บทที่ 3 นี่คือภรรยาผม

ตอนที่ 3 นี่คือภรรยาผม

แสงแดดยามเช้าสาดลอดผ่านผ้าม่านสีเทาเข้ามาภายในห้องหรู ลักษิณาค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า สิ่งแรกที่รับรู้ได้คือความเมื่อยล้าตามร่างกาย และอ้อมแขนแข็งแรงที่กำลังกอดเอวเธอไว้แน่น

หญิงสาวชะงัก …ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีเมื่อภาพเหตุการณ์เมื่อคืนแล่นกลับเข้ามาในหัว

เธอเม้มริมฝีปากแน่น พลางพยายามขยับตัวเบาๆ แต่ยังไม่ทันลุก เสียงทุ้มแหบพร่าก็ดังขึ้นเหนือศีรษะ

“จะไปไหน”ลักษิณาสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนหันกลับไปมอง

อัคคียังหลับตาอยู่ แต่แขนของเขากลับกอดเธอแน่นขึ้นกว่าเดิม

“ฉัน…จะลุกไปอาบน้ำค่ะ”

“ต่อไปเรียกพี่อัค”

“ค่ะ พี่อัค” เธอตอบอย่างว่าง่าย “งั้นลักษ์ไปอาบน้ำก่อนนะคะ”

“ให้อาบให้ไหม?”น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งราวกับกำลังพูดเรื่องปกติที่สุดในโลก

“เอ่อ!!! ไม่เป็นไรเลยค่ะ”เธอเสียงสูงทันทีหน้าแดงจัด

หญิงสาวรีบลุกจากเตียง ทว่าเพียงเท้าสัมผัสพื้น เธอก็แทบขาอ่อนจนต้องรีบจับขอบเตียงเอาไว้ดวงตาคมของชายหนุ่มมองตามเงียบๆ ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเล็กน้อย

ปัง!

เสียงประตูปิดลงอย่างรวดเร็วภายในห้องน้ำ หญิงสาวยืนพิงประตูพลางหอบเบาๆ ใบหน้าร้อนผ่าว ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นรอยแดงจางๆ บริเวณลำคอที่สะท้อนออกมาจากกระจก

ลักษิณาเบิกตากว้าง พอทำใจได้ครู่หนึ่งก็รีบอาบน้ำ

หลังอาบน้ำอย่างรวดเร็วเสร็จเธอก็เดินออกมาในชุดคลุมอาบน้ำ

แล้วเธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่า…เสื้อผ้าของเธอถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว แม้กระทั่งเครื่องประดับ รองเท้า กระเป๋า รวมถึงเครื่องสำอาง ทุกอย่างถูกจัดวางไว้อย่างสมบูรณ์แบบราวกับมีคนรู้ความต้องการของเธอทั้งหมด

"ลักษ์แต่งตัวไปนะ พี่อาบน้ำก่อน" เขาเอ่ยเสียงเรียบก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซ็นติเมตรก่อนจะเดินตรงไปยังห้องน้ำ

"ค่ะ"

ลักษิณาตอบก่อนจะยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ดวงตากลมสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆกวาดมองไปรอบด้าน

ภายในห้องแต่งตัวกว้างขวางจนแทบเทียบได้กับร้านบูติกหรู เสื้อผ้าทุกชุดถูกจัดเรียงตามโทนสีอย่างเป็นระเบียบ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆลอยคลุ้งอยู่ในอากาศจนทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังฝัน

ปลายนิ้วเรียวค่อยๆแตะเนื้อผ้าของเดรสสีครีมตรงหน้า ความนุ่มของมันทำให้หญิงสาวเม้มริมฝีปากเบาๆ

เขารู้ไซซ์เธอ…แม้แต่รองเท้าส้นสูงที่วางอยู่ก็เป็นขนาดเดียวกับที่เธอใส่ประจำ

หัวใจของลักษิณาเต้นผิดจังหวะเล็กน้อย

สามปีที่ผ่านมา…เธอสนิทกับเขาถึงขั้นที่เขารู้รายละเอียดพวกนี้เลยหรือ?

หรือเธอกับเขาเคยคบหากันมาก่อน?

หากเป็นเช่นนั้นทำไมไม่มีข่าวอะไรเลย

หญิงสาวค่อยๆเดินไปนั่งตรงโต๊ะเครื่องแป้ง

เธอมองสิ่งของที่เขาให้คนจัดไว้ให้อีกครั้ง

แต่ยิ่งคิด…ก็ยิ่งรู้สึกว่าเขาอันตราย ผู้ชายที่สามารถจัดการทุกอย่างได้สมบูรณ์แบบขนาดนี้ จะมีอะไรที่เขาควบคุมไม่ได้บ้าง?

เรื่องนี้มันทำให้เธอนึกถึงนิยายมาเฟียที่เธอชอบอ่านในสมัยเรียนจริงๆ อารมณ์เหมือนนางเอกถูกควบคุมเงียบๆ

ช่างหัวมันเถอะ

เธอขี้เกียจคิดแล้ว...

ไม่นานนัก อัคคีก็เดินออกมาจากห้องน้ำในชุดคลุมอาบน้ำ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายดูสุขุมตามแบบฉบับของเขา

“สวยจัง”เขาเอ่ยเสียงเรียบ พลางเหลือบมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

ลักษิณารู้สึกเหมือนถูกสายตานั้นลูบไล้จนใบหน้าร้อนวูบ เธอรีบหลบตาก่อนพยักหน้าเบาๆ “ขอบคุณค่ะ”


ยามสาย อัคคีพาเธอไปดูเพนต์เฮาส์ที่อยู่ใกล้โรงพยาบาล อันที่จริงโรงพยาบาลในเครือนี้ติดกับบริษัทเวชากรเมดิคอล จึงสะดวกต่อการเดินทาง

ลักษิณามองวิวเมืองผ่านกระจกบานสูง ดวงตาเผยความตื่นตะลึงเล็กๆเมื่อเห็นว่าทั้งชั้นแทบเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเขาเพียงคนเดียว

หลังจากนั้นอัคคีก็พาเธอมายังห้องประชุมผู้บริหารของ เวชากรเมดิคอล ทันทีที่ประตูเปิดออก สายตาหลายคู่ก็หันมามองพร้อมกัน บรรยากาศภายในห้องเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด

อัคคีเดินเข้าไปอย่างสงบนิ่ง ก่อนจะเอ่ยแนะนำเธอด้วยน้ำเสียงเป็นธรรมชาติ

“นี่คือลักษิณา เธอถือหุ้นแทนคุณธีทัตพ่อของเธอ และเธอเป็นภรรยาผมด้วย”

แม้ทุกคนจะทราบแล้วว่าอัคคีแต่งงานแล้ว แต่เพราะก่อนหน้านี้ไม่ได้มีข่าวมาก่อนว่าสองคนนี้คบกัน เมื่อมีงานแต่งงานเกิดขึ้นก็สร้างความประหลาดใจให้ทุกคนไม่น้อย

ลักษิณารีบยกยิ้มสุภาพ แม้ในใจจะยังไม่คุ้นกับสถานะนี้ก็ตาม “สวัสดีค่ะ เรียก ลักษ์ เฉยๆก็ได้ค่ะ”

น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลและอ่อนโยน ต่างจากอัคคีที่เย็นสงบจนคนรอบข้างไม่กล้าสบตานาน

หลังจบการแนะนำ ลักษิณาเดินชมบริษัท เธอพยายามตั้งสติพลางสำรวจสถานที่ที่บิดาเพิ่งยกหุ้นให้ บรรยากาศหรูหราและเป็นมืออาชีพจนทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังก้าวเข้ามาอีกโลกหนึ่ง

แต่เมื่อหญิงสาวเดินเข้าห้องน้ำ กลับได้ยินเสียงสนทนาดังขึ้นจากมุมด้านใน“เธอเห็นภรรยาคุณอัคยัง”

ลักษิณาชะงักมือที่กำลังจะเปิดประตูทันที

“เห็นสิ สวยอยู่หรอกนะ แต่จะเอาคุณอัคอยู่เหรอ? คุณอัคทั้งหล่อทั้งรวยขนาดนั้น แป๊บเดียวก็คงเบื่อ”

หญิงสาวเม้มริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว

“เขาแต่งงานจดทะเบียนเลยนะยะ”

“จดแล้วก็หย่าได้ ฉันเคยได้ยินข่าวนะว่าคุณอัคมีรสนิยมชอบผู้หญิงอายุมากกว่า คนที่เคยคบเมื่อก่อนก็มีแต่อายุเท่ากันหรือไม่ก็มากกว่าทั้งนั้น”

คำพูดนั้นทำให้ลักษิณากำมือแน่นทันที เล็บจิกลงบนฝ่ามือจนรู้สึกเจ็บ

อัคคี…ชอบผู้หญิงอายุมากกว่าอย่างนั้นหรือ?

หัวใจของเธอวูบไหวอย่างควบคุมไม่ได้

หากเป็นเช่นนั้น เธอที่อายุน้อยกว่าเขาตั้งสิบเอ็ดปีจะกลายเป็นอะไรสำหรับเขา?

พินัยกรรมระบุว่าต้องครบหนึ่งปีถึงจะหย่าได้…

หรือว่าเขาแค่ต้องการตักตวงความสัมพันธ์นี้ให้พอใจ ก่อนจะเปิดเผยตัวจริงในภายหลัง?

ไม่…เธอจะไม่เชื่อคำพูดพวกนี้แล้วคิดไปเองเด็ดขาด!

ด้านนอกยังคงเม้าท์ต่อ "ผู้หญิงคนนั้น ดูใสซื่อเกิน ดูอ่อนต่อโลกขนาดนั้นจะทันคุณอัคได้ยังไง"

ลักษิณาหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึก

ก่อนเปิดประตูห้องน้ำออกไปพร้อมรอยยิ้มสุภาพที่ถูกแต่งแต้มขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ

ทำเอาแก๊งนินทาเมื่อครู่หน้าถอดสีทันที

กึก

“คุณลักษ์!/คุณลักษ์!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป