บทที่ 19 สั่นคลอน

“เป็นอะไร?” พี่โซ่เอ่ยถามในขณะที่ฉันกำลังนั่งเหม่อลอยคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย “หรือรสชาติอาหารไม่ถูกปาก?”

“ก๋วยเตี๋ยวร้านนี้อร่อยมาก แต่ลินมีเรื่องต้องคิดนิดหน่อย”

“คิดเรื่องอะไร?”

“ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ค่ะ เป็นความลับ”

“ไม่ใช่คิดจะทำอะไรพิเรนทร์อีกนะ?” เขาหรี่สายตามองมาทางฉันคล้ายจับผิด 

“พี่ช่วยมองเค้าในแง่ดีหน่อยสิ! ลินไม่ได้คิดจะทำอะไรพิเรนท์เลยนะ เรื่องนี้มันสำคัญมากด้วย”

“สำคัญมากขนาดนั้นเลยเหรอไง ถึงได้ทำหน้าซีเรียสขนาดนั้น”

“คิดว่าสำคัญค่ะ” 

เมื่อเห็นว่าเขาเริ่มสงสัยเลยรีบทำสีหน้าและท่าทางให้กลับมาเป็นปกติ แต่ก็ยังคิดถึงคำพูดของคุณมิรันตีก่อนหน้านั้น ในสมองยังคงตบตีว่าควรจะทำยังไงต่อไป

“เห้ออ ช่างมันเถอะ ไม่อยากคิดแล้วอ่ะ ปวดหัวตุ๊บๆ เลย”

“คนอย่างเธอไว้ใจได้ที่ไหน เผลอเป็นไม่ได้ ชอบเล่นซนตลอด” คนตัวโตใช้มือบีบเข้าที่แก้มของฉันอย่างแรง

ด้วยความมันเขี้ยว “เอาลูกชิ้นไหม เดี๋ยวพี่ให้หมดเลย”

ฉันรีบปฏิเสธพลางมองไปยังลูกชิ้นก้อนกลมสามลูกที่อยู่ในชามก๋วยเตี๋ยวของพี่โซ่เพราะของตัวเองได้กินหมดไปก่อนหน้านั้นแล้ว

“ของอร่อยแบบนี้พี่เก็บไว้กินเถอะ”

“แต่พี่อยากให้เธอกินมากกว่า พี่ชอบเห็นเธอตอนได้กินของอร่อย”

เขาไม่ยอมแพ้ ยัดเยียดลูกชิ้นที่เหลือใส่ชามให้ ด้วยความหิวฉันจึงกินมันหมดจนหมดไม่เหลือแม้กระทั่งน้ำซุป

“อยากกินอะไรอีกไหม”

“ไม่ดีกว่า ตอนนี้รู้สึกอิ่มมากเลย”

“แน่ใจว่าอิ่ม”

“อิ่มแล้วค่ะ”

“ถ้าอยากกินอะไรเพิ่มก็บอกแล้วกัน”

“ลินอยากแนะนำพี่ให้เพื่อนๆ รู้จัก หาเวลาว่างไปนั่งดื่มด้วยกันหน่อยไหม”

“…..”

“พรุ่งนี้เลยเป็นไง หรือจะไปวันหยุดดี?”

“พี่ทำแต่งานไม่ค่อยมีเวลาว่างหรอก” ประโยคที่เขาตอบกลับมายังคงปฏิเสธเหมือนเคย

“แค่แป๊บเดียวเอง สักครึ่งชั่วโมงก็ได้ค่ะ” ฉันพูดอย่างเข้าใจ เพราะเขามีงานต้องทำ อาจจะไม่ค่อยมีเวลาเหมือนที่บอกจริงๆ

“เอาไว้คราวหน้าแล้วกัน”

“เมื่อไหร่ดีคะ ลินจะได้บอกเพื่อนล่วงหน้า”

“…..”

“แบบนี้อีกแล้ว…พอชวนทีไรก็บ่ายเบี่ยงตลอดเลย ไม่อยากรู้จักเพื่อนเค้าเหรอ”

“พี่ว่ามันไม่ได้จำเป็นอะไร”

“แต่นั่นมันเพื่อนลินนะ ทำไมถึงพูดแบบนี้ แล้วในชีวิตนี้ลินก็มีเพื่อนสนิทแค่สองคน”

“…..” 

“พี่ทำเหมือนไม่ค่อยแคร์ลินเลยอ่ะ ทั้งๆ ที่ลินพยายามทำความรู้จักกับเพื่อนพี่ ใส่ใจคนรอบข้างของพี่ทุกคน”

“…..”

“แต่ดูสิ่งที่พี่ทำกับลินสิ ไม่มีความชัดเจนอะไรสักอย่างเลย ถ้าลินไม่เอ่ยปากขอก่อนก็คงไม่ได้” ฉันพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือไปมากกว่านี้ ไม่ได้อยากกลายเป็นคนงี่เง่าในสายตาเขาเลยสักนิด “พี่อาจไม่ได้คิดอะไร แต่ลินกลับรู้สึกเหมือนมีแค่ลินที่พยายามอยู่คนเดียว มีแค่ลินที่ปรับตัวอยู่ฝ่ายเดียว”

“…..” เขายังคงนั่งเงียบ เป็นผู้ฟังที่ดีไม่ยอมพูดหรือแก้ตัวอะไร

“ลินยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง พี่บอกให้ทำอะไรลินก็ทำทุกอย่าง ไม่เคยงอแงเลยสักครั้ง”

“…..”

“แต่ถามจริงๆ เถอะนะ พี่เคยคิดที่อยากจะคบกับลินไหม เคยคิดที่จะเข้าหาลินก่อนหรือเปล่า”

“ขึ้นเสียงใส่พี่ทำไม พูดกันดีๆ ได้ไหม อย่าใช้อารมณ์” เขาพูดด้วยท่าทางที่ใจเย็นมาก มากจนฉันกลายเป็นผู้หญิงขี้โวยวาย

“งั้นพี่ช่วยพูดอะไรแทนการเงียบแบบนี้ เหมือนพี่กำลังตอกย้ำว่าสิ่งที่ลินพูดมันคือความจริง”

“เธอกำลังโมโห ถึงพี่พูดไปตอนนี้ก็มีแต่จะทะเลาะกัน”

“โอเค ลินเข้าใจทุกอย่างแล้ว พี่แม่งโคตรน่าเบื่อเลย!”

ฉันหยัดตัวลุกขึ้น ก่อนจะตบโต๊ะใส่เขาอย่างแรงด้วยความหงุดหงิด ทุกอย่างที่เกี่ยวกับฉัน มันกลายเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยสำหรับเขาไปหมด 

ต่างจากฉันที่ไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็สำคัญไปซะทุกเรื่อง

สิ้นประโยคนั้นจึงรีบหยิบกระเป๋าสะพายแล้วเดินมาขึ้นรถ ไม่หันกลับไปมองด้วยซ้ำว่าเขากำลังมีสีหน้าแบบไหน

“…..”

-บ้านสิริรัฐภาค-

“กลับมานอนบ้านได้แล้วเหรอ ปกติเห็นแต่ซุกอยู่กับแฟน” ปริมพูดขึ้นเมื่อเห็นฉันกลับมานอนที่บ้านในรอบอาทิตย์ เพราะปกติถ้าไม่อยู่บ้านพี่โซ่ก็จะไปนอนที่คอนโด

“วันนี้เค้าอารมณ์ไม่ดีนะ”

“เป็นอะไร?”

“เบื่อผัว”

“พี่โซ่เขาก็ดูตามใจลินดีนะ ยังจะต้องเบื่ออะไรอีก”

“แค่น้อยใจอ่ะ”

“น้อยใจเรื่องอะไร?”

“เหมือนที่ผ่านมาลินต้องพยายามอยู่ฝ่ายเดียว”

“อะไรที่ทำให้ลินคิดแบบนั้น”

“ก็หลายเรื่อง เขาทำให้ลินรู้สึกแบบนั้น”

“พี่ว่าลินคิดมากไปเองหรือเปล่า”

“เค้าไม่ได้คิดมากไปเองนะ”

พูดประโยคนี้แล้วรู้สึกน้ำตาคลอ ขนาดฉันทำแบบนี้แต่เขาก็ยังเฉย ไม่โทรมาง้อแม้แต่นิดเดียวหรือถ้าเขาโทรมาหาและพูดจาดีๆ ปรับความเข้าใจ ฉันก็คงยกโทษให้อย่างง่ายดายเหมือนที่ผ่านมา

แต่…เขาไม่เคยง้อเลยต่างหาก เวลาที่ฉันโกรธหรือโมโหสุดท้ายจะเป็นฝ่ายหายเองตลอด

หรือฉันควรหยุดแล้วให้เขาไปฝ่ายตามง้อดูบ้าง

แต่สำหรับฉันคงไม่ได้สำคัญอะไรกับเขามากขนาดนั้นหรอก

“ดึกมากแล้วนะ ทำไมยังไม่นอนอีก” ปริมเอ่ยถามในขณะที่ฉันเอาแต่ขยับพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงนอน

“ยังไม่ง่วงเลย”

“นอนไม่หลับเหรอลิน?”

“ลินนอนไม่หลับ ปริมว่าพี่โซ่เขาจะโทรมาง้อลินไหม?” 

ดวงตากลมโตเหลือบสายตามองหน้าจอโทรศัพท์อยู่เป็นระยะ แต่ทุกอย่างยังคงว่างเปล่า พี่โซ่ไม่ยอมโทรมาหรือส่งข้อความหาแต่อย่างใด 

“แล้วทำไมไม่เป็นฝ่ายโทรหาเขาเองล่ะ”

“อยากให้เขาเป็นฝ่ายมาง้อบ้าง”

“แต่ถ้าเขาจะโทรมาง้อก็คงโทรมานานแล้วล่ะมั้ง”

มันสะอึกอยู่ในลำคอ เป็นเหมือนที่ปริมบอก ถ้าเขาจะง้อคงง้อตั้งแต่อยู่ด้วยกัน คงห้ามไม่ให้ฉันเดินออกมา 

“ลินคงไม่สำคัญสำหรับเขาหรอก”

“ลินอย่าร้องไห้นะ เดี๋ยวพี่ก็ร้องตามหรอก” ปริมหันมากอดฉันพร้อมลูบหลังเบาๆ ยอมรับว่าตัวเองงี่เงา แค่อยากให้เขาสนใจบ้าง

ฉันเคยวิ่งตามเขาได้ แต่มันไม่ได้หมายความว่าจะตามได้ตลอด การที่คอยขอความรักจากคนอื่นมันก็เหนื่อยเป็นเหมือนกันนะ

“ปริมว่าเค้าควรพอดีไหม เค้าเหนื่อยมากเลย เค้าไม่อยากไปต่อแล้ว”

“ตอนนี้ลินกำลังเป็นประจำเดือนหรือเปล่า หรือว่าโมโหหิว?”

“ลินไม่ได้โมโหหิวนะ”

“ลองหาอะไรหวานๆ เย็นๆ กินก่อนไหม เผื่อทำให้อารมณ์ดีขึ้น”

“…..”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป