บทที่ 7 Chapter 6 รีบ ๆ ทำให้มันจบ ๆ ไปซะ 18+

Chapter 6

รีบ ๆ ทำให้มันจบ ๆ ไปซะ

“หนูไม่มีวันครางเด็ดขาด...”

ณารินทร์ตัดสินใจเอ่ยปากบอกด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว ท้าทายคนใจร้ายที่กำลังรุกรานเสื้อผ้าบนเรือนร่างของเธออย่างไม่เกรงกลัว

“ทำไม? ... ทีเวลาอยู่บนเตียงกับมัน ยังครางออกมาเสียงดังลั่นได้ขนาดนั้นเลยล่ะ!”

“พี่ก็รู้ดีว่าทำไม... เราสองคนไม่ได้เป็นเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะคะ นาเป็นน้องสะใภ้ของพี่ ในขณะที่ตอนนี้พี่เองก็มีคู่หมั้นอยู่แล้ว เราไม่ควรทำเรื่องแบบนี้!”

คนอายุน้อยกว่าว่าพลางเบือนหน้าหนีไปทางอื่นราวกับไม่อยากพานพบใบหน้าของอีกฝ่าย ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว เธอเพียงแค่ต้องการซ่อนเร้นความหวั่นไหวที่ฉายชัดอยู่ในแววตาของตัวเองก็เท่านั้น

“ก็แล้วเพราะใครล่ะที่ทำให้มันต้องกลายเป็นแบบนี้... เพราะใครล่ะนานะ!”

“...”

“พี่ถามว่าทำไม! ทำไมนาต้องหนีพี่ไป แถมยังบล็อกทุกช่องทางไม่ให้พี่ติดต่อได้เลย!”

คนถูกต้อนยังคงเลือกที่จะนิ่งเงียบ ซ้ำยังดื้อแพ่งไม่ยอมหันหน้ากลับมาสบตาเหมือนเก่า ขับให้อัคนีเริ่มขบกรามแน่นจนเป็นสันนูนด้วยความหงุดหงิดต่อความดื้อรั้นไม่ยอมปริปากของคนตรงหน้า ร่างสูงใหญ่ค่อย ๆ ผละออกจากกายเล็กชั่วคราว สร้างความโล่งใจให้ณารินทร์ได้เพียงไม่กี่วินาที

ทว่าความโล่งใจนั้นก็มลายหายไปอย่างรวดเร็ว เมื่อร่างสูงสง่าย่างสามขุมกลับเข้ามาประชิดตัวเธออีกครั้ง พร้อมกับกล่องขนาดย่อมในอุ้งมือ... 

กล่องใบนั้นที่หญิงสาวคุ้นตาดีจนเผลอกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะกระถดเรือนร่างหนีตามสัญชาตญาณความหวาดกลัว

“เธอก็รู้นะ... ว่าถ้าเป็นเด็กดื้อ จะต้องเจออะไร”

เสียงแหบพร่าของอัคนีเอ่ยถามขึ้นอย่างเยือกเย็น พร้อมกับมือคู่ใหญ่ที่จัดการปลดหัวเข็มขัดหนังราคาแพงของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว แล้วเปลี่ยนหน้าที่ของมันให้กลายมาเป็นเครื่องพันธนาการรวบข้อมือทั้งสองข้างของคนตรงหน้าเอาไว้แทน

“พะ... พี่ไฟ หยุดคิดที่จะทำแบบนั้นเดี๋ยวนี้เลยนะคะ!”

“ในเมื่อไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูด... พี่จะคอยดูว่าเธอจะทนได้สักกี่หวด!”

พูดพลางหยิบวัตถุบางอย่างออกจากกล่องตรงหน้า... ไม้เรียวแท่งยาวปลายไม้หุ้มด้วยเนื้อหนังอย่างดีสีแดงสดที่ณารินทร์คุ้นเคยเป็นอย่างดี ส่งผลให้คนน้องหน้าตาตื่น ยิ่งได้เห็นมือหนาลูบไล้ไปตามความยาวของลำไม้ แล้วก้มลงสูดดมกลิ่นหนังที่หุ้มอยู่เข้าเต็มปอดด้วยใบหน้าเคลิบเคลิ้ม เธอก็ยิ่งใจเต้นระรัวรุนแรง 

แต่ไม่ได้เต้นเพราะความหวาดกลัวเลยสักนิด... เพราะในเวลานี้ ภายในหัวสมองของเธอเต็มไปด้วยภาพเหตุการณ์ชวนหวามไหวในอดีตที่แล่นย้อนกลับเข้ามาโจมตีอย่างหนักหน่วง

“พะ... พี่ไฟ...”

ชายหนุ่มผู้ถือครองไม้เรียวเดินเข้าไปหาเด็กดื้อที่นั่งมองเขาตาปริบ ๆ ก่อนจะจงใจใช้ปลายไม้เรียวเลื่อนไล้ไปตามท่อนแขนขาวนวลแผ่วเบา สัมผัสเยือกเย็นทว่าปลุกเร้ากระตุ้น ส่งผลให้อาการต่อต้านของณารินทร์ค่อย ๆ ถูกอารมณ์หวามไหวในร่างกายกลืนกินลงไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเผลอส่งหยาดเสียงครางตามใจคิดหลุดรอดออกมา

“อื้อ… อาจารย์…”

เสียงแผ่วเบาราวกับลูกแมวช่างอ้อน ยามเมื่อความทรงจำในฐานะ ‘ศิษย์-อาจารย์’ เข้าครอบงำสติ

“อะไรกัน... ยังไม่ทันไรก็ครางเรียกอาจารย์ออกมาซะแล้ว ไม่เห็นเก่งอย่างที่ปากพูดเลยนี่นา”

ชายหนุ่มขยับรอยยิ้มร้ายกาจ ก้มลงไปขบงับแผ่วเบาที่ใบหูเล็กนิ่ม ซึ่งเขาล่วงรู้ดีที่สุดว่าเป็นพิกัดที่ทำให้อีกฝ่ายวาบหวิวเพียงใด ส่งผลให้คนใต้ร่างถึงกับขนลุกซู่ จนต้องเอียงหนีสัมผัสร้ายกาจนั้นอย่างสิ้นท่า

“ลุกขึ้นไปที่หน้ากระจกหน่อยสิครับ อาจารย์อยากเอาท่ายืน แล้วก็ท่านั้นมันฟาดก้นได้ง่ายด้วย”

“ไม่ค่ะ!... อะไรทำให้คุณคิดว่าหนูจะต้องทำตามคำสั่งของคุณ!” ณารินทร์เค้นเสียงประท้วงอย่างไม่ยินยอม

“งั้นเอางี้... ถ้าเธอไม่ทำ พี่จะเดินไปหาไอ้พฤกษ์เดี๋ยวนี้เลย ไปบอกมันกับปากว่าเราสองคนเคยเป็นอะไรกันมาก่อน”

“พี่ไฟ!” คนงามเผลอตะเบ็งเสียงด้วยความตกใจ

“เอาแบบนั้นดีไหม... จะได้ไม่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ทำกัน”

“ไม่เอานะคะ!”

หญิงสาวดีดตัวลุกขึ้นจากโซฟาตัวใหญ่ทันทีอย่างเลี่ยงไม่ได้ เธอไม่สามารถปล่อยให้เขาทำตามคำขู่อันป่าเถื่อนนั้นได้เด็ดขาด เพราะเธอรู้แก่ใจดีว่าผู้ชายใจร้ายคนนี้พูดจริงทำจริงแน่ ๆ 

ท้ายที่สุด โต๊ะเครื่องแป้งหน้ากระจกบานใหญ่จึงกลายสภาพเป็นที่สำหรับเกาะยึดของเหยื่อตัวน้อย

พี่ชายของแฟนหนุ่มก้าวสามขุมตามมาทาบทับร่างกำยำแนบชิดติดแผ่นหลังของเธอทันทีอย่างคุกคาม

พรวดเดียว!

อุ้งมือคู่ใหญ่ดึงรั้งแพนตี้ตัวจิ๋วลงไปกองรวมกันอยู่ที่ข้อเท้าอย่างรวดเร็ว พร้อมกับตลบชายชุดนอนเนื้อบางขึ้นไปกองไว้เหนือเอวคอดกิ่ว เผยให้เห็นบั้นท้ายนวลงามงอนสะดุดตาจนชวนให้อัคนีกระหายอยากจะฝากรอยประทับสีชาดเอาไว้ใจจะขาด

เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!

เสียงหวดจากแส้หุ้มหนังดังตามมาติด ๆ กันถึงสามครั้งซ้อน ความเจ็บปวดแล่นริ้วจู่โจมระคนไปกับความวาบหวาม ทำเอาคนตัวเล็กถึงกับต้องสูดปากครางซีดพร้อมกับแอ่นตัวไปข้างหน้ารับแรงอารมณ์ดิบเถื่อนของเขา

“พี่ไฟ เบามือหน่อยสิคะ! รอยแส้นี่ถ้าพฤกษ์เห็นเป็นเรื่องแน่ เพราะมันกลบเกลื่อนไม่ได้แบบรอยจูบนะคะ!”

กึด!...

หูแว่วได้ยินเสียงกรามขบอัดเข้าหากันจนเกิดเสียง อัคนีแสดงสีหน้าเย็นชา ชายหนุ่มไม่ชอบใจอย่างรุนแรงที่เธอพูดจาถึงชายอื่นต่อหน้าเขาในเวลานี้ ถึงแม้ว่าคนคนนั้นจะเป็นน้องชายแท้ ๆ ร่วมสายเลือดของเขาเองก็ตามที!

เขาโยนแส้ทิ้งไปกับพื้น ฝ่ามือร้ายกาจซุกซนของคนที่ทาบทับอยู่ด้านหลัง เลื่อนมาบดบี้เค้นคลึงเขี่ยตวัดยอดอกสีหวานจนขึ้นตุ่มไตแข็งขืนอย่างช่ำชอง ซึ่งณารินทร์ไม่ได้สวมใส่บราเซียอยู่แล้วก่อนหน้านี้ ในขณะที่ฝ่ามือหนาอีกข้างก็บีบคางมนของเธอเอาไว้แน่น บังคับให้ใบหน้าหวานต้องจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองและเขาผ่านกระจกบานตรงหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ใบหน้าสวยหวานแดงก่ำซับสีเลือดขึ้นมาดื้อ ๆ ยามเมื่อดวงตากลมโตมองเห็นภาพอันล่อแหลมของตนเองที่สะท้อนออกมา ยิ่งได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาอันเปี่ยมล้นไปด้วยความต้องการของอัคนีในระยะประชิดขนาดนี้ สติของเธอก็ยิ่งเตลิด

“ดูหน้าตัวเองก่อนสิ... หน้าแบบนี้มันบอกว่าต้องการอาจารย์อยู่ใช่ไหมนะ หืม?”

“จะทำอะไรก็รีบ ๆ ทำเถอะค่ะ... เดี๋ยวพฤกษ์ตื่น”

ณารินทร์กัดฟันเอ่ยบอกออกไปในที่สุด หญิงสาวรับรู้ชะตากรรมแล้วว่าอย่างไรเสียในค่ำคืนนี้เธอก็ไม่มีวันต่อต้านอำนาจของซาตานตนนี้ได้ สู้เข้าร่วมและยอมตามใจเขาให้มันจบ ๆ สิ้น ๆ ไปเสียยังดีกว่า เธอจะได้รีบพาร่างกายอันบอบช้ำนี้กลับออกไปจากเรื่องราวบัดซบนี้เสียที

“อะไรกัน... เธอก็รู้นี่ ว่าพี่ไม่ชอบทำลวก ๆ ให้มันจบ ๆ ไป” อัคนีแค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างผู้เหนือกว่า

“แต่พี่เลือกไม่ได้นี่คะ... หรืออยากให้เรื่องมันแดงออกมา?”

ถึงคราวที่คนอายุน้อยกว่าจะเป็นฝ่ายเอ่ยร้องเตือนสติเขาบ้าง ถึงแม้เธอจะรู้ดีแก่ใจว่าถ้อยคำของตนคงไม่สามารถฉุดรั้งคนเอาแต่ใจคนนี้ได้มากนักก็ตามที

“ไม่นี่... พี่ก็ไม่ได้สนอยู่แล้ว ตอนนี้พี่สนแค่ต้องการให้เธอร้องครางหาพี่เหมือนเมื่อก่อนเท่านั้นแหละ!”

สิ้นประโยคอันร้ายกาจ ชายหนุ่มก็ลากก้านนิ้วเรียวยาวลงไปบดบี้หยอกเย้ากับรอยแยกกึ่งกลางเนินเนื้อสาวอันฉ่ำชื้นทันที ณารินทร์รีบขบเน้นริมฝีปากอิ่มเข้าหากันแน่น พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่แสดงความต้องการอันน่าอายออกมาทางสีหน้า ทว่ามันช่างเป็นเรื่องยากเย็นเหลือเกินในยามที่ก้านนิ้วร้ายเริ่มปัดป่ายแถมยังจงใจบดขยี้ซ้ำ ๆ ตรงจุดอ่อนไหวที่ไวต่อสัมผัสที่สุดอย่างจงใจ

“แฉะไวเชียว... อยากมากสินะครับ” ชายหนุ่มร้องถามเสียงกระเส่าพร่า ยามเมื่อจุดอ่อนทั้งหมดของเธอตกอยู่ในกำมือของเขาเรียบร้อยแล้ว “เด็กนิสัยไม่ดี...”

ไม่นานนัก แกนกายใหญ่โตอันร้อนผ่าวก็ถูกงัดออกมาอวดโฉมสู่โลกภายนอกด้วยฝ่ามือหนาเพียงข้างเดียว ในขณะที่กางเกงของเขายังไม่ถูกถอดเลื่อนหลุดออกจนหมดด้วยซ้ำ สันจมูกโด่งคมก้มลงซุกไซ้สูดดมกลิ่นกายสาวที่แสนคิดถึงระคนโหยหาตรงซอกคอและกกหูจนชุ่มปอด

ฝ่ามือร้ายจัดการชักรูดเปิดส่วนหัวหยักรูดรั้งอยู่สองสามครั้งเพื่อเตรียมความพร้อม ก่อนจะกดจมลงหาปากทางเข้าออกที่หลั่งน้ำหวานไหลเยิ้ม แล้วจึงโน้มกายลงไปกระซิบสั่งชิดใบหูของผู้มีสถานะเป็นแฟนของน้องชายด้วยกระแสเสียงจอมบงการ

“อ้าขา...”

เขาบอกเสียงพร่าชิดติดผิวเนื้อเพราะปากทางอันคับแคบทำเอาหาทางเข้ายากพอสมควร ณารินทร์หลับตาลงข่มความอายก่อนจะค่อย ๆ แยกเรียวขาคู่สวยออกห่างจากกัน แล้วจึงแสร้งยกสะโพกมนขึ้นให้อีกฝ่ายสอดใส่ส่วนหัวหยักหาทางฝังตัวเข้ามาได้สะดวกขึ้น

อุ้งมือคู่ใหญ่กดศีรษะของหญิงสาวลงให้แนบติดกับโต๊ะเครื่องแป้งด้านหน้า ก่อนจะอาศัยจังหวะนั้นสอดใส่แทรกความแข็งขืนเข้าสู่ความโพรงอุ่นอย่างรวดเร็วจนคนใต้ร่างไม่ทันได้ตั้งตัว!

ปึก! พรวด!!!!

“อื้อ!...”

“อ่าส์... ฟิตเหมือนเดิม เอากันดุเดือดขนาดนั้นก็ยังไม่สึกหรอไปเลยสักนิดงั้นเหรอ? ซีดส์...”

อาจารย์หนุ่มครางพร่าออกมาทันทีที่สามารถเติมเต็มเข้าไปจนมิดลำ ความบีบรัดคับแน่นที่ห่างหายไปนานปีทำเอาเขาหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้น โพรงเนื้ออุ่นร้อนภายในตอดขมิบตุบ ๆ ต้อนรับสิ่งแปลกปลอมจนชายหนุ่มรู้สึกเสียวแล่นริ้วไปถึงปลายเท้าแล้วในเวลานี้

“อึก... ทำไมไม่ป้องกันคะ... อ๊าา อ๊ะ อ๊ะ อาจารย์...”

ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะเอ่ยปากประท้วงจนจบประโยค บั้นเอวดุดันของคนตัวโตก็เริ่มเปิดฉากสาวเข้าออกตอกอัดทันที ความคับแคบกำลังเล่นงานให้อัคนีต้องเงยหน้าสูดปากครางระบายความเสียวซ่าน ก่อนจะก้มลงไปกระซิบถ้อยคำร้ายกาจข้างใบหูของเธอ

“ใส่ทำไมครับ? เอากับเธอพี่ไม่เคยใส่ถุงเลยสักครั้งนี่นา พี่จะเอาสดแบบนี้ทุกครั้งและจะแตกในทุกครั้งด้วย... เธอก็รับผิดชอบตัวเองไปสิ!”

ความเอาแต่ใจอันดิบเถื่อนของเขามันช่างน่ากลัวและอันตรายเหลือเกิน ทว่าเสียงกระซิบจอมบงการที่พ่นรดซอกคอนั้น มันกลับแปรสภาพเป็นยากระตุ้นชั้นดีที่ปลุกเร้าอารมณ์ใคร่ในตัวเธอให้พุ่งทะยานจนถึงขีดสุด ณารินทร์ไม่อาจเถียงได้เลยว่าในเวลานี้ ตัวเธอกำลังมีอารมณ์ร่วมตอบรับสัมผัสของเขาอย่างรุนแรง 

มือน้อยทั้งสองข้างเกาะยึดขอบโต๊ะเครื่องแป้งเอาไว้แน่นในขณะที่ใบหน้าหวานแนบลงไปกับความเย็นชืดของแผ่นไม้ และเริ่มขยับหยัดสะโพกมนสวนรับเพื่อให้แท่งกายแกร่งกระแทกกระทั้นเข้ามาลึกจนสุดลำกายทุกครั้ง

เหมือนเดิมนะคะ 20 เม้นมาอัปตอน

นิยายเขียนจบแล้วค่ะ ส่งไฟล์หนังสือเข้าระบบแล้ว อีบุ๊กน่าจะได้วางขายภายในวันนี้ ถ้าไม่ผิดพลาดประการใด เดี๋ยวเซลีนมาแจ้งข่าวอีกทีค่ะ

อย่าลืมกดใจกดเข้าชั้น จะได้ไม่พลาดข่าวสารนะคะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป