บทที่ 8 รักของเราเริ่มต้นที่ตรงนั้น (4)

"ไปนะครับ แล้วก็อย่าอ้อนอย่างอแงกับ..."

คนพูดหยุดค้างเอาไว้พร้อมเหลือบมองสบตาคนที่อุ้มลูกสาวมาส่งถึงโรงรถ...ม่านไหมรู้ดีว่าเขาไม่เต็มใจที่จะยอมรับกันง่ายๆ ว่าหล่อนคือแม่ของลูก ความน้อยใจถาโถมบาดลึกในห้วงอารมณ์ แววตาซ่อนความเสียใจไม่อาจหลอกเขาได้ ชายหนุ่มเบือนหน้าหนีแสร้งไม่ใส่ใจ นั่นคือเปลือกนอกแสนแข็งกระด้าง ใช้ห่อหุ้มใจอันแสนอ่อนไหวที่ยากเกินจะทำความเข้าใจกับมัน

"ถ้าจะไม่ต้องลำบากใจ คิดเสียว่าจ้างไหมมาเป็นพี่เลี้ยงแกก็ได้นะคะ บอกน้องไปว่า...ไหมเป็นพี่เลี้ยงเท่านั้นพอ"

เขาไม่พูดอะไร ความสากระคายถูไถลงบนแก้มซาลาเปาแล้วสูดกลิ่นหอมๆ เข้าปอดแรงๆ จนชื่นใจ...ม่านไหมตวัดตามอง เมื่อจมูกของเขาหอมแก้มลูกสาว แต่มือกลับตะปบลงบนบั้นท้ายเต่งตึงแล้วออกแรงบีบเคล้นคลึงราวกับว่าทั้งร่างกายนี้มีเขาเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว

"อาเต!"

"ถูกนิดถูกหน่อยทำเป็นออกอาการ หรือเธอกลัวไอ้ปาล์มมันรู้ว่าเราสองคนน่ะ..."

"คนอื่นไหมไม่กลัว แต่คนในบ้านสิน่ากลัวที่สุด ไม่คิดบ้างเหรอคะว่าถ้าสองแม่ลูกนั่นเห็นเข้า ก็คงจะเอาไปพูดจนรู้กันทั้งซอย"

"จริงๆ แล้วเธอกลัวไอ้ปาล์มมันรู้มากกว่า...เธอกลัวว่าถ้าหมอนั่นรู้ ความรู้สึกดีๆ มันคงจะไม่มีเหลือ อย่างนั้นใช่มั้ยที่เธอกลัว"

"ใช่ค่ะ ไหมแคร์ความรู้สึกของเขา เรื่องระหว่างเราขอให้เป็นความลับต่อไป เพราะมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่เราจะมารักกัน"

พูดจบก็อุ้มลูกเดินหนีเข้าบ้าน ทิ้งระเบิดไว้ในใจคนที่ยืนหัว

ร้อนอยู่ข้างรถ เสียงเข่นรอดไรฟันดังตามหลัง หล่อนไม่รู้ว่านั่นคือความหึงหวงหรือแค่อยากเอาชนะกันแน่

"จริงๆ แล้วเธอคิดยังไงกับหมอนั่น ไหนลองตอบให้ชื่นใจหน่อยซิ!"

ม่านไหมหยุดเดินแล้วหันกลับมา แววตาที่มองดูอวดดีจับจ้องเจ้าของคำถามเขม็ง วินาทีนี้อยากถามเขากลับบ้าง...ทุกวันนี้รักกันบ้างไหม นั่นคือความอัดอั้นใจมานานวัน ทว่า...เสียงกระซิบสั่งว่าอย่าเรียกร้องอะไรกับผู้ชายที่ไม่เคยมีแม้คำรักให้ได้ยิน ยืนอยู่ในที่ตัวเองแล้วทำหน้าที่ปัจจุบันให้ดีที่สุด ความเข้มแข็งเหล่านี้หล่อนนึกแปลกใจ ไม่คิดว่าจะทนมาได้จนลูกสาวของเขาล่วงเข้าสามเดือน

"ไอ้สายตาอวดดีแบบนี้หมายความว่าไง หรือว่าปีกกล้าขาแข็งแล้วก็เลยเริ่มมีปากเสียง ออกอาการพยศทั้งที่เธอไม่เคยเป็น!"

"....."

"ว่าไงล่ะไหม เธอคิดยังไงกับหมอนั่น ถ้ารักกันก็ขอให้บอก จะได้ไปบอกพ่อของมันให้รีบยกขันหมากมาขอเธอ"

"ไหมจะไม่พูดอะไรที่ฆ่าตัวเองหรอกค่ะอาเต ไปทำงานหาเงินไว้เลี้ยงลูกมากกว่ามานั่งสนใจไหมเถอะค่ะ ส่วนไหมก็จะทำหน้าที่พี่เลี้ยงให้ดีที่สุด...จนกว่า...เขาเติบโตพอที่จะไม่ต้องการไหมอีกต่อไป"

หล่อนทิ้งท้ายแล้วเดินจากไปโดยไม่หันกลับมาตอบโต้อะไรอีก...หมายความว่ายังไงในถ้อยคำนั้น คนหัวร้อนยืนครุ่นคิดท้าวแขนอยู่กับหลังคารถ มองตามแผ่นหลังคนที่เดินห่างไปเรื่อยๆ...ทำไมเขาจึงรู้สึกใจสั่นแปลกๆ กับถ้อยคำกำกวม ถามตัวเองพร้อมกับการเปิดประตูรถเพื่อเข้าไปนั่งข้างใน...เปอร์โยRCZ สีเทาเข้มที่ขัดเคลือบสีจนเงาวับแล่นปราดออกไปจากโรงรถ หน้าที่ความรับผิดชอบที่เขาไม่อาจหลบเลี่ยง ผู้กุมบังเหียนบริษัทรับเขียนแบบเครื่องจักรในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม คือบริษัทที่ก่อร่างสร้างขึ้นมากับมือ เริ่มจากศูนย์จนค่อยๆ เติบโตขึ้นมาได้อย่างมั่นคง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป