้บ้าง
กะหรี่… เธอแม่งเหมาะกับอาชีพนี้ดีเหมือนกันนะพลับพลึง
TBC...
