บทที่ 4 Chapter 3 ผู้ชายแสนดี

Chapter 3

ผู้ชายแสนดี

“ยังไร้ขนเหมือนเดิม เธอนี่มันดูแลตัวเองดีจริง ๆ เลยนะนานะ ไม่แปลกใจเลยที่ไอ้พฤกษ์มันจะคลั่งเธอขนาดนี้”

อาจารย์หนุ่มพึมพำเสียงพร่าหวามชิดแผ่นหลัง ในสมองพลันนึกย้อนไปถึงช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ชายหนุ่มผู้เป็นน้องชายมักจะเอ่ยถึงแฟนสาวด้วยน้ำเสียงเปี่ยมสุขอยู่บ่อยครั้ง ฟังจากคำพูดคำจาในตอนนั้นก็ดูเหมือนคนคลั่งรักแฟนตามประสาคนอินเลิฟทั่วไป ตัวเขาเองในเวลานั้นก็ไม่ได้คิดจะใส่ใจหรือซักไซ้อะไรนัก เห็นน้องชายมีความรักและเจอคนแสนดีก็ทำเพียงแค่แสดงความยินดีไปตามมารยาท... ทว่าใครจะไปคาดคิดล่ะว่า ‘ยัยตัวดี’ ที่ทำชีวิตเขาพังและหายหน้าไปเป็นปี จะกลายมาเป็นคนรักของน้องชายตัวเองเสียได้!

“แถมยังหวานเหมือนเดิมด้วย...”

ขาดคำ ชายหนุ่มก็ส่งก้านนิ้วยาวที่ชุ่มโชกไปด้วยหยาดน้ำหวานจากกายเธอเข้าปากหน้าตาเฉย

ณารินทร์มองตามพฤติกรรมนั้นด้วยสายตาสุดจะทึ่ง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้ชายคนนี้ทำเรื่องน่าอายแบบนี้ แต่นี่คือครั้งแรกในรอบปีที่เธอกับเขาได้ใกล้ชิดกัน ชายหนุ่มตรงหน้าไม่นึกรังเกียจเธอเลยสักนิดเลยหรือ? ทั้ง ๆ ที่ในเวลานี้ฐานะของเธอคือคนรักของน้องชายร่วมสายเลือดของเขาเนี่ยนะ?

และที่น่าเจ็บใจไปกว่านั้นคือ คำชมประโลมโลกพร้อมกับใบหน้าหล่อเหลาที่ซ่อนความปรารถนาอันแรงกล้าไว้ไม่มิด มีอิทธิพลต่อจิตใจและความรู้สึกลึก ๆ ของเธอเสียจนร่างกายทรยศนี้ ไม่ยอมหยุดหลั่งความฉ่ำแฉะออกมาสักที

บรึ้น...

แต่ในความโชคร้ายก็ยังราวกับมีโชคช่วย เมื่อจู่ ๆ เสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์คันหนึ่งก็ดังแว่วขึ้นมาขัดจังหวะวิกฤตได้ทันท่วงที

อัคนีแสดงอาการลังเลใจอย่างเห็นได้ชัดจนต้องชะงักมือไปครู่หนึ่ง เพราะเสียงที่ดังเข้ามานั้น ชายหนุ่มไม่แน่ใจว่าเป็นรถของน้องชาย หรือเป็นรถของผู้เป็นบุพการีกันแน่ ใจหนึ่งคิดว่าถ้าหากเป็นรถของพฤกษ์ เขาอาจจะหน้าด้านหน้าทนไม่ยอมหยุดมือลงง่าย ๆ ทว่าหากเป็นรถของคุณพ่อคุณแม่ขึ้นมา ชายหนุ่มก็ไม่อยากต้องมานั่งตอบคำถามเซ้าซี้ชวนรำคาญใจให้วุ่นวาย

และในจังหวะที่ร่างสูงใหญ่กำลังชะงักงันอยู่นั้น ณารินทร์ก็ไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอย หญิงสาวอาศัยช่วงเวลาเพียงเสี้ยววินาทีรีบดึงแพนตี้ตัวจิ๋วขึ้นมาสวมใส่เข้าที่เดิมอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถลกกระโปรงเนื้อบางลงปิดบังเนื้อหนังมังสาอันล่อแหลม ร่างบางรีบถอยตัวกรูดพาตัวเองออกห่างจากระยะประชิด แล้วสาวเท้าเดินลิ่วตรงไปยังบริเวณหน้าประตูบ้านทันที

เพราะหากเธอยังขืนรีรออยู่ตรงโซฟา อดีตคนรักคนนี้อาจจะตามมาคุกคามลากเธอกลับเข้าสู่บทเพลงสวาทได้อีกครั้ง แต่ถ้าหากพาตัวเองมายืนอยู่ตรงหน้าประตูบ้านเช่นนี้ อีกไม่กี่อึดใจ เจ้าของรถที่เพิ่งขับเข้ามาในเขตรั้วก็คงจะเดินเข้ามาถึง และคนคนนั้น... คงจะช่วยดึงเธอให้หลุดพ้นจากเหตุการณ์บ้า ๆ นี้ได้เสียที!

“เอ้าบี๋ ทำไมมายืนอยู่ตรงนี้ครับ”

พฤกษ์ที่เพิ่งกลับมาจากซื้อของเอ่ยทักขึ้นด้วยความแปลกใจ เมื่อเห็นแฟนสาวของตนยืนปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ตรงประตูบ้านอย่างผิดปกติ ชายหนุ่มปรายสายตามองเลยเข้าไปด้านใน เห็นพี่ชายร่วมสายเลือดกำลังเดินอยู่กลางบ้านด้วยสภาพเสื้อผ้ายับเยินนิดหน่อย ทว่าคนเป็นน้องกลับไม่ได้เฉลียวใจหรือสนใจจะสังเกตรายละเอียดอันยิบย่อยเหล่านั้นเลยสักนิด

“เอ่อ คือ... พอดีว่านามารอที่รักไงคะ”

เธอตอบตะกุกตะกัก เสียงหวานสั่นเครือจนแทบควบคุมไม่อยู่ อัคนีหรี่ตามองมายังร่างบางอย่างหงุดหงิดระคนไม่สบอารมณ์ ก่อนที่อาจารย์หนุ่มจะแสร้งปรับน้ำเสียงเอ่ยแทรกขึ้นขัดตาทัพ

“พี่เข้ามาชวนเขาคุยน่ะ เห็นว่าจบจากมหาลัยที่พี่สอนอยู่พอดี ก็เลยคุยกันถูกคอ”

ชายหนุ่มร่างใหญ่โตตอบพลางก้าวเท้าไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟารับแขกตัวหรูด้วยท่าทีกวนโทสะอย่างถึงที่สุด ทว่าในสถานการณ์นี้กลับมีเพียงแค่ณารินทร์คนเดียวเท่านั้นที่รู้เท่าทัน ดวงตาคู่กลมโตสั่นระริกทอดมองไปยังผู้ชายสองคนตรงหน้าด้วยความตื่นกลัว

“เอ้างั้นเหรอครับ ดีจังเลยที่เข้ากันได้ เห็นไหมเค้าบอกบี๋แล้วว่าคนที่บ้านเค้าใจดี บี๋ไม่เห็นต้องกังวลเลยครับ”

คนน้องส่งยิ้มอบอุ่นละมุนละไมให้อย่างแสนดี ก่อนหน้านี้เขาพยายามชวนเธอมาเปิดตัวกับครอบครัวตั้งหลายครั้ง ทว่าหญิงสาวกลับปฏิเสธมาโดยตลอดด้วยเหตุผลที่ว่า กลัวว่าทางบ้านของแฟนหนุ่มจะรับเธอไม่ได้ เพราะพฤกษ์มีดีกรีเป็นถึงทายาทมหาเศรษฐีผู้มั่งคั่ง ต่างจากเธอที่เป็นเพียงเด็กทุนมาจากต่างจังหวัดไร้เส้นสาย

“ค่ะ... นาอาจจะคิดมากไปเองจริงๆ”

ณารินทร์ตอบรับเสียงแผ่ว ใบหน้าหวานฉายแววกังวลใจอย่างเด่นชัด ทว่าก็นั่นแหละ... สุภาพบุรุษผู้ใสซื่อตรงหน้าไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติเหล่านั้นอีกเช่นเคย

“ขึ้นห้องกันมั้ยครับ”

ชายหนุ่มเอ่ยชวนคนรักขึ้นห้องนอนตามประสาแฟนทั่วไป แต่มันช่างไม่ปกติเอาเสียเลยสำหรับหญิงสาวที่เพิ่งถูกพี่ชายแฟนเล่นสนุกกับความรู้สึกและรุกรานเรือนร่างจนฉ่ำแฉะไปเมื่อครู่นี้ ขนาดที่ว่าในเวลานี้ เรียวขาทั้งสองข้างของเธอยังคงสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้ ทว่าณารินทร์กลับไม่สามารถเอ่ยปากปฏิเสธแฟนตัวเองได้เลย สุดท้ายจึงต้องจำยอมเดินตามแรงจูงของพฤกษ์ไปปล่อยให้อีกฝ่ายทำตามใจชอบ เพราะอย่างไรเสีย เขาก็คือคนที่มีสิทธิ์ชอบธรรมในคำว่า ‘แฟน’

“งั้นผมขอตัวขึ้นไปบนห้องก่อนนะครับพี่ไฟ”

แน่นอนว่าคนน้องเอ่ยบอกโดยไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งเลยแม้แต่น้อย หารู้ไม่ว่าถ้อยคำชวนคิดและภาพที่กอดประคองกันขึ้นห้องนั้น มันกำลังทิ่มแทงหัวใจและทำให้คนเป็นพี่ชายเจ็บปวดรวดร้าวขนาดไหน อัคนีทำเพียงพยักหน้ารับแกน ๆ ก่อนจะเบือนสายตาหนีไปทางอื่น ทว่าภายในสมองอันชาญฉลาดกลับไม่เคยหยุดขบคิดถึงแผนการร้ายที่จะเข้าประชิดตัวและครอบครองว่าที่น้องสะใภ้คนนี้เลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว

เวลา 18.30 น.

“เหนื่อยเหรอครับบี๋”

ร่างสูงใหญ่เอ่ยถามคนในอ้อมกอดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่า หลังจากเห็นเธอนอนหอบหายใจรินรดแผงอกหนาเมื่อถูกเขาจัดหนักจัดเต็มไปเป็นรอบที่สาม ฝ่ามือหนาลูบไล้เรือนผมของคนรักอย่างทะนุถนอมภายในอ้อมอกของตัวเอง ก่อนจะก้มลงบรรจงประทับจูบแผ่วเบาตรงหน้าผากนวลงามอย่างรักใคร่

“ค่ะ... ก็ตัวเองคึกขนาดนี้”

“อ้าว ใครใช้ให้บี๋ทำตัวน่ากินตลอดเวลาแบบนั้นล่ะครับ”

“ไม่เอาแล้วค่ะ หยุดเลยนะ”

มือบางรีบยันแผงอกกว้างเอาไว้ทันควันเมื่อรู้แกวว่าอีกฝ่ายกำลังจะโถมกายเข้าใส่เป็นรอบที่สี่ ทำเอาชายหนุ่มถึงกับทำหน้ามุ่ยออกมาอย่างน่าเอ็นดู

“ขอพักก่อนนะคะ ไม่ไหวแล้วจริง ๆ ...”

ให้ตายเถอะ... เธอก็พอจะเข้าใจอยู่หรอกว่าคนวัยหนุ่มแน่นมันแรงเยอะ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเยอะกันขนาดนี้

‘สมัยก่อนอัคนีเองก็เหมือนกัน เขาสามารถจับเธอกดติด ๆ กันได้หลายรอบแบบน้องชายเลย...’

เฮ้ย! แล้วทำไมจู่ ๆ สมองเจ้ากรรมถึงเตลิดไปคิดถึงผู้ชายใจร้ายคนนั้นอีกแล้วล่ะเนี่ย! สติหน่อย นานะ สติ!

“พักผ่อนเถอะครับ” พฤกษ์กระซิบแผ่วเบาพลางกระชับกอด

แม้ในใจจะบอกตัวเองว่าขอพักสายตาเพียงครู่เดียว ทว่ากว่าจะรู้สึกตัวและสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ท้องฟ้าภายนอกก็แปรเปลี่ยนเป็นความมืดมิดช่วงค่ำเสียแล้ว คนตัวเล็กกะพริบตาถี่ ๆ มองไปรอบห้องสี่เหลี่ยมเพื่อประมวลผล จนกระทั่งความทรงจำเริ่มแล่นเข้ามาว่าเธอกำลังนอนอยู่ในห้องนอนของพฤกษ์ ไม่ใช่คอนโดส่วนตัวของตนเอง

ร่างเล็กเบียดกายลุกขึ้นมาจากเตียงนุ่ม พลางสอดส่ายสายตามองหาแฟนหนุ่มด้วยความสงสัยว่าเขาหายไปไหน

“ตื่นแล้วเหรอครับ เย็นแล้ว ลงไปทานข้าวกันมั้ยครับ”

ณารินทร์ถึงกับสะดุ้งตกใจเมื่อก้มลงมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองที่บ่งบอกเวลาเกือบทุ่มตรง

“ไปครับ คุณพ่อคุณแม่... แล้วก็ว่าที่พี่สะใภ้รออยู่ด้วยนะ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มชวนมอง ก่อนจะเดินเข้ามากุมมือแฟนตัวน้อยของเขาให้ก้าวเดินออกมาจากห้องนอน

“พี่สะใภ้?” คนตัวเล็กเอ่ยถามด้วยดวงตาที่วูบไหวไม่ต่างกับก้อนเนื้อในอกซ้ายที่กำลังเต้นระรัวราวกับกลองรบ

“ครับ... คู่หมั้นพี่ไฟไง”

สีหน้าลำบากใจและซีดเผือดปรากฏชัดขึ้นบนใบหน้าหวานละมุนทันที แต่พฤกษ์กลับเข้าใจไปเองว่าคนรักของตนเพียงแค่เกิดความเกรงใจผู้ใหญ่เท่านั้น

“ไม่ต้องเกร็งนะบี๋ แล้วก็ไม่ต้องกังวลอะไรเลย ไปทานข้าวกันครับ เดี๋ยวคืนนี้ค้างที่นี่เลยนะ กลับดึกมันอันตราย”

พฤกษ์ยังคงเอ่ยชวนคนตัวเล็กด้วยความหวังดีและเปี่ยมไปด้วยความห่วงใย โดยหารู้ไม่ว่าคำชวนของตนเองนั้น... กำลังจะทำให้ค่ำคืนนี้กลายเป็นฝันร้ายที่ยากลำบากและบีบคั้นหัวใจสำหรับณารินทร์อย่างที่สุดโดยไม่รู้ตัว!

TBC...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป