บทที่ 3 นักโทษมาเฟีย
หลังจากที่บทเร่าร้อนจบลง ยลลดานอนหลับตาพริ้มอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ส่วนมาเฟียหนุ่มเดินออกมานั่งอยู่ที่โซฟาตัวใหญ่ใจกลางห้องโถง
ภาคิรันย์หยิบโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะขั้นมากดต่อสายหาลูกน้องคนสนิททันที
(ครับนาย) ไม่ถึงวินาที ปลายสายก็เอ่ยขึ้น
“สั่งคนให้เตรียมรถ อีกครึ่งชั่วโมงกูจะลงไป” ภาคิรันย์เอ่ยสั่งทันที
“แล้วโทรบอกแม่บ้านให้ทำความสะอาดห้องนอนปีกขวาชั้นบนสุดไว้ให้พร้อม แล้วก็ติดกล้องสักตัวไว้ภายในห้องนอนให้ฉันด้วย”
(เอ่อ...) สิงห์อึกอักเล็กน้อย
“กูสั่งอะไรก็ทำตามนั้น อย่าถามมาก”
“แล้วก็... เสื้อผ้า เครื่องสำอาง และของใช้จำเป็นของผู้หญิงทั้งหมด สั่งให้แบรนด์เนมทุกร้านส่งไปที่คฤหาสน์ก่อนรุ่งเช้า อย่าให้ขาดตกบกพร่องแม้แต่ชิ้นเดียว อ้อ! แล้วเรื่องประวัติของไอ้ผู้ชายที่ชื่อนนท์กับผู้หญิงอีกคนสืบมาให้หมดด้วย พวกมันทำอะไรไว้กับแยม พรุ่งนี้ฉันจะคิดบัญชีทบต้นทบดอก”
(รับทราบครับนาย ผมจะรีบจัดการเดี๋ยวนี้ครับ)
สิงห์รับคำสั่ง ก่อนจะวางสายไปทันที
หลังจากวางสาย ภาคิรันย์โยนโทรศัพท์ไปข้างตัว แววตาของมาเฟียหนุ่มหันกลับมาจ้องมองที่ประตูห้องนอนอีกครั้ง
“เธอหนีพี่ไม่พ้นแล้วแยม ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหรือต้องกลายเป็นซาตานในสายตาเธอ พี่ก็จะขังเธอไว้ในกรงของพี่ตลอดไป”
ณ เขาใหญ่ ประเทศไทย
เช้าของวันใหม่
วันเวลาผ่านไปจนกระทั่งแสงแรกของวันใหม่เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง รถคันหรูติดฟิล์มดำทึบเคลื่อนตัวผ่านประตูรั้วเหล็กดัดขนาดใหญ่ เข้าสู่เขตคฤหาสน์ตระกูลโชติเมธา เนื้อที่หลายสิบไร่ บรรยากาศถูกปกคลุมไปด้วยป่าเขา ภูเขาแล้วก็ธรรมชาติที่สุดแสนจะลงตัว
ร่างเล็กถูกช้อนตัวขึ้นอุ้มอย่างเบามือที่สุด เขาอุ้มเธอเดินลงจากรถหรู แล้วเดินเข้าไปภายในคฤหาสน์หรูทันที
“ตื่นขึ้นมา โวยวายแน่นอน” ภาคิรันย์เอ่ยขึ้นน้ำเสียงแผ่วเบา สายตาคมก้มมองใบหน้าหวานอย่างเอ็นดู
ไม่นานนัก เขาก็เดินมาถึงห้องนอนปีกขวาของคฤหาสน์
สิงห์ทำการเปิดประตูให้กับผู้เป็นนาย โดยที่สิงห์ไม่กล้าแม้แต่จะมองคนในอ้อมแขนของภาคิรันย์เลย
มาเฟียหนุ่มเดินมาวางร่างเล็กลงบนเตียงนอนอย่างเบามือที่สุด เพื่อที่จะไม่ได้ทำให้เธอต้องตื่นขึ้นมาในตอนนี้
หลังจากนั้นภาคิรันย์ก็หมุนตัวเดินออกจากห้องนอนทันที
เวลา 10:34 น.
แสงแดดจัดยามช่วงสายๆ ของวัน ผ่านม่านเนื้อดีเข้ามาภายในห้องนอนหรู
ยลลดาค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกหนักอึ้งที่ศีรษะ อาการปวดหนึบแล่นขึ้นมาจนเธอต้องนิ่วหน้า ก่อนที่ร่างเล็กจะพยุงร่างของตัวเองลุกขึ้นนั่งพิงกับหัวเตียงนอน
“ปวดหัว!”
“ที่นี่...ที่ไหนวะเนี่ย?” เสียงหวานแหบพร่าเอ่ยขึ้นในความเงียบ
ความทรงจำสุดท้ายของค่ำคืนที่ผ่านมาค่อยๆ ไหลย้อนกลับเข้ามาในสมอง ราวกับม้วนภาพยนตร์เก่า
วันครบรอบวันตายของพ่อแม่ แฟนนอกใจ เพื่อนสนิทหักหลัง ความเสียใจบีบคั้นทำให้เธอต้องดื่มน้ำเมาประชดชีวิต
จากนั้น...ภาพก็ตัดไปที่อ้อมกอดของชายแปลกหน้าคนหนึ่ง
ผู้ชายที่มีดวงตาดุดัน ป่าเถื่อนราวกับซาตาน ทว่าแฝงไปด้วยความทะนุถนอมอันลึกซึ้งรสจูบที่ซาบซ่านปนเสียงกระซิบ ที่ข้างหูที่เธอจำความไม่ได้
เพียงครู่เดียว หญิงสาวก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจทันที เมื่อตระหนักได้ว่าเมื่อคืนเธอได้มีอะไรกับชายแปลกหน้าในคืน One Night Stand
“เชี้ย! งานหยาบ” ยลลดาสบถคำหยาบออกมาทันที ก่อนที่เธอจะรีบดึงสติกลับมา
ยลลดาดีดตัวลงจากเตียงกว้าง เธอพยายามทรงตัวเดินตรงไปยังประตูบานใหญ่ทันที
ทว่าเมื่อเธอเอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตู กลับพบว่ามันถูกล็อกอย่างแน่นหนาจากภายนอก ร่างเล็กออกแรงกระชากและทุบประตูเสียงดังลั่นด้วยความตื่นตระหนก
“เปิด! เปิดนะ! มีใครอยู่ข้างนอกไหม เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้นะ”
ยลลดาตะโกนสุดเสียง ทุบประตูจนฝ่ามือน้อยๆ ขึ้นสีแดงช้ำ แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับใดๆ
เธอกำลังถูกขัง...
ความกลัวและความสับสนแล่นเข้ามาเกาะกุมหัวใจของเธอทันที
แยมเดินถอยหลังกลับมาทรุดตัวนั่งลงบนขอบเตียง สองมือเล็กกอดตัวเองไว้แน่น
เพียงครู่เดียวเสียงกลไกล็อกประตูบานใหญ่ก็ดังขึ้น พร้อมกับประตูที่ค่อยๆ เปิดออก
เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ในชุดสูทภูมิฐานสีดำสนิทของชายหนุ่ม
มาเฟียหนุ่มก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่านิ่งสงบ ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล จนบรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาทันตา
“จะไปไหน?” ภาคิรันย์เอ่ยถามเสียงเรียบ จ้องมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างจริงจัง
“ฉันจะกลับบ้าน”
“ได้แล้วจะทิ้งเหรอ?” ภาคิรันย์เอ่ยถาม พร้อมกับเดินเข้าไปใกล้เธอมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้คนตัวเล็กเริ่มขยับตัวถอยหลังโดยอัตโนมัติ
“คุณ!” เธอเอ่ยขึ้นเสียงดัง เริ่มแสดงความไม่พอใจออกมา
“โอเค! โอเค เอาเป็นว่าเรามีแต่ได้กลับได้ทั้งคู่ ฉันได้คุณ คุณก็ได้ฉัน แฟร์ๆ จบไหม”
“...” ชายหนุ่มนิ่งเงียบ ยืนมองเธออย่างเอ็นดูในคำพูดของยลลดา
“เรื่องเมื่อคืนถือว่าจบๆ กันไปไม่ได้เหรอคุณ วันไนท์อะ”
“เธอเปลี่ยนเป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ยลลดา”
คำเรียกชื่อจริงที่หลุดออกมาจากปากของมาเฟียหนุ่ม ทำให้เรียวคิ้วเล็กของแยมขมวดเข้าหาทันที
“คุณ! คุณรู้จักชื่อฉันได้ยังไง?” เธอเอ่ยถามด้วยความสงสัย สมองก็พยายามคิดหาคำตอบไปด้วย ทว่ามันกลับว่างเปล่า
“เรื่องเมื่อคืน... เรื่องเมื่อคืนฉันถือว่ามันเป็นแค่ความผิดพลาด ฉันเมา! และเราก็แค่บังเอิญมีอะไรกัน มันเป็นแค่One Night Stand ได้แล้วก็จบๆ กันไปสิคุณ”
“คุณไม่มีสิทธิ์มาขังฉันไว้แบบนี้ ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจ” เธอเอ่ยทิ้งท้ายไว้อย่างเด็ดขาด
คำว่า ‘ได้แล้วก็จบๆ กันไป’ และ ‘One Night Stand’ ราวกับน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิงที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้านิ่งๆ ของภาคิรันย์ ดวงตาคมเข้มฉายแววไม่พอใจขึ้นมาทันที มาเฟียหนุ่มสาวเท้ายาวๆ เดินเข้ามาบีบเข้าที่ปลายคางของเธอด้วยความโกรธ
ทว่ายังคงเบามืออยู่บ้าง ไม่ได้บีบแรงมากเท่าที่ควร
“สำหรับคนอื่นอาจจะจบ แต่สำหรับเธอ... ที่ได้ฉันแล้ว ไม่มีสิทธิ์เดินออกไปจากที่นี่”
“คุณปล่อยฉันไปเถอะ ฉันไม่ใช่นักโทษของคุณนะ” ยลลดาเอ่ยขอร้องให้เขาปล่อยอีกครั้ง
“ปล่อยเหรอ?” ภาคิรันย์เค้นหัวเราะในลำคอ
“ขอร้องให้ตายยังไง เธอก็ไม่มีวันออกไปจากที่นี่ได้”
“คุณมันบ้า! มันโรคจิต! ฉันไปทำอะไรให้คุณนักหนา”
เธอร้องไห้ออกมาด้วยความอัดอั้นและหวาดกลัว สองมือน้อยๆ ยกขึ้นดันแผงอกแกร่งที่แข็งราวกับแผ่นหิน
“ปล่อยฉันไปเถอะ... ชีวิตฉันมันพังทลายหมดแล้ว พ่อแม่ก็ไม่อยู่ แฟนก็ทรยศ ฉันไม่เหลืออะไรให้คุณหลอกหรือทำร้ายอีกแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะนะ...”
