บทที่ 18 เปิดเผย 3
ฉันสะลึมสะลือลืมตาขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดหัวอย่างหนัก เพียงแค่ขยับร่างกายก็เหมือนจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
พอเริ่มปรับสายตาได้ ก็มองเห็นใบหน้าหล่อเหลาของพี่โซ่เป็นสิ่งแรก
“พี่ทำอาหารเช้าเสร็จแล้วนะ ลินจะกินข้าวเลยไหม”
“พี่โซ่…เค้าปวดหัว เหมือนจะไม่สบายเลย”
เขาดูตกใจเล็กน้อย ก่อนจะรีบยื่นหลังมือมาแตะที่หน้าผากฉันเบาๆ เพื่อวัดไข้
“บอกแล้วว่าอย่าซ่าส์ สุดท้ายเป็นยังไง”
“ลินป่วยเพราะพี่นั่นแหละ เพราะพี่คนเดียวเลย” ฉันโวยวายแต่ไม่ได้จริงจังมากนัก ส่งสายตามองคนที่รังแกฉันอยู่ทั้งคืนอย่างคาดโทษ
“งอแงทำไม จะโทษพี่คนเดียวก็ไม่ถูกนะ เธอเป็นคนขอร้องให้พี่ทำเองไม่ใช่เหรอ”
“…..”
“ลุกไปอาบน้ำเองไหวไหม หรือจะให้พี่อุ้ม?”
“เค้าลุกไม่ไหวแน่เลย ปวดเนื้อปวดตัวไปหมด”
“เดี๋ยวพี่อุ้ม เธอต้องอาบน้ำนะ”
“ไม่อยากอาบเลย มันหนาวอ่ะ” ฉันรีบหยิบผ้านวมหนาขึ้นมาคลุมโปงเอาไว้ แต่ในที่สุดก็ถูกพี่โซ่ดึงผ้าห่มออกไปอยู่ดี
“ฝืนทนหน่อยแล้วกัน ไข้จะได้ลดเร็วๆ”
เมื่อไม่มีข้อโต้แย้ง จึงต้องยอมแต่โดยดี เสื้อผ้าที่สวมใส่ถูกเขาถอดออกจนเหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่า
ฉันถูกอุ้มกระเตงเดินเข้ามาในห้องน้ำ ก่อนที่คนตัวโตจะวางฉันลงบนพื้นอย่างเบามือ โดยมีเขายืนซ้อนอยู่ทางด้านหลังในสภาพล่อนจ้อนเช่นเดียวกัน
“ล้างหน้า แปรงฟันก่อน เสร็จแล้วค่อยอาบน้ำพร้อมกัน”
“สระผมให้เค้าด้วยนะ”
“เดี๋ยวพี่สระให้”
เขาบีบยาสีฟันใส่แปรงแล้วยื่นให้ฉัน ก่อนจะสัมผัสได้ถึงแท่งเนื้อลำใหญ่ที่กำลังขยายตัวเบียดเสียดถูไถไปตามบั้นท้าย
อ่า…คนตัวโตหื่นใส่ฉันแต่เช้าเลย ขนาดป่วยก็ยังไม่เว้น
“อ๊ะ…พี่จะทำอะไร?” ถึงแม้จะรู้อยู่แก่ใจแต่มันก็อดตกใจไม่ได้อยู่ดี ถ้าเขาทำมันอีก มีหวังได้ไข้ขึ้นแน่ๆ “เอาลินมาทั้งคืนแล้วนะ ยังไม่พออีกเหรอ”
“ช่วยไล่ไข้ให้เธอไง”
เล็บสวยจิกลงบนขอบอ่างล้างหน้าเมื่อคนที่อยู่ด้านหลังเริ่มดันแก่นกายเข้ามาอย่างช้าๆ จนมิดลำ
“เจ็บอ่ะ! พี่อย่าทำแรงนะ”
“แค่บอกว่าจะเ…ดตรงนั้นก็แฉะแล้วเหรอ?”
“…..” ฉันปรือตามองคนด้านหลังด้วยสายตาเย้ายวน เพียงแค่เขาสัมผัสก็อ่อนไหวอย่างง่ายดาย “พี่โซ่…มันจุก!”
“แต่พี่ว่าเธอเสียวมากกว่านะ”
“อื้อ…” ริมฝีปากบางสั่นระริกเมื่อเอวสอบเริ่มขยับอย่างเนิบนาบ ฉันมองภาพพี่โซ่ที่กำลังสะท้อนในกระจกบานใหญ่ ทุกท้วงทางลีลา การแสดงสีหน้า ฉันเห็นมันชัดเจนทั้งหมดว่าเขากำลังทำอะไรบ้าง
“เจ็บตรงนั้นมากเลย พี่อย่าเอาเค้าแรงนะ”
“ชอบให้พี่เอาแรงๆ ไม่ใช่เหรอ”
“ตอนบ่ายเค้ามีเรียน”
“หยุดพักสักวันคงไม่เป็นไร”
“พี่กำลังทำให้เค้าใจแตกนะ”
“ก็เธอยั่ว ใครจะไปทนไหว”
“ถ้าทำให้ลินไข้ขึ้น พี่เจอดีแน่!”
“คิดว่าพี่กลัวคำขู่ของเธอหรือไง” ไม่พูดเปล่าแต่เขายังกระตุกผมฉันอย่างแรงเพื่อให้เงยหน้าขึ้นไปสบตา แล้วโน้มฝีปากลงมาจูบอย่างดูดดื่ม
“อ๊า…ลินเสียว~”
“พี่ก็เสียวเหมือนกัน อืม…”
-มหาวิทยาลัย-
“พวกแกสองคนคบกันจริงจังแล้วใช่ไหม?” ประโยคนี้แอนนี่เป็นคนเอ่ยถาม
“จริงจังสิ ฉันพาเขาไปเจอพ่อกับแม่มาแล้วด้วย”
“แล้วทำไมไม่เห็นพาแฟนแกมาให้พวกฉันรู้จักบ้าง”
ฉันถึงกลับเงียบไปเพราะไม่รู้ว่าควรบอกเพื่อนยังไงดี พอบอกว่าจะพามาเจอเพื่อนทีไรพี่โซ่ก็บ่ายเบี่ยงตลอดคล้ายกับไม่อยากมาเจอเพื่อนๆ
“เขาเป็นคนโลกส่วนตัวสูง ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร”
“แต่พวกฉันเป็นเพื่อนแกนะ อย่างน้อยก็น่าจะมาทำความรู้จักกันบ้างสิ”
“เอาไว้ถ้ามีโอกาสจะพามาให้พวกแกรู้จักก็แล้วกัน”
“มีแค่แกคนเดียวที่จริงจังหรือเปล่า ฉันไม่เห็นว่าเขาจะอะไรกับแกเลย”
“เขาไม่ค่อยพูดน่ะ แต่เขาแสดงให้เห็นนะว่าฉันสำคัญ”
“ฉันว่าแกคิดไปเอง ถ้าเขารักแกเขาต้องชัดเจนกับแกสิ” สิ่งที่แอนนี่พูดนั้นถูกทุกอย่าง เขาไม่เคยบอกว่ารักฉัน หรือแม้กระทั่งเป็นแฟนก็ยังไม่เคยขอเลยด้วยซ้ำ
“ฉันเห็นด้วยกับแอนนี่ ถ้าคบกันจริงจังก็ต้องทำให้คนอื่นเห็นด้วยสิ ไม่ใช่รู้กันแค่สองคน แบบนั้นมันไม่ต่างอะไรกับแฟนเก็บเลยนะ”
“…..”
สุดที่รัก : พี่เลิกเรียนแล้วนะ จะให้ไปรอที่ไหน
ฉัน : รอแถวสนามบาสก็ได้ค่ะ เดี๋ยวลินเดินไปหา
สุดที่รัก : อยากกินอะไรไหม
ฉัน : ลินอยากกินน้ำมะพร้าวปั่นกับโตเกียวไส้หวาน
สุดที่รัก : เดี๋ยวพี่เดินไปซื้อให้ครับ
ฉัน : (ส่งสติกเกอร์หมีขอบคุณ)
เมื่อส่งข้อความหาพี่โซ่เสร็จ จึงรีบเก็บข้าวของใส่กระเป๋าสะพาย หลังจากเลิกเรียนวันนี้เราสองคนมีนัดไปดูหนังด้วยกันสองคน เสร็จแล้วว่าจะไปกินหมูกระทะต่อ
“หนูจ้ะ…เดี๋ยวก่อนสิหนู”
ฉันสะดุ้งด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ มีผู้หญิงที่ไหนไม่รู้เดินมาขวางหน้าเอาไว้ ในขณะที่กำลังจะเดินไปขึ้นรถที่จอดอยู่
เมื่อเพ่งสายตามองจ้องก็รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเหมือนเคยเห็นเธอที่ไหนมาก่อน
รูปร่างหน้าตาดูมีสง่าราศีเหมือนคุณหญิงคุณนายที่รวยมากๆ ดูจากเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่สวมใส่ บ่งบอกได้ถึงฐานะว่าไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ
ถ้าจำไม่ผิดเธอน่าจะชื่อมิรันตี หรืออะไรสักอย่างนี้แหละ คนในแวดวงสังคมไฮโซย่อมรู้จักดี มีหน้ามีตาเป็นถึงภรรยาของเจ้าสัวเจริญที่รวยอันดับต้นๆ ของประเทศ
“เอิ่ม…เรียกหนูเหรอคะ?”
ดวงตากลมโตหันซ้ายมองขวา แล้วพบว่าตรงนี้มีแค่ฉัน
“หนูเป็นแฟนของโซ่ใช่ไหม?”
“คุณรู้จักพี่โซ่ด้วยเหรอ?”
“ฉันเป็นแม่ของโซ่”
“ว่ายังไงนะคะ?” คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความงุนงง มันทั้งอึ้งและรู้สึกตกใจ ผู้หญิงคนนี้เป็นแม่ของพี่โซ่จริงๆ เหรอ หน้าตาของพี่โซ่ก็มีบางส่วนที่ละม้ายคล้ายคลึงเธออยู่เหมือนกัน
“ฉันเป็นแม่ของโซ่” เธอยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น มีบางช่วงที่เห็นเหมือนแววตาของเธอสั่นไหวคล้ายกับจะร้องไห้ออกมา
“คุณมิรันตีเป็นแม่ของพี่โซ่จริงๆ เหรอคะ?” ฉันทวนถามอีกครั้งเพื่อยืนยันว่าตัวเองไม่ได้หูฝาดไปแน่ๆ
“พอจะมีเวลาว่างให้แม่สักห้านาทีไหม แม่มีเรื่องอยากจะคุยด้วย”
“คุณมีอะไรก็พูดมาเลยค่ะ”
“ตอนนี้แม่กับโซ่มีเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อย แม่พยายามติดต่อเขาทุกวิธีทาง แต่โซ่ไม่ยอมออกมาเจอกันเลย”
“…..”
“โซ่เขาโกรธแม่มาก ซึ่งแม่ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง ถ้ามีหนูช่วยเหลือ โซ่อาจจะยอมปรับความเข้าใจกับแม่”
“แล้วคุณจะให้หนูช่วยยังไงเหรอคะ?”
“ช่วยนัดให้โซ่ออกมาเจอแม่ที่นี่ได้ไหม” คุณมิรันตียื่นนามบัตร มันคือที่อยู่ของคอนโดหรู
“…..” ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นอย่างคิดไม่ตก
ถ้าเกิดว่าเขาสองคนเป็นแม่ลูกกันจริงนั่นหมายความว่า พี่โซ่ต้องรวยมากๆ แน่เลยใช่ไหม
ถ้าปรับความเข้าใจกับแม่ พี่โซ่กับคุณลุงอาจจะไม่ต้องทำงานหนักใช้ชีวิตลำบากอยู่แบบนี้
แต่ทำไมเขาถึงไม่เคยปริปากเล่าเรื่องอะไรพวกนี้ให้ฉันฟังเลย
“ถือว่าช่วยให้เราสองคนได้ปรับความเข้าใจกันเถอะนะ แม่สัญญาว่าจะไม่ลืมบุญคุณครั้งนี้เลย”
“หนูไม่รับปากนะคะ ขอเก็บไปคิดดูก่อน”
“ถ้าตัดสินใจได้เมื่อไหร่ให้โทรหาแม่ที่เบอร์นี้นะ”
“…..”
