บทที่ 10 ไม่อยากกินของพวกนั้น

ตอนที่ 10 ไม่อยากกินของพวกนั้น

"ไปสิ" แม้จะเอ่ยเช่นนั้นแต่มือกลับกระชากผ้าขนหนูอันน่ารำคาญนั้นออก พรึ่บ!

"พี่อัค!"

อัคคีไม่สนใจคำต่อต้าน เขาอุ้มเธอก่อนจะก้าวลงไปในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ น้ำในอ่างกระฉอกออกด้านนอกตามแรงขยับ ตัวน้ำที่เริ่มเย็นชืดไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความเร่าร้อนของคนทั้งคู่เลยแม้แต่น้อย ทว่าในวินาทีที่ผิวกายสัมผัสกับสายน้ำ อัคคีไม่ได้โหมกระหน่ำความรุนแรงในทันทีอย่างที่ลักษิณาคาดคิด ชายหนุ่มกลับค่อยๆ วางเธอลงให้นั่งพิงขอบอ่างหินอ่อนอย่างทะนุถนอม ก่อนที่เขาจะทรุดตัวลงนั่งซ้อนอยู่ทางด้านหลัง โอบกอดเรือนร่างกลมกลึงเอาไว้ในอ้อมแขนกว้าง

            สายน้ำที่เคยลดอุณหภูมิลงไปแล้ว กลับดูเหมือนจะทวีความร้อนขึ้นมาในทันใดเมื่อสะท้อนกับไออุ่นจากผิวกายของชายหนุ่ม อัคคีสูดดมความหอมจากเรือนผมเปียกชื้นของเธอเบาๆ ปลายจมูกโด่งสันลากไล้ผ่านพวงแก้มเนียนไปจนถึงหลังใบหู เสียงลมหายใจหอบต่ำของเขาดังคลออยู่ใกล้ๆ ชวนให้ใจดวงน้อยสั่นสะท้าน

            “พี่อัค...พี่เพิ่งจะเหนื่อยจากการผ่าตัดมานะ ทำไมถึงยัง...อื้อ!” ลักษิณาครางแผ่วในใจกลับปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอก็เองก็หลงใหลไปกับสัมผัสนั้นของเขา หญิงสาวพยายามเบี่ยงหน้าหลบแต่กลับกลายเป็นการเปิดทางให้เขาซุกไซ้ซอกคอได้ถนัดถี่ถ้วนยิ่งขึ้น

            ราวกับไม่ได้ยินคำพูดนั้น “ทำไมน่ากินขนาดนี้...” ขณะกระซิบข้างใบหูเล็ก ฝ่ามือหนาที่จมอยู่ใต้ผิวน้ำเริ่มเคลื่อนไหวลูบไล้ไปตามหน้าท้องแบนราบลื่นมือ สัมผัสแผ่วเบาทว่าจงใจเน้นย้ำสร้างกระแสไฟแล่นปราดเข้าสู่ใจกลางความอ่อนไหว ลักษิณาขยับตัวหยุกหยิกด้วยความวาบหวาม สองมือเรียวยกขึ้นกุมมือหนาของเขาเอาไว้หวังจะเหนี่ยวรั้ง แต่ชายหนุ่มกลับพลิกฝ่ามือประสานนิ้วเรียวเข้ากับเธอแน่นหนา

            อัคคีเริ่มโลมเล้าด้วยความใจเย็น ราวกับต้องการชดเชยความเร่งรีบจากห้องรับแขกก่อนหน้านี้ ริมฝีปากหนาของเขาละจากลำคอระหง ขยับมาจุมพิตที่ลาดไหล่มน ลากเรื่อยลงมาตามความโค้งมนของหัวไหล่ ขณะที่มืออีกข้างที่ว่างอยู่ใต้ผิวน้ำ ค่อยๆ ช้อนขึ้นมากุมบังเหียนความงดงามเบื้องหน้า สัมผัสอุ่นชื้นของน้ำผสมผสานกับฝ่ามือสากระคายขยับเคล้นคลึงทรวงอกอวบอิ่มอย่างแผ่วเบาในทีแรก ก่อนจะค่อยๆ เพิ่มแรงบีบเฟ้นเมื่ออารมณ์ดิบเริ่มก่อตัวขึ้นใหม่

            “อ๊ะ... พี่อัค...” หญิงสาวแหงนศีรษะพิงกับไหล่กว้างของเขา ดวงตาหวานปรือปรอยจับจ้องไปยังแสงไฟวิวยามค่ำคืนด้านนอกกระจกบานใหญ่ ภาพตึกสูงระฟ้าและแสงสีส้มสลัวสั่นไหวระยิบระยับในสายตา ราวกับว่าโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้างไปพร้อมกับสัมผัสของเขา

            ชายหนุ่มจงใจใช้ปลายนิ้วสะกิดหยอกเย้ากับยอดอกอวบใต้ผิวน้ำอย่างช่ำชอง ทุกครั้งที่นิ้วแกร่งปัดผ่าน ลักษิณาจะสะดุ้งน้อยๆ พร้อมกับลมหายใจที่กักเก็บไว้ถูกผ่อนออกมาเป็นเสียงครางหวานหู ความเย็นของน้ำไม่อาจดับความร้อนรุ่มที่กำลังปะทุขึ้นในอกได้เลย อัคคีบดเบียดแผ่นอกแกร่งเข้าหากลางหลังของเธอ บีบบังคับให้เธอรับรู้ถึงสัดส่วนความเป็นชายที่ตื่นตัวอย่างเต็มที่และกำลังดุนดันอยู่ทางเบื้องหลัง

            “ลักษ์เองก็ควรผ่อนคลายนะ...” เขาปลอบประโลมเสียงทุ่มนุ่ม ทว่าแฝงกระแสสั่งการเด็ดขาดอยู่ในที

            ลักษิณาปล่อยให้ร่างกายดำเนินไปตามสัญชาตญาณและการชักนำอันชำนาญของสามี ชายหนุ่มใช้มือข้างหนึ่งเชยคางมนของเธอให้เอียงกลับมารับรสจูบอีกครั้ง คราวนี้เป็นบดจูบเร่าร้อนที่ทวีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น ลิ้นร้อนแทรกซอนเข้าหากันอย่างพัวพัน ดูดดึงความหวานจนเกิดเสียงชื้นแฉะเบาๆ ในห้องน้ำอันเงียบสงบ ลักษิณาตอบสนองด้วยความเขินอายทว่าเต็มใจ เรียวลิ้นเล็กๆ ขยับตอบโต้จนชายหนุ่มครางฮึ่มในลำคอด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด

            ฝ่ามือหนาที่อยู่ใต้ผิวน้ำค่อยๆ ละจากทรวงอก นวดเฟ้นลงมายังสะโพกมนปนเนื้อนิ่ม ก่อนจะเลื่อนผ่านต้นขาด้านในที่เบียดชิดกันอยู่ อัคคีใช้เข่าแกร่งแทรกกลาง ขยับขยายเรียวขาคู่สวยให้ออกห่างจากกันช้าๆ เปิดทางให้ปลายนิ้วร้อนสัมผัสอย่างลึกลงไปสู่ความลึกลับที่ซ่อนเร้น สัมผัสแรกในสายน้ำชวนให้รู้สึกหวิวไหวจนลักษิณาเกร็งหน้าท้องสะดุ้งโหยง มือเรียวจิกเข้ากับขอบอ่างหินอ่อนแน่นจนปลายนิ้วขึ้นสีขาว

            “พี่อัค...ตรงนั้น... มะ ไม่เอา...” เธอประท้วงระคนอ้อนวอน แต่อัคคีไม่ฟังคำทัดทาน

            นิ้วแกร่งสอดแทรกเข้าไปในความนุ่มหยุ่นชุ่มฉ่ำ สัมผัสสอดรับรัวเร็วเน้นย้ำสลับความลึกซึ้ง บรรจงสร้างความสั่นสะท้านให้แก่คนใต้ร่างครั้งแล้วครั้งเล่า ความวาบหวามแผ่กระจายจากจุดกึ่งกลางกายแล่นริ้วขึ้นมาจนถึงทรวงอก ลักษิณาส่ายหน้าใบหน้าไปมา ร้องครางระงมอย่างอดกลั้นเอาไว้ไม่อยู่ สองขาสั่นระริกใต้ผิวน้ำที่กระเพื่อมไหวรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามจังหวะมือของเขา จนกระทั่งความเสียวซ่านพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดจนร่างของเธอกระตุกเกร็งแนบแน่น

            ชายหนุ่มถอนนิ้วออก พรมจูบไปทั่วแผ่นหลังเนียนและซอกไหล่เพื่อปลอบประโลม ก่อนจะขยับตัวพลิกให้ลักษิณาหันหน้ากลับมาเผชิญหน้ากับเขา อัคคียกยิ้มเจ้าเล่ห์ดวงตาพราวระยับท่ามกลางความมืดสลัว

"ซุปไก่เย็นหมดแล้ว..."เธอเอ่ยตาปรือคล้ายพยายามอยากเตือนเขาว่ามีอาหารรออยู่ด้านนอก

            "พี่ไม่อยากกินซุปไก่แล้ว"เขากระซิบเสียงแหบพร่า และแล้วลักษิณาก็ต้องหลุดปากร้องเสียงหลงเมื่อสะโพกมนถูกยกขึ้น ความแกร่งแทรกเข้ามากลางกายเธออีกครั้ง "อ๊า!"

            ความเหนื่อยล้าจากการผ่าตัดและงานบริหารของอัคคีหายไปเป็นปลิดทิ้ง เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่ต้องการเคี่ยวกรำภรรยาสาว มือแกร่งบีบขยำทรวงอกอวบอิ่มอย่างเมามัน น้ำในอ่างกระเพื่อมไหวและกระฉอกข้ามขอบอ่างตามแรงอารมณ์ที่โหมกระหน่ำ จนในที่สุดลักษิณาก็หวีดร้องออกมาสอดประสานกับเสียงครางต่ำในลำคอของอัคคีที่ปลดปล่อยความต้องการออกมาจนหมดสิ้นทุกหยาดหยด

“พี่อัค! พอได้แล้ว!”

            ค่ำคืนอันยาวนานดำเนินไปอย่างเร่าร้อน อาหารเย็นรสเลิศที่เธอตั้งใจจัดเตรียมไว้ให้เขากินเพื่อบำรุงกำลังไม่ได้ถูกแตะต้องแม้แต่คำเดียว

            เพราะสำหรับเขาแล้ว... ไม่มีอาหารจานไหนที่จะเลิศรส มอบพลังงาน และเติมเต็มความกระหายให้เขาได้ดีไปกว่าลักษิณาอีกแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป