บทที่ 3 Chapter 2 ไฟมันอันตราย

Chapter 2

ไฟมันอันตราย

“อึก...”

คนอายุน้อยกว่าถึงกับหน้าถอดสี ริมฝีปากบางระเรื่อขยับอ้าหมายจะประท้วง ทว่ายังไม่ทันได้เปล่งเสียงใด ๆ ออกมา เรียวแขนก็ถูกอุ้งมือหนากระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนร่างน้อยปลิวเข้าไปปะทะแผงอกกว้าง

“พี่ไฟ... จะทำอะไรคะ?”

ณารินทร์เอ่ยถามด้วยความตื่นตระหนก ยิ่งได้ยินเสียงหวาน ๆ ยามเรียกขานชื่อของตน อัคนียิ่งรู้สึกวาบหวามปนเปไปกับความเจ็บปวดในอกอย่างบอกไม่ถูก ร่างใหญ่ขยับเข้าโอบรัดเอวคอดกิ่วเอาไว้แน่น ก่อนจะก้มลงกระซิบชิดใบหูจนคนในอ้อมแขนขนลุกซู่ไปทั้งร่าง

“ทบทวนความหลังไงครับ... พี่คิดถึงนานะจะแย่แล้ว รู้ตัวบ้างไหม”

เสียงที่เปล่งออกมานั้น ทรมานและเปี่ยมไปด้วยเยื่อใยอันลึกซึ้ง ทว่ามันกลับส่งผลให้ณารินทร์ยิ่งหน้าซีดเผือดลงไปอีกเท่าตัว เธอไม่เคยคาดคิดเลยจริง ๆ ว่าพฤกษ์จะเป็นน้องชายร่วมสายเลือดของอัคนี และที่ร้ายไปกว่านั้นคือเธอรู้ดีถึงเนื้อแท้ของชายตรงหน้า นัยน์ตาคมกริบของเขาในยามนี้ไม่มีแววล้อเล่นซ่อนอยู่เลยแม้แต่น้อย

“พี่ไฟ... ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ นาเป็นแฟนของน้องชายพี่นะ”

หญิงสาวละล่ำละลักร้องห้าม แต่อีกฝ่ายกลับไม่ฟังเสียง มารร้ายในคราบอาจารย์หนุ่มจัดการปลดสายเสื้อเดี่ยวตัวจิ๋วให้เลื่อนหลุดจากลาดไหล่เนียนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะสอดมืออุ่นจัดเข้าไปบีบขยำทรวงอกอวบอิ่มขาวผ่องภายใต้บราเซียอย่างเอาแต่ใจ

“รู้แล้วน่า... ไม่เห็นต้องย้ำ ว่าแต่น้องชายของพี่มันรู้มั้ยครับ ว่านานะเคยเป็นของพี่มาก่อน... หืม?”

รู้ตัวอีกที ทรวงอกคัพดีก็รู้สึกวูบวาบเพราะถูกดันให้ทะลักล้นออกมาจากบราเซียชิ้นน้อย ฉับพลันริมฝีปากหนาก็ตลบลงขบเม้มยอดอกชูชันสีหวานโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ทันตั้งตัว

“อาจารย์คะ... ไม่เอา... นี่มันกลางบ้านนะ อื้อ...”

เรียวลิ้นร้อนระอุรุกรานเล่นงานยอดปทุมถันอย่างช่ำชองจนคนตัวเล็กครางเครือประท้วงไม่เป็นคำ ความเสียวสะท้านแล่นริ้วจู่โจมจนเรียวขาคู่สวยเริ่มสั่นเทา รสสัมผัสระคนหยาดน้ำลายชื้นแฉะกำลังมอมเมาสติสัมปชัญญะของเธอให้เตลิดเปิดเปิง

“ปากบอกไม่เอา แต่ร่างกายนามันฟ้องว่าต้องการพี่... พี่รู้ทุกจุดที่จะจุดไฟในตัวเธอ ดูซิว่าระหว่างคนแรกกับคนปัจจุบัน... ใครจะสนองเธอได้ถึงใจกว่ากัน”

“ไม่เอานะคะ... เดี๋ยวพฤกษ์ก็กลับมาแล้วนะคะ พี่ไฟ... อื้อ...”

อัคนีจัดการจับร่างบางพลิกหันหลังกะทันหันจนโงนเงนแทบทรงตัวไม่อยู่ ณารินทร์ต้องใช้ฝ่ามือยึดเบาะโซฟาเอาไว้เพื่อประคองกาย ท่วงท่าอันล่อแหลมนี้ยิ่งเปิดทางสะดวกให้คนตัวโตเข้าถึงตัวเธอได้ง่ายขึ้น

พี่ชายแฟนทาบตัวลงกับแผ่นหลังบาง ก่อนจะลากปลายลิ้นเลียโลมใบหูอย่างอ้อยอิ่ง บีบบังคับให้ณารินทร์ต้องเอียงคอหนี สิ่งที่อัคนีพูดไว้ก่อนหน้าไม่ใช่เรื่องโกหก ชายผู้นี้รู้กระทั่งจุดอ่อนไหวที่สุดในร่างกายของเธอ และนั่นส่งผลให้ซาตานในชุดสูทกลายเป็นผู้ควบคุมเกมครั้งนี้อย่างเบ็ดเสร็จ

“อ๊ะ... พี่ไฟ อย่าค่ะ มันจะเป็นรอย...” เธอร้องประท้วงเมื่อรับรู้ได้ว่าแรงขบเม้มที่ซอกคอนั้นรุนแรงเกินไปจนอาจจะฝากรอยประทับสีกุหลาบเอาไว้ให้คนน้องจับได้

ทว่าเสียงร้องห้ามแผ่วเบากลับยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบของชายหนุ่มให้ตื่นตัว ฝ่ามือร้ายกาจเอื้อมมาบดบี้หยอกเย้ายอดอกจนขึ้นไตแข็งขืน ในขณะที่มืออีกข้างก็เชยคางมนของณารินทร์ให้เอี้ยวกลับมารับจูบอันดุดันและป่าเถื่อน ก้อนเนื้อในอกซ้ายของหญิงสาวเต้นระรัวยามได้สบสายตาที่อัดแน่นไปด้วยความปรารถนาอันมากล้นของอัคนี

“ดูให้ชัด ๆ ... ดูหน้าของผู้ชายที่เธอทิ้งเขาไปเป็นปีน่ะนานะ... ดูซะ!”

ช่างน่าอายเหลือเกิน ทว่ามันคือความจริง เพราะอัคนีกำลังปลุกปั่นอารมณ์ใคร่ของเธออย่างหนักหน่วง เพียงแค่ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารด กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ตลอดจนรสเซ็กซ์ที่ถึงพริกถึงขิงอันเป็นเอกลักษณ์ของชายผู้นี้ กำลังแล่นย้อนกลับมาโจมตีความทรงจำอันวาบหวามของณารินทร์อีกครั้ง... ความทรงจำส่วนลึกที่ร่ำร้องบอกว่าเธอเองก็คิดถึงและต้องการอาจารย์หนุ่มคนนี้มากมายเพียงใด

“พี่ไฟ... อึก... ฮึก...”

“จำได้ใช่ไหมเด็กดี... รสชาติของอาจารย์น่ะ พี่รู้นะ... ว่านานะกำลังตื่นตัวเพราะพี่”

ชายหนุ่มกระซิบถามเสียงกระเส่าพร่า จุดอ่อนทุกตารางนิ้วบนเรือนร่างของณารินทร์ถูกรวบตึงไว้ในกำมือของเขาเรียบร้อยแล้วในเวลานี้

“มะ... ไม่นะคะ... หยุดทำแบบนี้เถอะค่ะ...”

มือหนาล้วงลึกเข้าไปใต้กระโปรงสีสด พยายามควานผ่านแพนตี้ตัวจิ๋วเข้าหาความฉ่ำเยิ้มกลางกายสาว ในขณะที่มือน้อย ๆ ของนานะทำได้เพียงพยายามผลักไสสุดกำลัง ทว่าก็ไม่สามารถต้านทานแรงอารมณ์และพละกำลังที่เหนือกว่าได้เลยสักนิด

“เด็กนิสัยไม่ดี... เธอกำลังแฉะเชียว... เธอมันร่านไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ”

“ไม่ใช่นะคะ... หนูไม่ได้ต้องการคุณเลย แฟนหนูคือน้องชายของคุณนะ... หนูรักเขา!”

“งั้นเหรอ? คิดว่าพูดแบบนี้แล้วพี่จะยอมปล่อยเธอไปง่าย ๆ งั้นหรือนานะ... ทำเหมือนกับไม่รู้จักนิสัยของพี่เลยนะ”

อัคนีแค่นยิ้มร้ายกาจ ชายหนุ่มละมือหนาข้างหนึ่งลงไปจัดการปลดเข็มขัดหนังราคาแพงระยับออกจากเอวสอบอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ท่อนแขนแกร่งอีกข้างยังคงโอบรัดเอวคอดของหญิงสาวเอาไว้แน่นหนา ซึ่งแน่นอนว่าพละกำลังอันมหาศาลของเขามันมากพอที่จะสยบเรือนร่างนุ่มนิ่มนี้ได้อย่างราบคาบ สันจมูกโด่งคมก้มลงซุกไซ้สูดดมกลิ่นกายสาวอันหอมละมุนที่แสนคิดถึง พร้อมกับกดจูบพรมเน้นย้ำไปทั่วแผ่นหลังเนียนละเอียดอย่างหิวกระหาย

ณารินทร์เริ่มเห็นท่าไม่ดีและล่วงรู้ได้ทันทีว่าอดีตคนรักกำลังจะดำเนินบทเพลงสวาทขั้นต่อไป ทว่าแรงน้อยนิดของเธอหรือจะสามารถดิ้นรนให้หลุดพ้นจากกรงเล็บของพยัคฆ์ร้ายตัวนี้ได้

และอย่าว่าแต่เรื่องวิ่งหนีเลย... เพราะในเวลานี้ ร่างกายเจ้ากรรมกลับสั่นระริก ตอบสนองต่อรสสัมผัสอย่างทรยศต่อความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในสมอง ยิ่งเมื่อบั้นท้ายกลมกลึงรับรู้ได้ถึงความแข็งขืนที่กำลังดุนดันบดเบียดอยู่ตรงสะโพกมน แม้จะมีเนื้อผ้าขวางกั้นอยู่ ทว่าขนาดของมันกลับส่งผลให้จุดกึ่งกลางความเป็นสาวสั่นตุบ ๆ ราวกับกำลังร่ำร้องต้องการสิ่งนั้นเข้ามาเติมเต็มยังไงอย่างนั้น

“อ้าขาออกหน่อยสิครับ...” อาจารย์หนุ่มกระซิบสั่งเสียงพร่า

“ไม่ค่ะ!... พี่ไฟ หยุดทำแบบนี้นะคะ!”

“ถ้าไม่รีบ... เดี๋ยวไอ้พฤกษ์มันกลับมาเห็นเข้าจะแย่นะ จะเอายังไง หืม?”

“ทำไมพี่ถึงเป็นคนนิสัยแบบนี้ไม่เคยเปลี่ยนเลยคะ หัดใจเย็นและฟังคนอื่นแบบน้องพี่บ้างเถอะ”

ณารินทร์ตวัดเสียงถามกลับไปด้วยความอัดอั้นเหลืออด ดวงตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความโมโห ก็จะไม่ให้เธอหงุดหงิดได้อย่างไรในเมื่อผู้ชายคนนี้นิสัยตรงกันข้ามกับน้องชายของเขาโดยสิ้นเชิง ร้ายกาจจนแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกเขาจะเป็นพี่น้องที่คลานตามกันมา

“อย่าเอาฉันไปเปรียบกับมัน!”

อัคนีตะเบ็งเสียงลั่นโถงบ้านด้วยความเดือดดาล โทสะและความหงุดหงิดแล่นริ้วขึ้นมาจุกอกอย่างห้ามไม่อยู่ หนีเขาไปมีผัวใหม่ไม่พอยังจะกล้ามาพูดจาประชดประชันว่ามันดีกว่าเขาต่อหน้าต่อตาแบบนี้ มันหยามหน้าศักดิ์ศรีของเขาชัด ๆ ชายหนุ่มแสยะยิ้มร้ายก้มลงกระซิบชิดใบหูด้วยประโยคต้อนเหยื่อให้จนมุม

“ว่าแต่ถ้าผัวใหม่เธอมันดีนักดีหนา ทำไมเวลาเอากับมันเธอยังต้องใส่ถุงป้องกันอีกล่ะ ตอนเอากับพี่เธอให้ตอกสดตลอด”

“พี่ไฟ!!!”

คำพูดจาจาบจ้วงแสนดิบเถื่อนที่หลุดออกมาจากปากอาจารย์หนุ่มทำเอาณารินทร์หน้าถอดสี ร่างบางกรีดร้องเรียกชื่ออดีตคนรักเสียงดังลั่นด้วยความทั้งโกรธทั้งอายจนเนื้อตัวสั่นเทาไปหมด

“อะไรกัน... เธอโมโหที่พี่พูดความจริงอย่างนั้นเหรอ หรือไม่ใช่เป็นเธอ ที่อ้อนขอให้พี่แตกในใส่ทุกครั้ง”

อัคนียังคงไม่หยุดพ่นถ้อยคำร้ายกาจออกมาอย่างไม่นึกสะท้าน ทว่าสิ่งที่น่าโมโหและชวนให้เจ็บใจยิ่งกว่าสำหรับณารินทร์ คือทุกสิ่งทุกอย่างที่หลุดออกมาจากปากของเขานั้น... ไม่มีคำไหนเลยที่เป็นเรื่องแต่งเติม แต่มันคือความจริงทั้งหมดในอดีตที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้

“อึก...”

ร่างบางได้แต่กลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างอับจนถ้อยคำ

พรึ่บ!

รู้ตัวอีกที บั้นท้ายกลมกลึงก็สัมผัสได้ถึงกระแสลมเย็นวาบที่โชยมาปะทะผิวพรรณอย่างกะทันหัน เมื่อกระโปรงเนื้อบางสีหวานถูกม้วนตลบขึ้นไปกองรวมกันอยู่ที่เอวคอด

“พี่ไฟ... อ๊ะ!”

กางเกงชั้นในตัวน้อยถูกนิ้วเรียวยาวเกี่ยวรั้งให้เลื่อนหลุดลงไปกองที่ต้นขาแทบจะในเวลาเดียวกัน ก่อนที่อุ้งมือหนาซึ่งเคยโอบรัดเอวกิ่วเอาไว้จะเลื่อนต่ำลงมา ควานเล่นกับความชื้นแฉะฉ่ำเยิ้มใจกลางความอ่อนไหวที่กำลังหลั่งน้ำหวานออกมาราวกับรอคอยสัมผัสจากเขา

“พะ... พี่ไฟ อย่านะคะ...” หญิงสาวครางประท้วงแผ่วเบา ร่างกายสั่นสะท้านจนแทบยืนไม่อยู่

“ยังไร้ขนเหมือนเดิม เธอนี่มันดูแลตัวเองดีจริง ๆ เลยนะนานะ ไม่แปลกใจเลยที่ไอ้พฤกษ์มันจะคลั่งเธอขนาดนี้”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป