บทที่ 5 Chapter 4 ก็แฟนตัวหอม

Chapter 4

ก็แฟนตัวหอม

เมื่อความเกรงใจในความหวังดีของแฟนหนุ่มมีมากเกินกว่าจะหักหาญ ณารินทร์จึงไม่สามารถเอ่ยปากปฏิเสธคนชวนได้เต็มปากนัก ท้ายที่สุดหญิงสาวจึงยอมปล่อยให้คนที่อยู่ในสถานะคนรักจับจูงมือพาเดินเคียงคู่ไปด้วยกันแต่โดยดี เพื่อออกไปพบหน้าค่าตากับผู้เป็นบุพการีของเขา... และรวมถึงคู่หมั้นสาวของพี่ชายคนโตด้วย

กึก...

ริมฝีปากบางน่าสัมผัสของณารินทร์เผลอขบกัดเข้าหากันแน่นอย่างลืมตัว ยามเมื่อนัยน์ตาคู่หวานชวนมองกวาดไปแลเห็นสตรีอีกคนที่กำลังนั่งเคียงข้างติดกับอัคนี ถัดมาจากผู้เป็นบิดาและมารดาของสองพี่น้อง

ทั้งที่ในฐานะน้องสะใภ้ของบ้าน เธอพยายามทำใจเอาไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะต้องลงมาเผชิญหน้ากับภาพตรงหน้า ทว่าในเวลานี้ ก้อนเนื้อดวงน้อยในอกซ้ายมันกลับดื้อดึงไม่ยอมฟังคำสั่งเสียอย่างนั้น ถึงได้แสดงอาการเจ็บแปลบแล่นริ้วออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ และยิ่งช้ำใจหนักเมื่อเห็นอาจารย์อัคนียกยิ้มเจ้าเล่ห์ส่งมาให้ ทั้งยังจงใจเอื้อมแขนไปโอบกอดลาดไหล่ของคนข้างกายประชดประชัน ความรู้สึกร้อนวูบที่ขอบตาก็ตีตื้นขึ้นมาเล่นงานเธอเอาดื้อ ๆ จนต้องลอบสูดหายใจเข้าลึก

“อ้าว มากันแล้วเหรอตาพฤกษ์ มา ๆ พาแฟนมาทานข้าวกันเร็วลูก”

เสียงทักทายของผู้เป็นมารดาเอ่ยขึ้น พร้อมกับปรายสายตามองดูหญิงสาวข้างกายลูกชายคนเล็กด้วยใบหน้าที่ฉายแววความอบอุ่นและเมตตาปรานี ขับให้อดีตดาวมหาวิทยาลัยที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ความเจ็บปวดรู้สึกตัวตื่นจากความคิด

“เอ่อ... สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่”

ณารินทร์พยายามสะกดกลั้นทุกความขัดแย้งและหยาดน้ำตาในใจลงไปให้ลึกที่สุด แล้วจึงส่งยิ้มหวานพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสอง ผู้ซึ่งเปี่ยมไปด้วยความเอ็นดูต่อเธอ แม้จะเป็นการพบเจอกันในครั้งแรก ทว่าพวกท่านกลับไม่แสดงท่าทีรังเกียจเดียดฉันท์ หรือความไม่พอใจในความต่างของฐานะออกมาเลยแม้แต่น้อย

“ไหว้พระเถอะลูก... เจ้าลูกชายของแม่น่ะคลั่งรักแฟนจนไม่ยอมปล่อยให้ลงมาให้พ่อกับแม่เห็นหน้าเลยนะ”

เสียงค่อนขอดปนหยอกเย้าลูกชายคนเล็กดังขึ้นแบบไม่จริงจังนัก ในขณะที่เจ้าตัวคนถูกพาดพิงทำได้เพียงยกมือหนาขึ้นเกาท้ายทอยไปมาด้วยอาการเก้อเขินใบหน้าขึ้นสีเรื่อ ก่อนจะอ้อมแอ้มตอบกลับไปเสียงเบา

“โธ่... ผมไม่ได้ทำแบบที่คุณแม่คิดหรอกครับ พอดีก็แค่กำลังเคลียร์งานกันอยู่บนห้องเท่านั้นเอง”

เสียงหัวเราะร่วนอย่างมีความสุขของผู้เป็นบิดาและมารดาดังประสานกันขึ้นมาทันที เมื่อได้เห็นลูกชายคนเล็กของบ้านออกอาการแบบที่น้อยครั้งนักจะได้พานพบ นี่ถือเป็นครั้งแรกที่พฤกษ์เปิดใจรักใครสักคนอย่างจริงจัง ในคราแรกพวกท่านเองก็พากังกังวลใจกลัวว่าลูกชายคนนี้จะไม่ยอมมีภรรยา สุดท้ายก็คลายกังวลลงได้ แถมยังได้หญิงสาวแสนสวยเพียบพร้อมขนาดนี้มาเป็นคนรัก พอได้เห็นลูกชายทั้งสองฝั่งต่างมีคู่ครองเป็นตัวเป็นตนกันพร้อมหน้าพร้อมตาเช่นนี้ คนเป็นพ่อแม่ก็อดที่จะคิดฝันไปถึงการอุ้มหลานในอนาคตอันใกล้ไม่ได้

“แบบนี้พ่อกับแม่คงจะได้อุ้มหลานกันเร็ว ๆ นี้สินะ”

ในขณะที่บรรยากาศฝั่งลูกชายคนเล็กเต็มไปด้วยความชื่นมื่น ทว่าคู่ของฝั่งลูกชายคนโตกลับทำเพียงนั่งมองภาพความรักความอบอุ่นนั้นอย่างนิ่งเงียบ ด้วยแววตาที่ฉายความรู้สึกต่างกันออกไปตามความคิดของตน ก่อนที่หญิงสาวข้างกายของอัคนีจะเอ่ยปากแทรกขึ้นมาบ้าง ราวกับต้องการจะขัดบรรยากาศความสุขตรงหน้าลงเสียให้ได้

“สวัสดีค่ะ... ชื่อณารินทร์ใช่ไหมคะ เจ้าพฤกษ์... เอ่อ หมายถึงคุณพฤกษ์เขาเคยพูดเรื่องของคุณให้ฟังบ่อย ๆ แบบว่าคลั่งรักจนน่าอิจฉาเลยค่ะ”

หล่อนจีบปากจีบคอขระพูดจาจิกกัดอ้อม ๆ ก่อนจะหันไปส่งยิ้มหวานเคลือบยาพิษให้กับคู่หมั้นหนุ่มข้างกาย 

“จริงไหมคะพี่ไฟ”

“อืม...”

ชายหนุ่มในชุดสูทตอบรับเพียงแค่นั้นในลำคอ ยามเมื่อต้องมาทนเห็นความหวานฉ่ำต่อหน้าต่อตา มันก็พาลทำให้เขาหมดความอยากอาหารไปในตัว ความหงุดหงิดในอกซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าเรียบเฉย

ว่าที่สะใภ้เล็กหย่อนกายลงนั่งยังเก้าอี้ที่แฟนหนุ่มผู้แสนดีเลื่อนให้ด้วยความใส่ใจ พร้อมทั้งไม่ลืมส่งรอยยิ้มหวานซึ้งเป็นการขอบคุณออกไป โดยมีสายตาของว่าที่สะใภ้ใหญ่ที่นั่งรออยู่ก่อนหน้า ทอดมองตรงมาด้วยแววตาที่ฉายความริษยาและไม่ชอบใจอย่างปิดไม่มิด 

ในเวลานั้นไม่มีใครทันสังเกตเห็น เช่นเดียวกับอัคนีที่แม้ภายนอกจะแสร้งทำหน้านิ่งสนิทราวกับไม่รู้สึกรู้สา ทว่าสันกรามกลับเริ่มขบอัดเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูนขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเพลิงหึงหวงที่ลุกโชนอยู่ภายใน

“พี่ไฟคะ ปิ่นอยากทานกุ้งจัง”

อัคนีที่แลเห็นถึงนัยน์ตาประกายบางอย่างในตัวคู่หมั้นสาวก็แอบจุดรอยยิ้มมุมปากออกมาทันที ก่อนจะแสร้งเอ่ยด้วยกระแสเสียงนุ่มนวลชวนฟังกลับไปเช่นกัน

“ได้สิครับ... คู่หมั้นอยากทานทั้งทีนี่นา”

อาจารย์หนุ่มจงใจเอ่ยเน้นย้ำคำว่าคู่หมั้นออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ ทั้งยังปรายสายตาคมปลาบไปยังฝั่งตรงข้าม ราวกับต้องการส่งผ่านถ้อยคำเหล่านั้นให้ไปกรีดแทงกระทบใจใครบางคนเล่น

และมันก็ได้ผลดีเสียด้วย เมื่อในเวลานี้เป้าหมายของเขา ซึ่งหนีไม่พ้นว่าที่น้องสะใภ้กำลังรู้สึกเจ็บแปลบในอกอย่างที่อัคนีปรารถนาจะเห็นจริง ๆ ทว่าสิ่งที่ณารินทร์สามารถแสดงออกต่อหน้าทุกคนได้ในตอนนี้ มีเพียงการปั้นหน้ายิ้มแย้มราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ทั้งที่ในใจกำลังถูกบีบจนแทบแหลก นั่นทำให้อัคนียิ่งได้ใจเพราะเขาเป็นเพียงคนเดียวบนโต๊ะอาหารที่มองเห็นถึงความอ่อนแอของเธอ ชายหนุ่มจึงยิ่งเพิ่มระดับความหวานเพื่อตอกย้ำคนตรงหน้าให้จมดิ่งลงไปอีก

“พี่แกะกุ้งให้นะครับคนดี”

“ขอบคุณนะคะ คู่หมั้นของปิ่นน่ารักที่สุดในโลกเลย”

บทสนทนาบนโต๊ะอาหารยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ท่ามกลางมื้อค่ำที่ดูอบอุ่นพร้อมหน้าพร้อมตาของครอบครัวมหาเศรษฐี ทว่ามันช่างสวนทางกับความรู้สึกอันปวดร้าวของณารินทร์ในเวลานี้เหลือเกิน

หลังจากมื้อค่ำแสนอึดอัดใจผ่านพ้นไป สุดท้ายสาวหน้าหวานก็จำต้องตัดสินใจค้างคืนกับแฟนหนุ่มตามคำเชิญชวนอย่างคร้านจะโต้แย้ง เนื่องจากเธอบอกปัดและลองปฏิเสธพฤกษ์ไปหลายครั้งหลายคราแล้วทว่าก็ไม่เป็นผลสำเร็จ

“บี๋... บี๋ครับ... เบบี๋ นานะ!”

"คะ?"

ร่างเล็กที่กำลังนั่งเหม่อเช็ดผมอยู่บนเตียงกว้างถึงกับสะดุ้งโหยงออกมาแทบจะสุดตัว ขับให้หัวคิ้วเข้มของพฤกษ์ขมวดเข้าหากันแน่นอย่างนึกแปลกใจในท่าทางนั้น

“เป็นอะไรไปหรือเปล่าครับ ดูเหม่อ ๆ ชอบกล หรือว่าไม่สบายตรงไหน”

น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใยเหล่านั้น ยิ่งสร้างความรู้สึกผิดชอบชั่วดีให้ตีตื้นขึ้นมาในจิตใจของณารินทร์ให้หนักหน่วงยิ่งขึ้น

“เอ่อ เปล่าค่ะ... ไม่ได้เป็นอะไร แค่กำลังคิดเรื่องงานเพลินไปหน่อยน่ะค่ะ”

เธอพยายามบังคับเสียงให้ราบเรียบเป็นปกติที่สุด ก่อนจะฉีกยิ้มหวานส่งไปให้คนรัก เพื่อหวังให้เขาคลายความกังวล ในขณะที่พฤกษ์ก็อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือหนาไปแตะแผงหน้าผากมนเบา ๆ เพื่อตรวจเช็ก 

“ตัวก็ไม่ร้อนนะ...”

ชายหนุ่มถือโอกาสนั้นฉวยเอาผ้าขนหนูผืนเล็กในมือของณารินทร์มาถือเอาไว้เอง ก่อนจะเริ่มซับเรือนผมนุ่มสลวยอย่างเบามือ ทุกสัมผัสบ่งบอกถึงความรักและทะนุถนอมที่อีกฝ่ายมีให้เธออย่างเต็มเปี่ยม

“อื้อ ไม่ต้องก็ได้นะคะพฤกษ์ เดี๋ยวนาทำเองดีกว่า”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ แค่นี้เอง... เรื่องที่มากกว่านี้เค้ายังทำมาแล้วเลย”

คำพูดกำกวมแกมหยอกเย้าจากน้ำเสียงแสนอบอุ่นนั้น ทำเอาคนฟังหน้าแดงระเรื่อซับสีเลือดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

“รู้นะคะ ว่ากำลังคิดเรื่องลามกอยู่น่ะ”

กำปั้นน้อย ๆ ทุบอัดเข้าที่แผงอกแกร่งกว้างของคนรักอย่างไม่ได้จริงจังนัก เรียกเสียงหัวเราะทุ้มต่ำจากคนตัวโตได้ไม่ยากเลย ก่อนที่วงแขนกว้างจะตวัดรั้งเอาเรือนร่างนุ่มนิ่มของคนที่เพิ่งประทุษร้ายเขา เข้ามาแนบชิดในอ้อมอกแล้วพาเอนกายล้มตัวลงนอนไปด้วยกันบนเตียงหนานุ่ม แต่หากคิดว่าจะพากันนอนหลับฝันดีเฉย ๆ คงจะไม่ใช่พฤกษ์คนคลั่งรักเสียแล้ว

“อ๊ะ... พฤกษ์ อื้ม... เดี๋ยวสิ วันนี้เราทำกันไปตั้งหลายรอบแล้วนะคะ”

คนตัวเล็กร้องท้วงแผ่วเบาเมื่อแฟนหนุ่มเริ่มลากไล้ปลายลิ้นชื้นแฉะมาตามใบหูเล็ก ขบเม้มติ่งหูเบา ๆ สื่อความหมายทางกายอย่างเด่นชัดว่าในเวลานี้เขากำลังต้องการสิ่งใด

“หืม... ก็บี๋ตัวหอมขนาดนี้ จะให้เค้าทนได้ยังไงล่ะครับ”

เขาว่าอย่างเอาแต่ใจตามประสากวางหนุ่มหนุ่มแน่น แล้วจึงเริ่มเลื้อยฝ่ามือร้อนผ่าวขยับเข้าไปบีบขยำทรวงอกอวบอิ่มคัพดีของคนในอ้อมแขนอย่างย่ามใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป