บทที่สาม: หักและตั้งครรภ์
ผ่านไปทั้งวันแล้ว โดมินิกก็ยังไม่ส่งข้อความมาเลย ข้อความมากมายที่ฉันส่งไปก็ไม่ได้รับการตอบกลับ ฉันโทรไปเขาก็ไม่รับสาย แล้วไม่นานก็โทรไม่ติดอีกเลย
ฉันใช้เวลาทั้งวันนอนอยู่บนเตียง ร้องไห้ฟูมฟายจนตาบวมไปหมด ฉันทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว ฉันทำเรื่องน่าสมเพชที่สุดไปแล้ว สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือวิ่งไปที่บ้านเขาแล้วขู่ว่าจะจบชีวิตตัวเองถ้าเขาไม่ยอมคืนดีด้วย
ฉันกำลังคิดเรื่องนี้อย่างจริงจัง และถ้าเขาปฏิเสธ ฉันก็อาจจะทำมันจริงๆ ชีวิตที่ไม่มีเขามันไม่มีค่าพอที่จะอยู่ต่อไปอยู่แล้ว ฉันอาจจะตัดสินใจจบมันลงจริงๆ ก็ได้ เอาความเจ็บปวดนี้ไปกับฉันด้วย นี่เพิ่งผ่านไปแค่วันเดียว แต่มันก็ค่อยๆ สูบพลังชีวิตของฉันไปจนแทบไม่เหลือแล้ว ฉันไม่รู้ว่าเป็นเพราะพันธะคู่แท้ที่แตกสลาย หรือเป็นเพราะหัวใจที่น่าสงสารของฉันที่ถูกบดขยี้อย่างโหดเหี้ยม
“คริสติน!” เสียงของโนอาห์ดังขึ้นในห้องพร้อมๆ กับที่ประตูเปิดออก
ฉันซุกหน้าอยู่กับขาโดยมีผ้าห่มคลุมตัวไว้ ศีรษะของฉันหนุนอยู่บนหมอน และฉันไม่ขยับตัวเลยแม้แต่น้อยหลังจากได้ยินเขาเรียก
ฉันไม่มีอารมณ์จะคุยกับใครทั้งนั้น แม้แต่กับเขาก็ตาม เขาอาจจะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันและเป็นครอบครัวเพียงคนเดียวที่ฉันมีนับตั้งแต่พ่อเสียไป แต่ในตอนนี้ ฉันใจสลายเกินกว่าจะพูดคุยกับใครดีๆ ได้
ฉันหวังว่าเขาจะเข้าใจและจากไป
แต่เขาไม่ทำ ตรงกันข้าม เขากระชากผ้าห่มออกจากตัวฉันแล้วโยนมันลงบนพื้น
“เลิกบ้าได้แล้ว คริสติน ลุกออกจากเตียงเดี๋ยวนี้!”
“ปล่อยฉันอยู่คนเดียวเถอะ โนอาห์” ฉันคร่ำครวญ พยายามจะหยิบผ้าห่มขึ้นมา แต่เขาดึงมันออกจากมือฉันแล้วโยนไปทางประตู
“ให้ตายฉันก็ไม่ปล่อย! เธอเป็นแบบนี้มาทั้งวันแล้วนะ ไม่กินข้าว ไม่อาบน้ำ สิ่งเดียวที่เธอทำตั้งแต่เมื่อวานคือร้องไห้ แล้วจะให้ฉันปล่อยเธอไว้คนเดียวได้ยังไงในเมื่อดูเหมือนเธอพยายามจะฆ่าตัวตายอยู่น่ะหา!”
“ก็ฉันพยายามจะฆ่าตัวตายนี่ไง! แล้วมันมีอะไรให้ต้องอยู่ต่อไปอีกล่ะ!” ฉันตะโกนทั้งน้ำตา พลางทึ้งผมตัวเองอย่างบ้าคลั่ง
“เป็นคำพูดที่ดีกับตัวเองจริงๆ” เขาแค่นเสียงอย่างฉุนเฉียว “ฉันพนันได้เลยว่าพ่อของเธอคงดีใจกระโดดโลดเต้นอยู่ในหลุมศพที่ได้ยินลูกสาวตัวเองบอกว่าอยากตายเพราะไอ้สารเลวใจง่ายที่เธอไปตกหลุมรัก”
“เขาไม่ใช่คนสารเลว!”
“แล้วทำไมเธอต้องมาร้องไห้จะเป็นจะตายเพราะมันด้วยวะ!” เขาตอกกลับ “มีแต่พวกสารเลวเท่านั้นแหละที่ทำให้ผู้หญิงที่รักตัวเองต้องร้องไห้”
คำพูดของเขาแทงใจดำฉันเข้าอย่างจัง ฉันล้มตัวลงบนเตียง ร้องไห้ฟูมฟาย
“คริสติน ได้โปรดเถอะ เลิกทำแบบนี้” เขานั่งลงข้างๆ ฉันบนเตียง มือของเขาลูบไล้เส้นผมของฉัน แต่ฉันยังคงซบหน้าอยู่กับเตียงและไม่ยอมมองหน้าเขา
“ปล่อยฉันอยู่คนเดียว...”
“ฉันจะปล่อยก็ต่อเมื่อแน่ใจว่าเธอจะไม่ร้องไห้เพราะเขาอีก ดูสิตาบวมไปหมดแล้วนะ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปเธอได้ป่วยแน่ๆ นั่นก็หมายความว่าเธอจะยิ่งทำให้ฉันมีเหตุผลที่จะเกลียดไอ้เวรนั่นมากขึ้น...”
“เขาไม่ใช่ไอ้เวรนะ” ฉันเถียงกลับอย่างรวดเร็วพร้อมกับเงยหน้าขึ้น “เขาแก่กว่านายตั้งสองปีนะ ให้ความเคารพเขาหน่อยแล้วเลิกเรียกเขาด้วยชื่อแย่ๆ แบบนั้นสักที!”
“ความเคารพเหรอ” เขาทวนคำแล้วลุกขึ้นยืน “เธอพูดบ้าอะไรของเธอวะ จะให้ฉันไปเคารพไอ้คนทีให้ความหวังเธอแล้วก็มาหักอกกับปฏิเสธเธอเนี่ยนะ ให้ตายสิ เธอยังจะปกป้องมันอยู่อีกเหรอ หมอนั่นมันตัวอันตรายชัดๆ ตั้งแต่แรกแล้ว ฉันเตือนยัยโง่อย่างเธอแล้วแต่เธอก็ไม่เคยฟัง”
ฉันเถียงไม่ออกอีกต่อไป ฉันมัวแต่ร้องไห้จนไม่มีแรงจะต่อปากต่อคำกับเขา โนอาห์อาจจะเป็นผู้ชายที่ใจดีที่สุดในโลก แต่เขาก็เป็นคนพูดจาขวานผ่าซากเกินไป
การเป็นนักล่าโร้กเหมือนพ่อของฉัน ทำให้เขาเป็นคนแข็งกระด้างเกินไปด้วย เขาได้รับการฝึกฝนจากพ่อของฉัน และฉันก็ได้เฝ้ามองเขาเติบโตขึ้นมาเป็นคนที่จริงจังและเข้มงวดมาก
เขาเกลียดโดมินิกมากและแสดงออกอย่างไม่ปิดบัง เขาพูดเสมอว่าโดมินิกดูเหมือนผู้ชายที่มีอะไรซับซ้อนหลายชั้นและกำลังปิดบังอะไรบางอย่างอยู่ เขายังบอกอีกว่าโดมินิกดูไม่ได้รักฉันจริงอย่างที่ปากพูด
ตอนนี้ฉันเกลียดความคิดที่ว่าเขาอาจจะพูดถูก ไม่สิ ฉันจะไม่คิดเรื่องนั้นเด็ดขาด นั่นจะยิ่งทำให้หัวใจของฉันเจ็บปวดรุนแรงกว่าเดิม
“...ฉันบอกเธอนับครั้งไม่ถ้วนแล้วว่าเขาไม่ได้รักเธอ...”
“โดมินิกรักฉัน! โดมินิกรักฉัน! หยุดพูดแบบนั้นนะ! ได้โปรด” ฉันขดตัวอยู่บนเตียง ร้องไห้ฟูมฟาย
ฉันเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอีกครั้งว่ามีสายหรือข้อความจากโดมินิกหรือไม่ ไม่มีเลย
โนอาห์ฉวยโทรศัพท์ไปจากมือฉัน ฉันพุ่งตัวไปข้างหน้าเพื่อจะแย่งมันกลับ แต่เขายกมือขึ้นสูงเกินกว่าที่ฉันจะเอื้อมถึง
“เอาโทรศัพท์ฉันคืนมานะ โนอาห์!”
“ตั้งสติหน่อยสิ!”
“เอาคืนมานะ!!!”
“ไม่ ฉันไม่ให้!” เขาตะคอกกลับ “นี่ยังรอสายเขาอยู่อีกเหรอ โง่มีความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าเขาจะเสียใจแล้วโทรกลับมาหาเธองั้นสิ แบบนั้นมันทำให้เธอยิ่งโง่ซ้ำสองเข้าไปใหญ่นะ...”
“ก็ใช่สิ ฉันรอสายเขาอยู่ ฉันอาจจะโง่ แต่เขาเป็นผู้ชายคนเดียวที่เคยทำให้ฉันรู้สึกว่าได้รับความรักและมีความสำคัญ ทำไมฉันจะให้โอกาสเขาไม่ได้ล่ะ ทำไมฉันจะรอสายเขาไม่ได้ ทำไม!”
ฉันปาดน้ำตาออกจากดวงตา ไม่สนใจเลยว่าใบหน้าจะเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา
“ผู้ชายคนเดียวเนี่ยนะ?” โนอาห์ทวนคำพร้อมกับแค่นหัวเราะ “ฉันผิดหวังในตัวเธอจริง ๆ คริส”
เขาโยนโทรศัพท์ของฉันลงบนโต๊ะแล้วเดินจากไป ปิดประตูกระแทกปังด้วยความโมโห
ฉันกอดเข่า กลับไปร้องไห้สะอึกสะอื้นต่อ แต่แล้วสายตาฉันก็เหลือบไปเห็นแฟ้มที่เขาลืมไว้บนโต๊ะ ฉันจึงลุกจากเตียงไปหยิบมัน
มันเป็นแฟ้มที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ หมายความว่าข้อมูลข้างในเป็นความลับสุดยอดสำหรับเหล่านักล่าโร้ก ถึงฉันจะไม่ใช่หนึ่งในนั้น แต่พ่อของฉันเคยเป็น และหลังจากที่ท่านถูกฆ่า เหล่านักล่าโร้กที่เหลืออยู่ก็แต่งตั้งให้ฉันเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ ฉันจึงสามารถเข้าร่วมการประชุมและรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ของพวกเขาได้
ฉันหยิบรูปถ่ายสามใบที่อยู่ในแฟ้มออกมา มันเป็นรูปแผ่นหลังเปลือยท่อนบนของผู้ชายคนหนึ่ง รูปร่างกำยำ เต็มไปด้วยรอยสัก และที่น่าแปลกก็คือ...รอยสักเหล่านั้นดูคุ้นตาฉันอย่างน่าประหลาด
โนอาห์เดินกลับเข้ามา พยายามจะแย่งแฟ้มไปจากมือฉัน แต่ฉันยื้อไว้ในขณะที่หัวหมุนติ้ว
“นี่มันรูปอะไร?”
“พวกนักล่าเจอเขาในป่า เขากำลังปีนกำแพงของแพ็กเฮาส์ พวกนั้นไล่ตามแต่เขาเร็วมาก เรายังคงตามหาเขาอยู่ เราต้องหาเขาให้เจอก่อนที่เขาจะสร้างความเสียหายให้แพ็กของเรามากกว่านี้”
“เขาปีนกำแพงแพ็กทำไม?”
“ฉันคิดว่าเขากำลังสอดแนม เรามีเหตุผลให้เชื่อได้ว่าเขาคืออัลฟ่าโร้ก”
“อัล— อัลฟ่าโร้กเหรอ” ฉันถามเสียงตะกุกตะกักอย่างไม่อยากเชื่อ “คนเดียวกับที่ฆ่าพ่อของฉันน่ะเหรอ”
“ใช่ คนนั้นแหละ”
ฉันจ้องมองรูปภาพอีกครั้งด้วยความหวาดกลัวสุดขีด อัลฟ่าโร้กที่ฆ่าพ่อของฉันเป็นเหมือนฝันร้ายสำหรับฉันมาตลอด เขาคือผู้ชายที่ฉันเกลียดที่สุดในโลก
แต่ทำไมเขากลับมีรอยสักเหมือนกับที่โดมินิกมี? ฉันไม่มีทางจำผิดแน่ ฉันเห็นเขาเปลือยกายมานับครั้งไม่ถ้วน ฉันใช้ปลายนิ้วสำรวจร่างกายของเขา ฉันหลงรักรอยสักพวกนั้นและจดจำมันได้ขึ้นใจ แล้วทำไม...
“มีปัญหาอะไรรึเปล่า” โนอาห์ถามพร้อมกับดีดนิ้วตรงหน้าฉัน “เธอเหม่อไปเลยนะ”
ใช่ มีปัญหาแน่ ชีวิตทั้งชีวิตของฉันดูเหมือนจะถูกใครบางคนชักใยอยู่เบื้องหลัง
สัญชาตญาณของฉันพังทลายลงเมื่อเจอกับความจริงที่อยู่ตรงหน้า บางอย่างในหัวของฉันขาดผึงและหมุนคว้าง เติมเต็มมันด้วยความมืดมิด
ฉันเสียหลัก ร่างกายโอนเอนเตรียมล้มลงกระแทกพื้น ศีรษะของฉันกระแทกเข้ากับบางอย่างอย่างแรง ก่อนที่สติจะดับวูบไป
เสียงกรีดร้องของโนอาห์คือสิ่งสุดท้ายที่ฉันได้ยิน
เสียงบี๊บ ๆ ที่ดังอยู่ในความฝันดึงฉันกลับสู่ความเป็นจริง ทำให้ฉันค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เพดานสีขาวปรากฏแก่สายตาเป็นภาพพร่ามัว ฉันหลับตาลงอีกครั้ง พยายามปรับสายตาให้ชินกับสภาพแวดล้อม
ฉันลองอีกครั้ง ลืมตาขึ้นมาใหม่ คราวนี้ภาพที่เห็นไม่พร่ามัวเท่าเดิมแล้ว ฉันมองไปรอบ ๆ ใช้เวลาสักพักเพื่อทำความเข้าใจว่าตัวเองอยู่ที่ไหน
เสียงเครื่องมือแพทย์ที่ดังเป็นจังหวะ ห้องที่ฉันนอนอยู่ เตียง ชุดผู้ป่วย...ทุกอย่างบ่งชี้ว่าฉันอยู่ในโรงพยาบาล
เกิดอะไรขึ้น? ฉันพยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่แล้วความเจ็บปวดก็แล่นแปลบผ่านข้อนิ้ว ทำให้แผ่นหลังของฉันแนบกลับลงไปบนเตียงอีกครั้ง
นิ้วของฉันลูบคลำบริเวณที่เจ็บ เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาที่ห้อง แล้วประตูก็เปิดออก เผยให้เห็นโนอาห์และหมอเลียมที่เดินเข้ามา
ฉันหันไปมองพวกเขา พยายามจะจับใจความว่าพวกเขากำลังพูดอะไรกัน โนอาห์ดูร้อนใจอย่างเห็นได้ชัด มือของเขาล้วงกระเป๋าและก้าวเดินช้า ๆ อย่างครุ่นคิดขณะที่รับฟังโทรจิตจากคุณหมอ ต้องเป็นอย่างนั้นแน่ ๆ เพราะริมฝีปากของพวกเขาทั้งคู่ไม่ได้ขยับ แต่ดูเหมือนกำลังสนทนากันอยู่
พวกเขากำลังพยายามปิดบังอะไรจากฉันอยู่รึเปล่า? มันจะเป็นเรื่องอะไรได้กัน?
โนอาห์เห็นว่าฉันกำลังจ้องมองอยู่จึงส่งสัญญาณให้หมอเลียม เขาก็หันมาเช่นกันพร้อมกับส่งรอยยิ้มอบอุ่นตามมารยาทมาให้
“หมอเห็นว่าคุณฟื้นแล้ว คริสติน รู้สึกเป็นยังไงบ้าง”
“อ่อนเพลียค่ะ” ฉันสังเกตเห็นว่าโนอาห์หลบสายตาฉัน ครั้งสุดท้ายที่มีคนทำแบบนี้กับฉัน เขาก็แจ้งข่าวร้ายตามมาทีหลัง ฉันไม่อยากจะรู้เลยว่าเขาปิดบังอะไรอยู่ แต่การไม่รู้ก็ทำให้ฉันยิ่งกระวนกระวายใจ
“เอาล่ะ เอ่อ...” หมอเลียมชำเลืองมองโนอาห์สลับกับฉัน “ยินดีด้วยนะ คริสติน...”
“คะ? เรื่องอะไรเหรอคะ?”
“คุณตั้งครรภ์ได้สองสามสัปดาห์แล้ว”
อะไรนะ? ฉันแทบสำลักลมหายใจเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่วาวโรจน์ของโนอาห์ น้ำตาเริ่มเอ่อคลอขึ้นมาในดวงตาของฉัน เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับฉันได้อย่างไร?
ทำไมฉันถึงโชคร้ายต้องมาอุ้มท้องทายาทของโร้กด้วย? ทำไมชีวิตฉันต้องมาเจอเรื่องเลวร้ายแบบนี้?
โนอาห์ส่งโทรจิตเข้ามาในหัวของฉัน ‘ไอ้สารเลวนั่นทิ้งให้เธอเจ็บปางตายแถมยังตั้งท้องอีก ถ้าฉันเจอหน้ามันอีกครั้ง ฉันจะฆ่ามันให้ได้’
น้ำตาของฉันไหลพราก ฉันยังคงพยายามทำความเข้าใจกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น
‘ตัดสินใจซะ คริส เธอจะเก็บเด็กคนนี้ไว้ หรือจะเอามันออก?’
ฉันจ้องมองเขาอย่างหวาดผวา แล้วหันไปมองหมอเลียมที่ส่งสายตาเหมือนรู้อยู่แล้วมาให้ พวกเขาคุยกันเรื่องนี้แล้ว พวกเขาแค่รอการอนุมัติจากฉันเพื่อที่จะได้กำจัดเด็กคนนี้ทิ้งไป
แต่ฉันจะทำมันลงจริง ๆ เหรอ? ฉันจะกำจัดสิ่งเดียวที่หลงเหลือจากความผูกพันอันสวยงามระหว่างฉันกับโดมินิกได้ลงคอเชียวหรือ?
เด็กคนนี้อาจจะเป็นโร้ก แต่เขาก็ยังเป็นลูกของโดมินิก...และเป็นลูกของฉัน
ฉันจะกำจัดเขาได้ลงคอเชียวหรือ?
