บทที่ 2 Chapter 1 โลกกลมบัดซบ

Chapter 1

โลกกลมบัดซบ

“พี่ไฟ ครับ นี่แฟนพฤกษ์เอง ชื่อนานะ เห็นวันก่อนพี่กับคุณพ่อคุณแม่บอกว่าอยากเจอไงครับ”

‘พฤกษ์’ ชายหนุ่มเจ้าของส่วนสูงร้อยแปดสิบแปดเซนติเมตรเอ่ยแนะนำคนรักด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ ใบหน้าหล่อเหลาอบอวลไปด้วยรอยยิ้มเก๋ไก๋ที่แผ่ออร่าความอบอุ่นออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ 

ด้วยช่วงไหล่ที่กว้างและรูปร่างล่ำสันสมส่วน จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยที่เขาจะเคยครองตำแหน่งนักกีฬาตัวเต็งของมหาวิทยาลัย แม้บัดนี้จะสำเร็จการศึกษามาแล้วก็ตาม ตลอดยี่สิบสี่ปีที่ผ่านมา สุภาพบุรุษผู้อ่อนโยนไม่เคยเปิดใจให้ความรักเลยสักครั้ง จนกระทั่งโชคชะตานำพาให้มาพบกับเธอ หลังจากที่ได้ร่วมงานและใกล้ชิดกันบ่อยครั้งในฐานะเพื่อนร่วมงาน ความรู้สึกดี ๆ ก็เริ่มก่อตัว จนในเวลานี้อาจกล่าวได้ว่าชายหนุ่มกำลังติดบ่วงคลั่งรักแฟนสาวอย่างเต็มขั้น

ร่างสูงใหญ่เอ่ยแนะนำหญิงสาวข้างกายให้แก่พี่ชายร่วมสายเลือดที่กำลังนั่งจิบกาแฟอย่างสุนทรีย์อยู่บริเวณโถงกลางบ้านได้รู้จัก

ฝ่ายผู้เป็นพี่ชายค่อย ๆ ละสายตาจากถ้วยกาแฟใบหรู ใบหน้าคมคายหันมาทอดสายตาเย็นเฉียบเหลือบมองร่างบอบบางตรงหน้า ก่อนที่ริมฝีปากหยักลึกจะยกยิ้มขึ้นราวกับเอ็นดู ทว่าดวงตาคมคู่นั้นกลับไม่ได้ฉายแววตามความหมายของรอยยิ้มเลยแม้แต่น้อย

“อึก... หนู... หนูชื่อณารินทร์ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”

ด้วยอารมณ์เปี่ยมสุขที่ได้เปิดตัวคนรักต่อหน้าครอบครัว ทำให้คนน้องไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่า หญิงสาวใบหน้าหวานละมุนข้างกายกำลังแสดงสีหน้าและท่าทีลำบากใจออกมาอย่างเด่นชัด แต่เพราะไม่อยากให้ใครจับพิรุธได้ ร่างน้อยจึงพยายามบังคับสีหน้าและน้ำเสียงของตนให้ราบเรียบเป็นธรรมชาติที่สุด เธอไหว้ผู้เป็นพี่ชายของแฟนราวกับเป็นเรื่องปกติสามัญ แม้ว่าในเวลานี้ ดวงตาคู่กลมโตสีน้ำตาลจะฉายแววอึดอัดและระแวดระวังอย่างถึงที่สุดก็ตาม

‘ณารินทร์’ หรือ ‘นานะ’ เจ้าของดวงตากลมโตคู่สวยล้อมกรอบด้วยแพขนตางอน ใบหน้าหวานหยดรับกันอย่างลงตัวกับผิวพรรณขาวเนียนละเอียดราวกับปุยนุ่น แม้เรือนร่างนี้จะมีส่วนสูงเพียงหนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตร ทว่าทรวดทรงองค์เอวของเธอกลับยั่วยวนสวนทางกับส่วนสูงนัก โดยเฉพาะหน้าอกหน้าใจไซส์คัพดีอันอวบอิ่ม สมดีกรีอดีตดาวมหาวิทยาลัยที่เพิ่งเรียนจบหมาด ๆ 

ที่จริงแล้วเธอกับแฟนหนุ่มเพิ่งจะตกลงปลงใจคบหาดูใจกันได้ไม่นานนัก เนื่องจากมีโอกาสได้ทำความรู้จักและสนิทสนมกันในช่วงฝึกงานปีสุดท้าย และนี่ก็ถือเป็นครั้งแรกที่คนรักพาก้าวเข้าสู่รั้วบ้านเพื่อทำความรู้จักกับครอบครัวอย่างเป็นทางการ

แต่โชคชะตาช่างเล่นตลกเหลือเกิน

ณารินทร์อยากจะมุดแผ่นดินหนีไปให้พ้นจากสถานการณ์นี้ให้รู้แล้วรู้รอด และหากจะถามถึงเหตุผลที่ทำให้เธออยากจะกัดลิ้นตายเสียตรงนี้ ก็คงหนีไม่พ้นประโยคถัดมาที่หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มตรงหน้า

“ชื่อณารินทร์งั้นเหรอ? ...หน้าคุ้นจังนะครับ”

ชายหนุ่มในชุดสูทเนื้อดีราคาแพงระยับหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูงหลังจากสิ้นประโยค นัยน์ตาคมกริบดุจเหยี่ยวยังคงจับจ้องไปยังร่างบอบบางอย่างไม่ลดละ ก่อนจะส่งยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ การคุกคามทางสายตานั้นส่งผลให้คนถูกมองเผลอเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว

‘อัคนี’ หรือ ‘พี่ไฟ’ นอกเหนือจากฐานะทายาทคนโตของตระกูลแล้ว เขายังมีดีกรีเป็นถึงอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มรูปงามผู้มีเรือนร่างสูงใหญ่กำยำไม่ต่างไปจากผู้เป็นน้องชาย ทว่ารูปลักษณ์ของคนพี่กลับดูสุขุมลุ่มลึกและมีระเบียบวินัยมากกว่าด้วยหน้าที่การงานที่ค้ำคอ 

ใบหน้าหล่อเหลาและดวงตาเรียวคมสะท้อนถึงความฉลาดแกมโกง เสน่ห์อันเหลือล้นของเขามักมาจากรอยยิ้มที่ดูเป็นผู้ใหญ่ผ่านโลกมามาก ท่าทีที่เปี่ยมล้นด้วยความมั่นใจ ตลอดจนรสนิยมการแต่งกายที่เน้นความเนี๊ยบไร้ที่ติ ชายหนุ่มสามารถก้าวเข้ามารับตำแหน่งอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาแห่งนี้ได้ทันทีที่คว้าปริญญาโทมาครอง และเพียงระยะเวลาไม่นานหลังจากเริ่มจับชอล์กสอน อัคนีก็กลายเป็นบุคคลที่ฮอตเหลือเกินในหมู่นักศึกษาเพศตรงข้าม

“อาจจะเคยเดินสวนกันมั้ยครับ ก็พี่ไฟสอนอยู่ที่เดียวกับที่นานะเรียนจบมาไม่ใช่รึไง”

ผู้เป็นน้องชายเอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยท่าทีผ่อนคลาย โดยที่หารู้ไม่ว่าดวงตาคมกริบของพี่ชายที่กำลังทอดมองณารินทร์ในเวลานี้ มันช่างดูดุดันเหมือนกำลังคาดโทษและเต็มไปด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างปิดไม่มิด ซึ่งตัวณารินทร์เองก็กำลังสั่นด้วยความหวาดหวั่นต่อสายตาคู่นั้นอยู่เช่นกัน

“ก็ว่าอยู่... 'อาจจะเคย' เดินสวนกันในมหาวิทยาลัยสินะ”

คนพี่จงใจเอ่ยย้ำคำว่า ‘อาจจะเคย’ ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ทำเอาคนฟังอย่างณารินทร์ถึงกับแอบสะดุ้งสุดตัวด้วยความผวา ยิ่งเห็นอาการตื่นตระหนกของเธอ อัคนีก็ยิ่งนึกสนุกและพึงพอใจในผลลัพธ์

“อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันสิครับวันนี้ เดี๋ยวคุณพ่อกับคุณแม่ก็คงกลับมากันแล้ว”

อาจารย์หนุ่มยังคงไม่หยุดไล่ต้อนเหยื่อตัวน้อย ท่าทางและคำพูดเชิญชวนของเขาในสายตาของคนอื่นอาจจะดูเป็นเจ้าบ้านที่ดีและปกติธรรมดา 

ทว่าสำหรับณารินทร์แล้ว ทุกถ้อยคำกลับซ่อนรังสีคุกคามเอาไว้อย่างสาหัส

“งั้นอยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันนะครับนานะ” พฤกษ์หันมาอ้อนวอนคนรัก

“กะ...ก็ได้ค่ะ”

แม้ในใจจะร่ำร้องอยากปฏิเสธและวิ่งหนีออกไปจากคฤหาสน์หลังนี้แค่ไหน แต่สายตาของแฟนหนุ่มที่ฉายแววคาดหวังกับคำตอบแบบนั้น ก็ทำให้หญิงสาวปฏิเสธไม่ลงจริง ๆ มือบางยกขึ้นจับแขนตัวเองลูบไปมาเบา ๆ เพื่อหวังบรรเทาความขัดเขินและซ่อนเร้นความประหม่า

“อะไรกัน ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นหรอกครับ... เดี๋ยวพี่ขอตัวออกไปสูบบุหรี่ข้างนอก เชิญทั้งคู่ตามสบายเลยนะ”

เสียงทุ้มต่ำของอัคนีเอ่ยขึ้นคลายความกดดัน ก่อนที่ร่างสูงสง่าในชุดสูทจะขอตัวปลีกแยกออกไปสูดอากาศด้านนอก ปล่อยให้คนน้องได้ใช้เวลาสวีตหวานกับแฟนสาวตามลำพังในห้องรับแขกต่อไป

เมื่อลับตาพี่ชาย มือหนาของพฤกษ์ก็โอบหมับเข้าที่ลาดไหล่มน ดึงรั้งร่างนุ่มนิ่มให้เข้ามาอิงแอบแนบชิดซบลงกับแผงอกกว้างบนโซฟาหรูอย่างแสนหวงแหน ใบหน้าสวยหวานช้อนขึ้นมองสบตาแฟนหนุ่มด้วยแววตาออดอ้อนราวกับลูกกวางตัวน้อย ๆ ท่าทางแสนละมุนที่ไม่ได้จงใจยั่วยวนของคนใต้ร่าง กลับจุดประกายความต้องการของพฤกษ์ให้ลุกโชน จนเกิดความรู้สึกอยากจับร่างบางกดลงกับโซฟาเสียให้รู้แล้วรู้รอดตรงนั้น 

แต่ติดตรงที่ว่า...

“เดี๋ยวเค้าไปปากซอยแป๊บนะครับ... จะไปซื้อของ”

เสียงแหบพร่าที่กระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างกกหู ทำเอาณารินทร์หน้าร้อนผ่าวและเข้าใจในทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังต้องการสิ่งใด ใบหน้าหวานแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อหลบสายตา ท้ายที่สุดทำได้เพียงพยักหน้ารับน้อย ๆ เชิงอนุญาตเท่านั้น

“อ้าวพฤกษ์ จะรีบร้อนไปไหน”

ชายหนุ่มที่กำลังยืนพิงระเบียงสูบบุหรี่ นัยน์ตาทอดมองเหม่อลอยไปไกลราวกับกำลังใช้ความคิด เอ่ยถามคนน้องทันทีที่เห็นท่าทางลุกลี้ลุกลนเดินแกมวิ่งออกมาจากตัวบ้าน

“ปากซอยครับพี่... ถุงหมด”

คำตอบซื่อ ๆ ที่ไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนของคนน้อง ทำเอาคนพี่ที่ยืนคาบบุหรี่อยู่ถึงกับผุดรอยยิ้มมุมปากขึ้นมาทันทีอย่างเจ้าเล่ห์ ยามเมื่อเสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์เคลื่อนตัวห่างออกไป ชายหนุ่มในชุดสูทเนื้อดีก็จัดการดับมวนบุหรี่ที่เพิ่งสูบไปได้เพียงครั้งเดียวทิ้งลงอย่างไม่ใยดี แล้วรีบสาวเท้าก้าวกลับเข้าบ้านด้วยความเร่งรีบ

ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองหา ‘ตัวต้นตอ’ ที่เป็นแผลฝังลึกและทำให้เขาต้องทนทุกข์ทรมานกับการตามหามาเกือบปี ก่อนจะเอ่ยปากส่งเสียงทุ้มต่ำข่มขวัญ ออกไปทันทีเมื่อเห็นร่างบอบบางกำลังนั่งตัวลีบอยู่ตรงโซฟาหรู

“เฮ้อ... น่าสงสารจังเลยนะ หนีพี่ไปตั้งนาน แต่กลับต้องมาเจอกันในฐานะแฟนของน้องชายตัวเองงั้นหรือครับเนี่ย... นานะ”

ในเมื่อเวลานี้ไม่มีบุคคลที่สามอยู่แล้ว อัคนีจึงไม่จำเป็นต้องสงวนท่าทีสุภาพบุรุษจอมปลอมอีกต่อไป เป็นเพราะเด็กดื้อคนนี้กล้าดีอย่างไรถึงหนีหายไปจากชีวิตเขาอย่างไร้ร่องรอย โดยที่เขาไม่เคยรู้สาเหตุด้วยซ้ำว่าตนเองทำสิ่งใดผิด 

แล้วจู่ ๆ โชคชะตาก็ตลบหลัง ส่งเธอมาปรากฏตัวในฐานะคนรักของน้องชายร่วมสายเลือด ทำเอาคนในฐานะพี่ชายและอดีตคนรักทั้งรู้สึกหงุดหงิด และกระหายอยากรู้ความจริงใจจะขาด เพราะตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา ทั้งเรื่องราว ทั้งเรือนร่างของเด็กคนนี้... ยังคงเวียนวนหลอนหลอกอยู่ในหัวของเขา ไม่เคยเลือนหายไปเลยแม้แต่วินาทีเดียว!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป