บทที่ 6 Chapter 5 กิจกรรมที่ทำให้พี่ชายเจ็บปวด

Chapter 5

กิจกรรมที่ทำให้พี่ชายเจ็บปวด

“อื้อ...”

ยามเมื่อยอดอกสีระเรื่อถูกปลายนิ้วร้ายกาจสะกิดบดบี้ เรือนร่างระหงก็บิดเร่าดิ้นพล่านไปตามแรงปรารถนาที่ถูกปลุกกระตุ้นอย่างยากจะต้านทาน

“หัวนมแข็งเป็นไตแล้วนะบี๋...”

กายนุ่มนิ่มเริ่มขยับพลิกตัวหันกลับมาหาคนรักอย่างว่าง่าย เพราะในเวลานี้ส่วนลึกในกายสาวกำลังร่ำร้องต้องการบางสิ่งบางอย่างที่มากกว่านี้ ทว่ามันไม่ใช่เพราะถูกกระตุ้นจากชายหนุ่มตรงหน้าเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นเพราะความวาบหวามที่ยังคงคั่งค้างมาจากสัมผัสของคนใจร้ายอีกคนก่อนหน้านี้ด้วยต่างหากที่ร่วมด้วยช่วยกันเล่นงานเธอ

“ขอดูดนมก่อนนอนนะครับ...”

“อื้อ... พฤกษ์...”

ณารินทร์เริ่มส่งเสียงครางพร่า เมื่อแฟนหนุ่มเริ่มเปิดฉากจู่โจมเข้าหาเต้านมคู่งาม เรียวลิ้นชื้นแฉะตวัดไล้เลียยอดอกอย่างหิวกระหาย ในขณะที่ฝ่ามือทั้งสองข้างก็ฟ่อนเฟ้นความนุ่มนิ่มจนผิวขาวผ่องขึ้นสี พร้อมทั้งขบกัดแผ่วเบาเพื่อกระตุ้นอารมณ์อย่างคนรู้จุดอ่อนไหวดี

“ที่รักคะ... อย่าทำรอยนะคะ พรุ่งนี้นาต้องใส่ชุดเดรสไปทำงาน...”

แม้จะปากจะเอ่ยทัดทาน แต่ในใจกลับรู้ดีว่าต่อให้ห้ามปรามอย่างไรชายหนุ่มตรงหน้าก็คงไม่ฟัง และคงจบลงด้วยการที่เธอต้องใช้รองพื้นหนาเตอะคอยแต่งแต้มกลบรอยแดงในวันพรุ่งนี้เป็นแน่ ท้ายที่สุดเมื่อณารินทร์ไม่อาจทนทานต่อเพลิงปรารถนาที่โหมกระหน่ำของร่างกายได้ หญิงสาวจึงเลือกที่จะปล่อยตัวปล่อยใจไปกับรสสวาทของแฟนหนุ่มแต่โดยดี

โดยที่คนทั้งคู่ลืมสังเกตไปเลยว่า... บานประตูห้องนอนส่วนตัวหลังนั้นไม่ได้ถูกปิดลงจนสนิท ส่งผลให้ภาพฉากอันเร่าร้อนนัวเนียของการร่วมรักตกอยู่ในกรอบสายตาของใครบางคนที่ยืนหลบมุมมองตรงมาด้วยแววตาที่อัดแน่นไปด้วยความริษยา ความเจ็บปวด และกรุ่นโกรธอย่างถึงที่สุด

ที่ห้องนอนของอัคนี

เสียงถอนหายใจระลอกแล้วระลอกเล่าถูกพ่นออกมาจากอัคนีเป็นครั้งที่สิบก็คงว่าได้ ทว่านั่นกลับไม่ได้ช่วยทำให้ความหงุดหงิดในใจของอาจารย์หนุ่มเบาบางลงไปเลยสักนิด ยามใดที่ภาพเรือนร่างนุ่มนิ่มและหยาดเสียงครางสุขสมของน้องชายและอดีตคนรักที่เขาแอบได้ยินและเห็นแล่นเข้ามาในสมอง ก้อนเนื้อในอกซ้ายก็พลันบีบรัดจนเจ็บแปลบ

“พี่ไฟคะ... ปิ่นขอค้างที่นี่ได้ไหมคะ?”

เสียงเรียกขานของใครบางคน ดึงให้ชายหนุ่มหลุดออกจากภวังค์ความคิดและคืนสติกลับมาสู่โลกความจริง

“จะดีเหรอครับปิ่น... คุณพ่อคุณแม่ของปิ่นท่านจะว่าเอาได้นะ”

“ท่านคงไม่ว่าอะไรแล้วมั้งคะ อีกหน่อยเราสองคนก็กำลังจะหมั้นหมายกันอยู่แล้วนะคะพี่ไฟ... ทำไมพี่ไฟถึงต้องวางตัวห่างเหินกับปิ่นตลอดเวลาเลย ทั้ง ๆ ที่เราอยู่ในฐานะที่สามารถใกล้ชิดกันได้มากกว่านี้แท้ ๆ”

หล่อนตัดพ้อต่อว่าพลางทิ้งตัวลงนั่งบนฟูกเตียงนุ่มอย่างแง่งอน หวังเรียกร้องความสนใจจากชายหนุ่มตรงหน้า

“ไม่ใช่แบบนั้น... พี่ไม่อยากถูกผู้ใหญ่ทางนั้นว่าเอาได้ว่าชิงสุกก่อนห่ามน่ะ”

อัคนีเอ่ยปัดเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์อันชวนอึดอัดใจ อันที่จริงแล้ว... ต่อให้ผู้ใหญ่ทางฝั่งนั้นจะไม่ว่ากล่าวใด ๆ เขาก็ไม่มีความคิดที่จะแตะต้องเนื้อตัวของผู้หญิงคนนี้เลยแม้แต่ปลายเล็บ ในเมื่อเขาไม่ได้รักไม่ได้ชอบ ซ้ำร้ายในหัวสมองยังไม่เคยคิดอยากจะเข้าพิธีหมั้นหมายด้วยเลยสักครั้ง

“โอ๊ย... ป่านนี้แล้วเขาคงไม่ถือสากันหรอกค่ะเรื่องแบบนั้น นี่ขนาดเรากำลังจะหมั้นกันอยู่รอมร่อแล้วพี่ยังไม่เคยทำอะไรปิ่นเลย มากที่สุดก็แค่จับมือ... พี่ไฟไม่อายน้องชายของพี่บ้างหรือไงคะ? ห้องโน้นเขาเอากันเสียงดังขนาดนั้น แบบนี้มีหวังฝั่งโน้นคงได้มีหลานให้ผู้ใหญ่อุ้มก่อนคู่เราแน่ ๆ”

ปิ่นมุกเอ่ยออกมาตามแต่ใจคิด ซึ่งสิ่งลามกหยาบโลนที่เธอได้ยินมาเมื่อครู่มันก็ไม่ใช่เรื่องโกหกแต่อย่างใด โดยที่หล่อนกลับหารู้ไม่ว่า... ถ้อยคำเหน็บแนมของตัวเองนั้น มันกำลังทำให้อารมณ์ที่คุกรุ่นของชายหนุ่มตรงหน้า ผู้ซึ่งพยายามเก็บซ่อนความหงุดหงิดเอาไว้ในส่วนลึก เริ่มจะกักเก็บไว้ไม่ไหว สันกรามหนาขบอัดเข้าหากันแน่นจนเสียงดังกึด

“หึ... เขาชิงสุกก่อนห่ามกันจนไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ยังจะมาทำตัวหัวโบราณคร่ำครึอยู่ได้!”

ว่าแล้วคู่หมั้นสาวก็เด้งตัวเองลุกพรวดพราดขึ้นมาจากฟูกเตียงนุ่มทันควัน ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้ากระเป๋าถือแบรนด์หรูขึ้นมาคล้องแขนเอาไว้ ขืนทนอยู่ต่อตรงนี้ก็มีแต่จะพาลทำให้เสียอารมณ์ไปโดยเปล่าประโยชน์ ในเมื่อดูทรงแล้วอย่างไรเสียอัคนีก็คงไม่มีวันยอมโอนอ่อนผ่อนตามให้เธอได้นอนค้างอ้างแรมร่วมห้องด้วยในค่ำคืนนี้อยู่ดี

“ไปส่งปิ่นสิคะ... หรือพี่ไฟจะปล่อยให้ปิ่นต้องนั่งแท็กซี่กลับบ้านเอง?”

กลางดึกคืนนั้น

“พี่ไฟ... เข้ามาได้ยังไงคะ?!”

ณารินทร์อดที่จะร้องอุทานออกไปไม่ได้ด้วยความตกใจกลัว อาการสะลึมสะลือจากความง่วงงุนก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น ยามเมื่อเบื้องหน้าปรากฏร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มยืนตระหง่านอยู่ข้างเตียงนอนภายในห้องนอนของแฟนหนุ่ม และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคืออดีตคนรักกำลังโน้มใบหน้าคมคายเข้ามาใกล้จนลมหายใจเป่ารด ก่อนจะใช้นิ้วชี้เรียวยาวแตะลงบนริมฝีปากอิ่มของเธอพลางเอ่ยกระซิบ

“อย่าส่งเสียงสิครับ... เดี๋ยวคนรักของเธอจะตื่นเอา”

คนพี่เอ่ยทิ้งท้ายไว้เพียงแค่นั้น ก่อนจะค่อย ๆ โน้มกายลงประกบริมฝีปากร้อนระอุลงบนปากบางกระจับของอีกฝ่ายทันที แรงบดขยี้ทวีความดุดันและไต่ระดับความรุนแรงขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามกระแสอารมณ์ดิบเถื่อนของคนรุกราน

“อื้อ...”

ยิ่งคนตัวเล็กออกอาการขัดขืนดิ้นรนและพยายามผลักไสมากเท่าไหร่ สัญชาตญาณความอยากเอาชนะในกายของอาจารย์หนุ่มก็ยิ่งลุกโชนมากขึ้นเท่านั้น อัคนีรู้ดีอยู่แก่ใจว่าน้องชายของตนเป็นคนหลับลึกขนาดไหน ทว่าเขาก็ยังไม่อยากส่งเสียงดังให้พฤกษ์ต้องตื่นขึ้นมาพบเจอสถานการณ์ในเวลานี้... ไม่ใช่เพราะเขานึกหวาดกลัวว่าน้องชายจะเสียใจแต่อย่างใด เนื่องจากเขาไม่เคยแคร์ความรู้สึกของใครอยู่แล้ว หากแต่เป็นเพราะเขากลัวว่าจะเสียอารมณ์เพราะถูกขัดจังหวะในการมอบบทลงโทษอันแสนเร่าร้อนให้กับเด็กดื้อคนนี้ต่างหาก

เรียวลิ้นร้ายกาจของอัคนีสอดแทรกเข้าไปสำรวจชิมความหวานในโพรงปากของคนที่อยู่ในสถานะน้องสะใภ้อย่างเอาแต่ใจ ทั้งยังดูดดึงเรียวลิ้นเล็กซ้ำไปซ้ำมาอย่างหิวกระหาย โดยไม่นึกนำพาต่อกำปั้นน้อย ๆ ที่ทุบตีลงบนแผงอกแกร่งของเขาเลยสักนิด

“อึก... พี่ไฟ นี่อย่านะคะ... อย่าคิดจะทำอะไรบ้า ๆ นะ”

ณารินทร์เอ่ยต่อว่าในระดับเสียงที่เบาหวิว ยามเมื่อคนเอาแต่ใจผละริมฝีปากออกชั่วคราว แล้วจัดการช้อนอุ้มตัวเธอขึ้นมานั่งอยู่บริเวณขอบเตียงกว้าง ส่วนตัวเขาเองกลับคุกเข่าลงต่อหน้า ทอดสายตาคมปลาบที่อัดแน่นไปด้วยความปรารถนาและบ่งบอกชัดเจนว่าเขากำลัง ‘เอาจริง’ มากแค่ไหน

“อยากให้อาจารย์จับกดลงตรงนี้... ให้เจ้านี่ตื่นมาเห็นคาตา หรือจะยอมเดินตามอาจารย์ออกไปเงียบ ๆ ครับเด็กดี?”

ฝ่ามือหนาลูบไล้เรือนผมของเธออย่างอ่อนโยน ทว่าถ้อยคำข่มขู่ที่หลุดออกมาจากปากกลับสวนทางกับการกระทำอย่างถึงที่สุด ขับให้คนบนเตียงกัดริมฝีปากแน่น เพราะหากเธอขืนดื้อแพ่งไม่ทำตามความต้องการของผู้ชายคนนี้ มีหวังอัคนีได้อาละวาดจนแฟนของเธอตื่นขึ้นมาแน่ ๆ และเธอก็รู้ดีว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้ชายคนนี้เกิดความต้องการขึ้นมา... 

ไม่ว่าจะถูกหรือผิด ไม่ว่าเธอจะเต็มใจหรือไม่ ณารินทร์ก็ไม่เคยมีสิทธิ์ปฏิเสธเขาได้เลยสักครั้งเดียว

ท้ายที่สุด ณารินทร์ก็ถูกอัคนีลากตัวมายังห้องนอนส่วนตัวของเขาจนได้

และเมื่อบานประตูห้องปิดลงสนิท ริมฝีปากหนาก็เริ่มพรมจูบซุกไซ้ไปตามเรือนร่างระหงเนียนละเอียดของคนที่อยู่ในสถานะน้องสะใภ้ทันทีราวกับคนหิวกระหายที่โหยหามาเนิ่นนาน

“อื้อ... พี่ไฟ... หยุดทำเรื่องแบบนี้สักทีเถอะค่ะ...”

เสียงหวานครางประท้วง ทว่าชายหนุ่มกลับใช้พละกำลังที่เหนือกว่าผลักดันกายเล็กให้ลงไปนอนราบกับโซฟาตัวใหญ่ โดยมีเรือนร่างกำยำของเขาทาบทับกักขังเอาไว้ด้านบน เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายดิ้นรนหลีกหนีได้ตามใจนึก

“อื้อ... หยุด... หยุดก่อน พี่ไฟอย่าทำรอยนะคะ! เดี๋ยวพฤกษ์เห็น...”

“อะไรกัน... มันก็ทำรอยไว้จนแดงเถือกขนาดนี้ พี่จะทำเพิ่มอีกหน่อยคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง ถึงมันเห็น... มันก็คงไม่รู้หรอกว่ารอยของใครเป็นของใคร ฮึ...”

ว่าแล้วริมฝีปากร้ายก็เริ่มลากไล้เลียโลมไปตามซอกคอขาวระหงอย่างย่ามใจ ณารินทร์พยายามฝืนกลั้นกลไกการตอบสนองของร่างกายที่กำลังสั่นระริกร่ำร้องรสสัมผัสอันคุ้นเคยนั้นอย่างเต็มกำลัง เช่นเดียวกับที่ยังคงพยายามเปล่งเสียงร้องห้ามปรามคนเอาแต่ใจ หากแต่อัคนีกลับไม่ได้สนใจเสียงของคนอายุน้อยกว่าเลยสักนิด ตรงกันข้าม... แรงทุบตีและเสียงห้ามปรามกลับยิ่งเหมือนน้ำมันที่ราดรดลงบนกองเพลิง ปลุกเร้าให้เขาอยากกระทำชำเราเธอมากกว่าเดิมเสียอีก

“นาบอกให้หยุดไงคะ!... เราไม่ควรทำแบบนี้ พี่ไฟก็รู้ดีแก่ใจ!”

“รู้งั้นเหรอ? ตอนนี้พี่ไม่รับรู้อะไรทั้งนั้นนอกจากการได้เธอกลับมานอนครางอยู่ใต้ตัวเท่านั้น นานะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป