บทที่ 10 Chapter 9 ทางเลือกของคนต้นทุนน้อย
Chapter 9
ทางเลือกของคนต้นทุนน้อย
แสงแดดตอนเย็นเริ่มทอดเงายาวผ่านช่องว่างระหว่างตึก เป็นสัญญาณว่าเวลาของวันกำลังจะหมดลง แม้ส่วนลึกในใจของณารินทร์จะประท้วงว่าไม่อยากกลับมาเหยียบที่นี่อีก แต่สำหรับวันนี้... ถือเป็นข้อยกเว้นสักวัน
เธอเลือกซื้อของขวัญที่คิดว่าเหมาะที่สุด เพราะวันนี้เป็นวันเกิดของอาจารย์พัชราพร อาจารย์ที่เธอเคารพรักตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เหมือนทุกปีที่เธอตั้งใจมาแสดงความขอบคุณที่ฝ่ายนั้นเคยช่วยเหลือและมีเมตตาต่อเธอมาตลอด
“ไม่เห็นต้องลำบากเอามาให้ถึงนี่เลยณารินทร์”
“ได้ยังไงกันคะ วันเกิดอาจารย์ทั้งที”
“ขอบใจมากนะ ได้ทำงานดี ๆ แล้วก็ตั้งใจทำนะลูก สมัยนี้งานมันหายาก”
“ค่ะอาจารย์ ขอให้อาจารย์มีความสุขในทุก ๆ วันนะคะ”
หลังจากมอบของและอยู่คุยกันสักพัก ณารินทร์จึงขอตัวกลับเพราะไม่อยากรบกวนเวลาส่วนตัวของอีกฝ่าย ทว่าตอนขากลับ... ไม่รู้เพราะความเคยชินหรืออะไร ขาเรียวกลับพาตัวเองเดินมาหยุดอยู่ที่ทางเดินเส้นนี้ ทางที่ต้องผ่านห้องทำงานของพี่ชายแฟน
หญิงสาวหยุดมองบานประตูตรงหน้าหลังนั้นราวกับต้องมนต์สะกด จู่ ๆ ภาพวันวานกับเจ้าของห้องก็ลอยชัดขึ้นมา สมองเริ่มสั่งการให้ย้อนนึกถึงอดีตเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา...
ตอนนั้นไม่รู้ว่าเป็นเพราะความบังเอิญหรือโชคชะตาที่ทำให้เธอได้เจอกับอัคนีในฐานะอาจารย์ประจำวิชาเลือก ปกติเธอเป็นคนตั้งใจเรียน คะแนนจึงอยู่ในเกณฑ์ดีมากมาตลอด แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ทำเอาผิดหวังจนเสียศูนย์ เมื่อผลสอบประกาศออกมาแล้วไม่เป็นไปตามคาด
เพราะเป้าหมายเดียวของเธอคือเกียรตินิยม แต่คะแนนที่ได้กลับหยุดอยู่แค่ B+ ขาดอีกเพียงสองสามคะแนนเท่านั้นถึงจะได้เกรด A และเธอจำเป็นต้องได้ A เท่านั้นถ้าอยากคว้าความฝันมาครอง
เย็นวันนั้นหลังจบคลาส เธอตัดสินใจรอดักพบอาจารย์หนุ่มเพื่อขอคำปรึกษาเรื่องขยับคะแนน ณารินทร์เดินวนไปเวียนมาเพื่อเรียกความกล้าอยู่หน้าห้อง ไม่นานประตูเปิดออกพร้อมร่างสูงที่ก้าวออกมา หญิงสาวสูดหายใจลึกรวบรวมความมั่นใจก่อนจะเอ่ยเรียกด้วยเสียงประหม่า
เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่จะได้คุยกับเขาแบบตัวต่อตัว แถมผู้ชายตรงหน้ายังเป็นประเภทที่แค่สบตาตรง ๆ ก็ทำเอาสาว ๆ หน้าร้อนผ่าวได้ง่าย ๆ โดยที่เขาไม่ต้องลงมือทำอะไรด้วยซ้ำ
“เอ่อ... อาจารย์อัคนีคะ”
“หืม ว่าไงครับ?”
อัคนีที่กำลังก้มมองนาฬิกาข้อมือชะงักฝ่าเท้าแล้วหันมาตามเสียงทัก ยามเมื่อต้องมายืนประจันหน้ากันตรง ๆ ณารินทร์ถึงเพิ่งรู้ตัวว่าเธอเล็กลงไปถนัดตา ส่วนสูงของเธออยู่แค่ระดับแผงอกกว้างของเขาเท่านั้นเอง
“คือ... หนูจะมาคุยเรื่องผลคะแนนค่ะ”
คนในชุดนักศึกษาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักพลางลอบกลืนน้ำลาย ยิ่งพอรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นหวังจะคุยให้รู้เรื่อง ณารินทร์ก็ต้องรีบก้มหน้างุดกลับลงไปซบกับอกตัวเองแทบไม่ทัน เพราะอาจารย์หนุ่มตรงหน้ากำลังใช้สายตาแปลก ๆ จ้องลึกเข้ามา มันเป็นแววตาที่ทำให้เธอประหม่าจนแทบก้าวขาไม่ออก
‘หึ... เด็กคนนี้หน้าตาน่ารังแกดีชะมัด อยู่ในคลาสไม่เคยได้สังเกตดี ๆ เลยแฮะ’
อัคนีคิดในใจ แววตาคมปลาบแอบประกายความเจ้าเล่ห์พึงใจออกมาก่อนที่เขาจะรีบปรับสีหน้ากลับมาเคร่งขรึมตามเดิม ชายหนุ่มแสร้งยกข้อมือขึ้นดูเวลา ประดุจว่าตารางงานของเขานั้นแน่นขนัด และไม่มีเวลาว่างจะมานั่งฟังคำเรียกร้องของนักศึกษาในตอนนี้
“ผมไม่ค่อยว่าง... ไว้ค่อยติดต่อมาใหม่นะครับ”
อัคนีขยับมือหยิบนามบัตรส่วนตัวที่มีทั้งเบอร์โทรศัพท์และไอดีไลน์ยื่นส่งให้ณารินทร์ ก่อนจะรีบสาวเท้าเดินจากไปราวกับมีธุระด่วนรออยู่ ทันทีที่แผ่นหลังกว้างหันหลังให้ ลูกศิษย์แสนซื่ออย่างณารินทร์ไม่มีทางรู้เลยว่า ใบหน้าเคร่งขรึมจริงจังของอาจารย์สุดหล่อเมื่อครู่ ได้แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มของหมาป่าเจ้าเล่ห์อย่างรวดเร็วราวกับพลิกฝ่ามือ
“เฮ้อ... เกร็งจนแทบหายใจไม่ทั่วท้องเลยเรา”
คนใสซื่อที่ตามเกมคนแก่อย่างไม่ทัน ได้แต่ถอนหายใจยาวพลางปลอบใจตัวเองว่าโชคดีเหลือเกินที่ไม่ต้องยืนคุยต่อหน้าให้กดดันไปมากกว่านี้ ทว่าเธอไม่มีวันรู้เลยว่า นามบัตรใบเล็กในมือใบนี้ กำลังจะเปลี่ยนชีวิตนักศึกษาธรรมดา ๆ ของเธอให้ดิ่งลงสู่วังวนแสนอันตราย
[Line Chat]
ณารินทร์: สวัสดีค่ะ หนูณารินทร์เองนะคะ
อาจารย์อัคนี: ณารินทร์? ณารินทร์ไหนครับ?
ณารินทร์: ที่เมื่อเย็นไปดักเจออาจารย์เรื่องคะแนนวิชาเลือกค่ะ
อาจารย์อัคนี: อ๋อ จำได้แล้วครับ ตอนนี้ผมไม่สะดวกพิมพ์เท่าไหร่ คุณอยู่แถวไหนล่ะ? เราออกไปคุยกันต่อหน้าดีไหม
ณารินทร์: คือว่า... มันเย็นมากแล้วนะคะ จะเป็นการรบกวนเวลาส่วนตัวของอาจารย์เปล่า ๆ
อาจารย์อัคนี: งั้นไม่เอาแล้วใช่ไหม คะแนน?
ณารินทร์: เอาค่ะ! เอาค่ะอาจารย์!
อาจารย์อัคนี: อืม... งั้นปักหมุดโลเคชันมาเลย เดี๋ยวผมไปรับ
เวลาผ่านไปไม่นาน รถเก๋งคันหรูของอาจารย์หนุ่มก็แล่นมาจอดเทียบที่หน้าหอพัก ทันทีที่ล้อหยุดนิ่ง อัคนีลดกระจกรถลงเพียงนิด สายตาคมกริบกวาดมองร่างบางในชุดนักศึกษาที่ยืนทำตัวไม่ถูกอยู่ข้างทาง ก่อนจะเอ่ยปากสั่งด้วยกระแสเสียงนิ่งเรียบทว่าทรงอำนาจ
“ขึ้นมาสิ... ไปหาอะไรกินกันก่อน แล้วค่อยคุยเรื่องคะแนนของคุณ”
ทันทีที่ก้าวขาขึ้นมานั่งบนรถ นานะก็นำพาเอาความอึดอัดระคนประหม่าติดตัวมาด้วย ท่าทีกล้า ๆ กลัว ๆ นั่งตัวเกร็งชิดประตูของเธอ ยิ่งปลุกเร้าให้อารมณ์นึกสนุกในกายของคนขับพุ่งสูงขึ้น ทว่าอัคนีก็ยังไม่อยากแสดงตัวจนทำให้ไก่ตื่น เขาแค่อยากลองหยั่งเชิงดูเบื้องต้นว่าเด็กคนนี้จะยอมแลกขนาดไหนเพื่อผลคะแนนวิชาเลือก
อันที่จริง... เขาไม่ใช่คนไร้จรรยาบรรณแบบนี้ และไม่เคยทำเรื่องแบบนี้กับนักศึกษาคนไหนมาก่อน แต่นานะดันสวยถูกใจเขาชะมัด ยิ่งในยามที่ใบหน้าหวานไร้เครื่องสำอาง มีเพียงแป้งฝุ่นบางเบากับลิปสติกสีระเรื่อฉาบเคลือบผิวปากอิ่ม เธอก็ยังสวยสะดุดตาจนเทียบชั้นกับดาราบางคนได้สบาย ๆ
“เกร็งอะไรขนาดนั้นครับ? ผมไม่จับคุณกินหรอก... ถึงแม้ว่าตอนนี้จะหิวมากก็เถอะ”
คำพูดทีเล่นทีจริงของเขาทำเอาคนงามถึงกับเบิกตาโต หันขวับไปมองหน้าคนพูดอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง จนอาจารย์หนุ่มหลุดขำออกมาแผ่วเบาทั้งที่สายตายังคงจับจ้องเส้นทางบนท้องถนน
“ผมหมายถึงหิวข้าว... นี่คุณคิดลึกไปถึงไหนครับ?”
“ก็อาจารย์พูดจากำกวมนี่คะ... อย่าพูดจาสองแง่สองง่ามให้คนอื่นเขาคิดไกลสิ” เธอเอ่ยปากดุเสียงอ้อมแอ้ม ก่อนจะรีบหันหน้ากลับมามองตักตัวเองเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงซ่าน
“ถ้างั้น... ผมพูดตรง ๆ เลยละกัน”
เสียงทุ้มต่ำถูกปรับเปลี่ยนเป็นราบเรียบในทันควัน
“สิ่งที่ผมต้องการจากคุณ... คือตัวคุณ ถ้าคุณให้ผมได้ ไม่ว่าจะคะแนนที่คุณอยากได้ หรือมากกว่านั้นผมก็หามาประเคนให้คุณได้ทั้งนั้น”
ประโยคนั้นทำเอาเจ้าของร่างบางสะดุ้งสุดตัว หันขวับกลับไปมองเสี้ยวหน้าคมสันของเขาอีกครั้งด้วยหัวใจที่เต้นรัว และแววตาคมปลาบที่เธอสบประสานอยู่ในเวลานี้ มันกำลังบ่งบอกชัดเจนว่า... ผู้ชายตรงหน้าไม่ได้แค่พูดเล่นส่งเดชเลยสักคำเดียว!
“อาจารย์หมายถึง...”
“อะไรกัน... อย่าทำเป็นใสหน่อยเลย ก็เด็กเลี้ยงไงล่ะครับ เพื่อน ๆ ในรุ่นของเธอก็มีตัวอย่างให้เห็นเยอะแยะไป”
นานะเม้มริมฝีปากแน่น จริงอย่างที่เขาว่า... เธอรู้มาตลอดว่ามีเพื่อนร่วมรุ่นหลายคนเลือกใช้ทางลัดเส้นนี้แลกกับการกินหรูอยู่สบาย มีชีวิตอู่ฟู่ในรั้วมหาวิทยาลัย ว่ากันว่าเด็กเสี่ยแต่ละคนถ้าไม่เป็นเมียน้อยข้าราชการยศใหญ่ ก็เป็นเมียเก็บของนักธุรกิจรุ่นแก่วัยคราวพ่อ ซึ่งแต่ละคนที่เธอเคยได้ยินเรื่องเล่ามา ไม่มีใครรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาดูดีแบบอัคนีเลยสักคน
ทว่าถึงอย่างนั้นก็เถอะ... จะให้เธอเอาเนื้อเอาตัวเข้าแลกเพียงเพื่อเกรดเอวิชาเดียวเนี่ยนะ?
“เอ่อ... คือว่า...”
สมองอันตื้อตันพยายามเค้นหาถ้อยคำมาโต้แย้ง แต่กลับไม่สามารถจับต้นชนปลายมาเรียงเป็นประโยคได้เลย บ้านของเธอฐานะค่อนข้างขัดสน ซ้ำตัวเธอเองยังอยู่ในฐานะเด็กนักเรียนทุน การมีใบปริญญาพ่วงเกียรตินิยมติดมือไปตอนเรียนจบ ย่อมเป็นใบเบิกทางชั้นยอดสำหรับคนที่มีต้นทุนชีวิตน้อยแบบเธอแน่นอน มันเป็นสิ่งเดียวที่จะเปลี่ยนอนาคตอันยาวไกลของเธอได้
“ลังเล?”
อัคนีเอ่ยถามย้ำเสียงทุ้มต่ำเมื่อเห็นท่าทีนิ่งงันไปของลูกศิษย์สาว ทว่าสำหรับเสือร้ายอย่างเขา แค่เธอแสดงความลังเลออกมาก็ถือว่าเข้าทางอย่างที่สุด อย่างน้อยก็ไม่ได้ปฏิเสธเขาทันควันดื้อ ๆ เห็นทีเด็กคนนี้คงจะต้องการเกียรตินิยมมากจริง ๆ ถึงได้ยอมชั่งน้ำหนักเรื่องศักดิ์ศรีในใจ
“เก็บกลับไปคิดดูก่อนก็แล้วกัน... ถ้าตัดสินใจได้แล้ว พรุ่งนี้ตอนเที่ยงมาหาผมที่ห้องทำงาน”
