บทที่ 8 Chapter 7 ยินดีให้บริการ 18+

Chapter 7

ยินดีให้บริการ

“แม่งเอ๊ย... โคตรรัดเลย!”

อัคนีกุมจุดอ่อนไหวของเธอเอาไว้ด้วยตัณหาความต้องการของตัวเอง หญิงสาวในเวลานี้ไม่ต่างอะไรไปจากผีเสื้อปีกบางที่ติดอยู่กับใยแมงแมงมุมยักษ์ ยิ่งเธอดิ้นรนขัดขืนมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งรัดตรึงตัวเองให้หนีไม่ได้มากขึ้นเท่านั้น

ริมฝีปากบางเผยออ้าบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านหยาดเยิ้มจนน้ำใสแทบจะย้อยออกมาจากมุมปาก ยามเมื่อถูกตอกกระแทกบั้นเอวดุดันอัดกระหน่ำเข้ามาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่องหลืบหวานบีบรัดดูดกลืนลำกายใหญ่โตที่แข็งขืน ยามที่อัคนีงัดเข้าออกควงร่อนสะโพกและกระแทกกระทั้นซ้ำ ๆ อยู่แบบนั้นอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

ปึ่ก! ปึ่ก! ปึ่ก!

อาจารย์หนุ่มย่อตัวลงเล็กน้อยแล้วจงใจงัดแกนกายแกร่งอัดขึ้นไปส่วนลึกในโพรงอุ่นเพื่อกลั่นแกล้งแกล้งหญิงสาวอย่างจงใจ ปลายหัวหยักครูดไถไปมาเสียดสีกับผนังโพรงอ่อนนุ่มคับแคบอย่างรุนแรงเน้นย้ำ แม้จะมีสารคัดหลั่งหลั่งรินออกมาเป็นตัวช่วยหล่อลื่น ทว่ามันก็ยังคงรับรู้ได้ถึงความคับแน่นจุกเสียดถึงใจอยู่ดี

“อย่างัดสิ... หนูจุก... คนบ้า นิสัยไม่ดี อาจารย์... อ๊ะ อ๊ะ อ๊าาา!”

“เด็กนิสัยไม่ดีก็ต้องเจอคนนิสัยไม่ดีเหมือนกัน... เขาเรียกว่ามวยถูกคู่!”

ตับ! ตับ! ตับ!

เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังขึ้นเรื่อย ๆ แม้ในใจของอัคนีอยากจะควบคุมเกมลากยาวให้นานกว่านี้ ทว่าชายหนุ่มก็จำต้องเร่งความเร็วทำเวลาเพราะสถานการณ์หลายอย่างรอบข้างไม่เอื้ออำนวย ในบ้านหลังใหญ่ที่มีบิดาและมารดาของเขานอนหลับอยู่อีกห้องแบบนี้ ใช่ว่าเขาจะนึกหวาดกลัวว่าน้องชายจะโกรธแค้น ทว่าเขากลัวเด็กดื้อคนนี้จะหนีหายไปจากชีวิตอีก หากเรื่องนี้มันแดงขึ้นมาจริง ๆ คนอย่างนานะคงไม่มีวันอยู่สู้หน้าใครแน่ ๆ

“อาจารย์... หนู... หนูไม่ไหวแล้ว...” ณารินทร์ร้องครางเครือสติหลุดลอย

“ซี๊ดส์... เชี่ยเอ๊ย ตอดชิบ! เธอกำลังจะเสร็จเพราะพี่แล้วนะนานะ!”

ปั่ก! ปั่ก! ปั่ก!

แกนกายใหญ่โตขยายขนาดบวมเป่งร้อนผ่าวถึงขีดสุด สองเรือนร่างสั่นกระเพื่อมโยกคลอนประสานพร้อมกันรุนแรงมากขึ้นและมากขึ้น ใบหน้าที่ฉายสะท้อนออกมาผ่านกระจกเงาบานใหญ่ บ่งบอกถึงแรงปรารถนาในกายของพวกเขาที่ลุกโชน ยิ่งทำให้อารมณ์รักพลุ่งพล่านหนักหน่วงชนิดที่ว่าวินาทีนี้ไม่มีใครสนถูกผิดอะไรอีกต่อไป นอกจากต้องระบายความอึดอัดคับแน่นในตัวออกมาให้ถึงฝั่งฝัน

ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ!

อุ้งมือหนากำจิกเอวกิ่วคอดเอาไว้แน่นหนา ดวงตาคมกริบจับจ้องไปยังช่องทางรอยแยกสีกุหลาบที่กำลังกลืนกินลำกายของตัวเองเข้าออกซ้ำ ๆ  สะโพกกลมกลึงมนเด้งตอบรับโยกย้ายไปมาตามแรงตอกบั้นเอวของผู้ควบคุมเกม แบบที่เรียกว่ายิ่งเขากระแทกแรงเท่าไหร่ ร่างกายเธอก็ยิ่งตอบสนองแรงขึ้นเท่านั้นก็คงไม่ผิดนัก

“อาจารย์... ฮือ... อื้อ... อื้อ...”

“แตกออกมาเด็กดี... พี่ก็จะแตกแล้วครับ ซี๊ดส์...”

สิ้นกระแสเสียงกระเส่าพร่า น้ำรักสีขาวขุ่นอุ่นจัดก็ฉีดพุ่งทะยานเข้าไปในโพรงอุ่นอย่างรุนแรงจนเอ่อล้นออกมา เช่นเดียวกับณารินทร์ที่กระตุกเกร็งปลดปล่อยหยาดของเหลวแห่งความสุขสมจนไหลเยิ้มชโลมออกมาเต็มโคนขา

ความอุ่นร้อนที่ฉีดซ่านอยู่ภายในสร้างความรู้สึกดีอย่างไม่อาจเอ่ยปากเถียงได้ สองร่างยังคงกระตุกสั่นเข้าหากันแรง ๆ ย้ำเตือนว่าต่างฝ่ายต่างรู้สึกเสร็จสมเฉกเช่นเดียวกัน ทว่าเมื่อเริ่มดึงสติสัมปชัญญะกลับมาได้ คนแรกที่เอ่ยปากทำลายความเงียบขึ้นมาก็คงหนีไม่พ้นคนที่อยู่ในฐานะว่าที่น้องสะใภ้

“พี่มันโคตรเอาแต่ใจเลย... แตกในมาได้ยังไง ขนาดแฟนหนูเขายังไม่เคยทำแบบนี้เลยนะ!”

“ฮึ... อะไรที่มันไม่เคย พี่ชายคนนี้เคยมาหมดแล้วนี่นา”

ชายหนุ่มเอ่ยสวนกลับอย่างไม่นึกสะทกสะท้านหรือรู้สึกผิดชอบชั่วดี ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปกดจูบหอมตรงเรือนผมนุ่มของคนตัวเล็กอย่างแสนรัก ดวงตาคมกริบมองสบหน้าอีกฝ่ายผ่านกระจกเงาแล้วค่อย ๆ ประคองหันใบหน้าหวานกลับมาแลกเรียวลิ้นพัวพันกันอีกเนิ่นนานหลายนาทีจนสมใจอยาก โดยที่แกนกายมหึมายังคงเชื่อมต่อคาช่องทางรักเอาไว้ไม่ยอมถอดถอน มันช่างอบอุ่นและชวนให้คิดถึงเหลือเกิน... 

'ทำไมอยู่ดี ๆ ยัยเด็กนี่ถึงได้หนีเขาไปเสียดื้อ ๆ แบบนั้นกันนะ'

อาจารย์หนุ่มได้แต่คิดหาคำตอบขัดแย้งกับตัวเองในใจ ทว่าเขาก็ไม่มีเวลามากพอจะมานอนอ้อยอิ่งหรือเค้นเอาคำตอบอะไรกับอีกฝ่ายในสถานการณ์เช่นนี้

บ๊วบ...

อัคนีค่อย ๆ ถอนแกนกายแกร่งของตัวเองออกจากช่องทางรักช้า ๆ ตามด้วยหยาดน้ำรักสีขาวขุ่นที่ไหลย้อยเป็นสายตามติดออกมาเลอะเทอะ

"ยินดีให้บริการนะครับ"

เขาเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสาทเมื่อเธอหันหน้ามาประจันหน้ากับเขาเต็มตา ณารินทร์ได้แต่เม้มริมฝีปากอิ่มเข้าหากันแน่นจนห้อเลือด 

ในใจอยากจะด่าทอ อยากจะทุบตีระบายโทสะ แต่ก็รู้ดีแก่ใจว่าทำลงไปผู้ชายหน้าด้านคนนี้ก็คงไม่สลดอยู่ดี หญิงสาวจึงเลือกที่จะหันไปจัดการเช็ดทำความสะอาดความเปรอะเปื้อนของตัวเองและจัดแต่งตัวให้เข้าที่เข้าทาง จากนั้นก็สาวเท้าก้าวเดินกลับไปที่ห้องนอนของแฟนหนุ่มไปทันทีโดยไม่ยอมปริปากพูดจาเลยแม้แต่คำเดียว!

ณารินทร์ตรงดิ่งกลับไปยังห้องนอนของผู้เป็นเจ้าของหัวใจคนปัจจุบันของตน ยามเมื่อก้าวพ้นบานประตูเข้ามาและพบว่าทุกสิ่งทุกอย่างภายในห้องยังคงประทับอยู่ในสภาพเดิม คือแฟนหนุ่มร่างสูงยังคงนอนหลับสนิทไม่ไหวติง คนหน้าสวยจึงอดไม่ได้ที่จะลอบระบายลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก แล้วค่อย ๆ ย่องพาตัวเองล้มตัวลงนอนเคียงข้างด้วยความระมัดระวังที่สุดเท่าที่จะทำได้

“อื้ม...”

ยังไม่ทันจะได้ข่มเปลือกตาคู่สวยลง คนตัวเล็กก็รับรู้ได้ถึงแรงเคลื่อนไหวไปมาจากคนข้างกาย ในวินาทีแรกใจถึงกับหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มด้วยความหวาดกลัวขั้นสุดว่าแฟนหนุ่มจะจับได้ว่าตนเองเพิ่งย่องกลับเข้าห้องมา แต่ก็เหมือนสวรรค์จะยังคงใจดีกับเธออยู่บ้าง ที่คนข้างกายเพียงแค่สะลึมสะลือลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำ ก่อนจะก้าวกลับมาล้มตัวลงนอนแผ่วเบาดังเดิมเท่านั้น

‘เฮ้อ...’

ณารินทร์พรูลมหายใจทิ้งระลอกใหญ่ พลางปล่อยให้สมองจมดิ่งคิดถึงเรื่องราวในวันนี้ที่ช่างชวนให้ปวดหัวเหลือเกิน 

เรื่องราวความสัมพันธ์ซับซ้อนจากอดีตที่มันยุ่งเหยิงอีนุงตุงนังพันผูกกันไปหมด คำถามของอัคนีที่เพียรพยายามเอ่ยถามซ้ำ ๆ ออกมา คำถามที่มีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้คำตอบ ทว่ากลับไม่สามารถเอ่ยปากบอกออกไปได้จริง ๆ เพราะถึงจะเอ่ยออกไปในเวลานี้... มันก็คงไม่มีประโยชน์อันใดเกิดขึ้นมาอีกแล้ว

‘มันย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว...’

เจ้าของนัยน์ตาสีหวานบอกตัวเองแผ่วเบา ก่อนจะค่อย ๆ หลับตาลงพาเรือนร่างอันอ่อนล้าเข้าสู่ห้วงนิทราอันแสนสั้น จากความเหน็ดเหนื่อยทับถมของร่างกายที่ถูกใช้งานอย่างหนักหน่วงด้วยน้ำมือสองพี่น้องตระกูลนี้

วันต่อมา

“ไม่ลืมอะไรใช่ไหมครับบี๋”

ชายหนุ่มร่างสูงชะลูดเอ่ยถามคนรักด้วยน้ำเสียงทุ้มละมุน ขณะที่ฝ่ายหญิงสาวก้าวเรียวขาขึ้นมานั่งประจำตำแหน่งบนเบาะรถยนต์ขนาบข้างกายตน

“ไม่ลืมค่ะ”

รอยยิ้มสดใสฉ่ำหวานที่ตอบรับกลับมา ขับให้พฤกษ์พยักหน้าขึ้นลงเป็นเชิงรับคำ ก่อนจะเอี้ยวตัวหนาข้ามไปช่วยคาดเข็มขัดนิรภัยให้คนรักดั่งสุภาพบุรุษแสนดี ทว่าสุดท้ายก็มิวายแอบขโมยจูบคนตัวเล็กไปเสียอีกหนึ่งทีอย่างอดใจไม่อยู่

“อะ... อื้อ... พอแล้วค่ะ! อย่ามารุ่มร่ามนอกสถานที่แบบนี้สิคะ”

“นอกสถานที่ตรงไหนครับ? ในรถนี่ถือเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเราแล้วนะบี๋”

“พอเลยค่ะ เดี๋ยวก็ไม่ได้กลับกันพอดี”

คนตัวสูงกว่าเปล่งเสียงหัวเราะทุ้มต่ำออกมาเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู ทว่าก็ยอมถอยห่างออกมาแต่โดยดี แล้วจึงเริ่มบังคับพวงมาลัยขับรถเคลื่อนตัวออกไปเพื่อพาอีกฝ่ายมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทาง

ทว่าหลังจากขับรถออกมาจากคฤหาสน์ได้ไม่นานนัก มื้อปลาหมึกแสนซนของพฤกษ์ก็เริ่มขยับแกล้งคนที่นั่งข้าง ๆ อีกครั้งอย่างนึกสนุก

“อย่าค่ะ... ขับรถอยู่ มันอันตรายนะ!”

คนตัวเล็กกว่าที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ เอ่ยน้ำเสียงดุเข้มออกไปทันควัน ยามเมื่อเริ่มรับรู้ถึงฝ่ามือหนาของอีกคนที่เริ่มบีบเคล้นตรงต้นขาอ่อนของตน

“อ๊ะ... อื๊อ... พฤกษ์ หยุดก่อน...”

ณารินทร์เริ่มร้องประท้วงออกมาอย่างยากลำบากขึ้นทุกที เมื่อแฟนหนุ่มไม่ยอมฟังเสียงห้ามปรามของเธอเลยสักนิด ทั้งยังเปิดฉากรุกรานหนักหน่วงคุกคามยิ่งกว่าเก่า ด้วยการขยับนิ้วมือสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ สู่ใจกลางความเป็นสาว

“เดี๋ยว... บี๋ นี่แฉะแล้วเหรอ? จุดติดไวจัง คนลามก”

พฤกษ์หันมาส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้กับแฟนสาวทันที เมื่อปลายนิ้วร้ายกาจสัมผัสได้ถึงความฉ่ำแฉะชื้นแฉะที่หลั่งรินออกมาก่อนหน้านั้น ชายหนุ่มจัดการสอดฝ่ามืออุ่นจัดเข้าไปในแพนตี้ตัวจิ๋วอย่างไม่ให้ขาดช่วง ก่อนจะหันหน้ากลับไปเพ่งมองเส้นทางตรงหน้าต่อราวกระทำเรื่องปกติธรรมดา ผิดกับมือหนาของตนเองที่ยิ่งบดบี้เบียดนิ้วเขี่ยวนอยู่ตรงจุดอ่อนไหวตรงนั้น ขับให้ณารินทร์ถึงกับนั่งอยู่กับเบาะไม่ได้ ร่างกายอันเหลวแหลกตอบสนองต่อรสสวาทจนเผลอแยกเรียวขาคู่สวยออกห่างจากกันเพื่อรับสัมผัสจากแฟนหนุ่มอย่างลืมสิ้นความอาย

“อึก... พฤกษ์! พะ... พอแล้ว อย่าแกล้งนาสิ! ขืนมากกว่านี้นาจะไม่ไหวเอานะคะ”

ณารินทร์ตัดสินใจเค้นเสียงเขียวดุคนรักหนุ่มอย่างจริงจัง ทว่าเหมือนมันจะไม่เป็นผลสักนิด เพราะคนขับรถยังคงเดินหน้าปลุกปั่นกระตุ้นไฟปรารถนาในกายเธอให้อยู่แบบนั้นด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดี ราวกับว่าสิ่งที่ตนกำลังกระทำอยู่คือเรื่องเล่นสนุกก็ไม่ปาน

“พฤกษ์... ถ้าเป็นแบบนี้นาจะเสร็จ... ฮึก... อื้อ...”

“ก็เสร็จสิครับ ทนไว้ทำไมล่ะ เดี๋ยวอกแตกตายกันพอดี”

พฤกษ์ว่าอย่างอารมณ์ดีขี้เล่น ในขณะที่ดวงตาคมยังคงทอดมองตรงไปยังเส้นทางท้องถนนเบื้องหน้าเช่นเคย โดยที่มือคู่ใหญ่แสนซนยังคงไม่ยอมหยุดทำหน้าที่รุกรานจุดกึ่งกลางสวาท

“ที่รักคะ... ขอร้องเถอะ อย่าแกล้งกันสิ...”

“อ้าขากว้างอีกนิดครับ เค้าขยับมือไม่ถนัด”

หยาดกระแสเสียงแหบพร่ากระซิบสั่ง แผ่ระลอกความกระสันขับให้คนที่กำลังถูกปลุกปั่นยอมโอนอ่อนผ่อนตามอย่างว่าง่าย ร่างบางแยกเรียวขาคู่สวยออกจนสุดความกว้างขยับเปิดทางให้แก่เขา ในขณะที่ฝ่ามือร้ายกาจของอีกฝ่ายจัดการรูดรั้งแพนตี้ตัวจิ๋วลงมาเกี่ยวกองไว้ที่ข้อเท้าอย่างรวดเร็ว

ชายหนุ่มที่ลอบเหลือบสายตาเห็นความร่วมมือดังนั้นก็ยิ่งยกยิ้มกว้างออกมาด้วยความพึงพอใจ พร้อมกับเร่งความเร็วขยับก้านนิ้วเขี่ยรัวถี่กระชั้นกว่าเก่า จนณารินทร์ไม่อาจฝืนกลั้นเพลิงปรารถนาเอาไว้ได้อีกต่อไป

“ไม่... ไม่ไหวแล้ว... อื๊อออ!”

เรือนร่างเล็กกว่ากระตุกเกร็งสะท้านรุนแรง ปลดปล่อยหยาดน้ำหวานเยิ้มไหลทะลักออกมาเปรอะเปื้อนเต็มอุ้งมือของคนขับจนเปียกชุ่ม คนตัวโตที่แลเห็นผลงานของตัวเองก็ยกยิ้มชอบใจออกมาด้วยสายตาพราวระยับ ราวกับกำลังภาคภูมิใจในความสามารถของตนเสียเต็มประดา

“เห็นไหม... เล่นอะไรก็ไม่รู้ มันเลอะเทอะไปหมดแล้วนั่น มาค่ะ เดี๋ยวนาเช็ดให้นะ”

ณารินทร์ที่เห็นฝ่ามือหนาของแฟนหนุ่มเปรอะเปื้อนคราบน้ำรักจนเหนียวเหนอะหนะ จึงรีบกุลีกุจอเอื้อมมือไปควานหาทิชชูหมายจะนำมาซับความสะอาดให้ ทว่ายังไม่ทันที่มือน้อยจะได้เอื้อมไปทำตามที่คาดคิดเอาไว้ เสียงทุ้มต่ำของแฟนหนุ่มก็ดังขัดขึ้นเสียก่อน

“จะเช็ดทำไมล่ะครับ... เสียดายแย่”

ปลายคิ้วโก่งเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความงุนงงกับคำพูดแปลกประหลาดนั้น ก่อนที่ดวงตาคู่กลมโตชวนมองจะเบิกกว้างขึ้นกว่าเก่าด้วยความตื่นตะลึง ยามเมื่อแฟนหนุ่มผู้แสนดีส่งก้านนิ้วที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยคราบน้ำหวานจากกายเธอ เข้าปากตัวเองไปหน้าตาเฉย

“ที่รัก! ทำอะไรคะ?! ...มันสกปรกนะ!”

“หืม... อร่อยจะตาย ถ้าไม่ติดว่าต้องขับรถนะ... จะลงไปเลียให้เข็ดเลย!”

พูดไปเรียวลิ้นร้ายก็ตวัดเลียคราบบนนิ้วมือตัวเองไป พลางทำหน้าตาเคลิบเคลิ้มเหมือนกับว่าสิ่งที่ตนกำลังกินอยู่คือสุดยอดของอร่อยรสเลิศ

การกระทำอันจาบจ้วงขับให้ใบหน้าหวานของคนมองร้อนผ่าวแดงก่ำขึ้นมาอีกระลอก พร้อมกับอาการปั่นป่วนบีบรัดในช่องท้องที่เหมือนจะเริ่มตั้งเค้าขึ้นมาอีกครั้งแล้วอย่างช่วยไม่ได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป