บทที่ 7 เคสตัดสินอนาคต
ตอนที่ 7 เคสตัดสินอนาคต
“คุณหมอคะ มีเคสด่วนอีกเคสหนึ่งค่ะ!”
ห้องผ่าตัดฉุกเฉินเต็มไปด้วยความตึงเครียดอีกครั้ง เสียงสัญญาณจากเครื่องติดตามการเต้นของหัวใจดังเป็นจังหวะสั้นถี่ราวกับกำลังนับถอยหลังชีวิตของคนไข้ ทุกคนในห้องต่างรับรู้ดีว่าสถานการณ์กำลังเลวร้ายลงทุกวินาที
แสงไฟผ่าตัดสีขาวสาดลงบนร่างผู้ป่วยที่นอนนิ่งอยู่กลางเตียง เลือดจำนวนมากไหลออกมาจากบาดแผลภายในจนความดันโลหิตลดต่ำอย่างน่าอันตราย พยาบาลส่งเครื่องมือให้ทีมแพทย์ด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย
“คนไข้ถูกแทงบริเวณปอดข้างขวาค่ะ”ขวัญนภาทำหน้าที่รายงาน”
"[1]BP drop เหลือ 60/30 ค่ะ!"เสียงรายงานของพยาบาลดังขึ้นทำให้บรรยากาศยิ่งกดดัน
อัคคียืนอยู่หัวเตียงผ่าตัด ดวงตาคมกริบจับจ้องภาพตรงหน้าอย่างไม่กะพริบ
เหงื่อเม็ดเล็กซึมออกมาตามขมับของแพทย์หลายคน
คนไข้กำลังเข้าสู่ภาวะช็อกจากการเสียเลือด และปอดข้างขวายังถูกแทงจนได้รับความเสียหาย หากไม่รีบผ่าตัด พวกเขาจะเสียผู้ป่วยรายนี้แน่นอน อัคคีมองลึกเข้าไปในช่องผ่าตัดก่อนจะหรี่ตาลง
"เนื้อปอดเสียหายมาก ซ่อมไม่ได้ ต้องทำ Right Lower Lobectomy[2]"น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้น
คำกล่าวนั้นทำให้ห้องเงียบกริบ
ขวัญนภาดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจ ภูริเองก็ชะงัก
แม้ปอดข้างขวาจะมีทั้งหมด 3 กลีบ ตัดไปหนึ่งยังเหลือสอง แต่ว่าการผ่าตัดปอดมีความเสี่ยงสูงมาก หากพลาดแม้แต่นิดเดียว คนไข้อาจเสียชีวิตทันทีบนเตียงผ่าตัด
"แต่มันเสี่ยงนะคะ!"เสียงของเธอสั่นเล็กน้อยใต้หน้ากาก ใบหน้าหญิงสาวซีดลงอย่างเห็นได้ชัดมือที่ถือเครื่องมือเริ่มเย็นเฉียบ เธอรู้ดีว่าการตัดสินใจครั้งนี้หมายถึงอะไร มันคือการเดิมพันชีวิตของคนไข้ทั้งชีวิต
อัคคีหันมามองเธอเพียงเสี้ยววินาที สายตานั้นนิ่งจนแทบอ่านอารมณ์ไม่ออก
"เวลานี้เป็นตายเท่ากัน ไม่มีอะไรจะเสี่ยงแล้ว"คำพูดนั้นของอัคคีทำให้ทุกคนในห้องเงียบลง เพราะมันคือความจริง หากไม่ทำ คนไข้จะเสียชีวิตแน่นอน แต่หากทำ อย่างน้อยยังมีโอกาสรอด
ขวัญนภาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนได้ยินเสียงของตัวเอง เธอสูดลมหายใจลึกก่อนจะพยายามตั้งสติ
อัคคีหันไปทางภูริ "ภูริ ผมให้คุณทำ"
ภูริที่กำลังจับสายsuction[3]ดูดเลือดอยู่สะดุ้งเล็กน้อย เหงื่อไหลลงมาตามกรอบหน้า แม้จะเป็นศัลยแพทย์ฝีมือดี แต่สถานการณ์ตรงหน้าหนักหนาเกินกว่าที่เขาเคยเผชิญ
มือของเขาแข็งค้าง อัคคีจ้องเขาตรงๆ “ผม...”
"ถ้าเกิดอะไรขึ้นผมรับผิดชอบ"อัคคีพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ผมยังไม่เคยเป็นมือหลักในเคส Right Lower Lobectomy..." เขากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก จริงอยู่ว่าเคยเห็นมาหลายครั้งแต่เขาไม่เคยลงมือเองสักครั้ง
อัคคีจ้องเขาเขม็ง แววตาคมเย็นลงอีกหลายระดับก่อนจะพูดต่อ
"คุณอยากช่วยเขาไหม?" ห้องผ่าตัดเงียบสนิท เหลือเพียงเสียงเครื่องมอนิเตอร์ที่ดังเป็นจังหวะสั้นลงเรื่อยๆ
ติ๊ด...ติ๊ด...ติ๊ด...
"ตอนนี้ BP dropเหลือ 50/25[4] แล้วค่ะ!"พยาบาลรายงานด้วยเสียงร้อนรน “คุณหมอออเดอร์อะไรไหมคะ”
อัคคีหันมาเอ่ย“ภูริ คุณตัดสินใจ!”
ภูริกำมือแน่นจนเส้นเอ็นขึ้นที่หลังมือ ก่อนจะตัดสินใจ
“จองเลือดด่วน PRC 2 unit FFP 2 unit free flow[5]”
“ได้ค่ะ”พยาบาลตอบรับทันที
ภูริสูดหายใจเข้าลึก ที่สุดในชีวิต ไม่มีเวลาอีกแล้ว หมอหนุ่มค่อยๆ ยื่นมือออกไปรับเครื่องมือ สายตาที่เคยสั่นไหวเริ่มนิ่งขึ้นทีละน้อย อัคคีพยักหน้าเพียงเล็กน้อย ราวกับยอมรับการตัดสินใจนั้น
"ดี"เสียงทุ้มดังขึ้น"ผมอยู่ตรงนี้"ประโยคนั้นทำให้ภูริรู้สึกเหมือนมีหลักยึด
เขาพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะเริ่มลงมือภายใต้สายตาของอัคคี ทั้งห้องกลับเข้าสู่การทำงานอีกครั้ง ทุกคนกลั้นหายใจรอผลลัพธ์ส่วนอัคคียังคงยืนอยู่ข้างเตียงผ่าตัด ดวงตาคมเข้มไม่ละจากสนามรบตรงหน้าแม้แต่วินาทีเดียว
เพราะสำหรับเขา...ตราบใดที่หัวใจของคนไข้ยังไม่หยุดเต้น การผ่าตัดครั้งนี้ก็ยังไม่จบ
การผ่าตัดผ่านไปอย่างราบรื่นกว่าที่ทุกคนคาดไว้ คนไข้พ้นขีดอันตราย ทันทีที่ประตูห้องผ่าตัดปิดลงเบื้องหลัง ภูริและขวัญนภาก็แทบหมดแรง ทั้งสองเดินกลับมาถึงห้องพักแพทย์ด้วยฝีเท้าหนักอึ้ง ก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟาคนละมุมราวกับพลังงานในร่างกายถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น
ขวัญนภาเอนศีรษะพิงพนัก หลับตาลงครู่หนึ่งแล้วถอนหายใจยาว มือยกขึ้นนวดต้นคอที่ตึงเครียดจากการยืนผ่าตัดต่อเนื่องหลายชั่วโมง
“ภู นายทำได้ดีมาก”เธอหันไปมองเพื่อนร่วมงานพร้อมรอยยิ้มอ่อน ๆ แม้ใบหน้าจะยังแฝงความเหนื่อยล้าอยู่ก็ตาม
“เธอก็เหมือนกัน”น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความจริงใจ
“คุณอัคคงเตรียมจะวางมีดแล้วจริงๆ” ภูริเอ่ยขึ้นพลางมองเพดาน สีหน้าครุ่นคิดความกังวลฉายชัดในดวงตาของเขา
ถึงโรงพยาบาลแห่งนี้จะมีศัลยแพทย์ฝีมือดีอยู่ไม่น้อย แต่ทุกคนต่างรู้ว่าคนที่อยู่ในระดับเดียวกับอัคคีนั้นหาได้ยากเหลือเกิน
อัคคีไม่เพียงเป็นผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นใหญ่ เขายังเป็นเสาหลักที่คอยรักษามาตรฐานและชื่อเสียงของโรงพยาบาลเอาไว้ด้วยสองมือของตัวเอง
ภูริก้มมองฝ่ามือตนเอง ดวงตาไหววูบเล็กน้อย เขารู้ดีว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา สิ่งที่ขาด ไม่ใช่ความรู้หรือทักษะ แต่เป็นความมั่นใจ เคสเมื่อครู่เป็นหนึ่งในเคสที่ยากที่สุดตั้งแต่เขาเคยเผชิญมา หลายครั้งเขาเกือบปล่อยให้ความกลัวเข้าครอบงำ
แต่คำพูดของอัคคียังคงดังก้องอยู่ในหัว‘คุณอยากช่วยเขาไหม’ภูริสูดลมหายใจลึกก่อนจะยกยิ้มจาง ๆ จริงอย่างที่อัคคีพูด ในฐานะแพทย์ บางครั้งสิ่งที่อันตรายที่สุดไม่ใช่การตัดสินใจผิดพลาด แต่คือการลังเลที่จะช่วยเหลือคนไข้ในเวลาที่พวกเขาต้องการมากที่สุด
[1] BP drop(Blood Pressure drop) หมายถึง ความดันโลหิตตกลงอย่างรวดเร็วหรืออยู่ในระดับต่ำผิดปกติ 60/30 ถือเป็นเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ เพราะเลือดอาจไปเลี้ยงสมอง หัวใจ และอวัยวะสำคัญไม่เพียงพอ(ค่าปกติไม่ควรต่ำกว่า90/60)
[2] Right Lower Lobectomy = ตัดปอดกลีบล่างขวา
[3] Suction คือ สายดูดของเหลว
[4] ในทางการแพทย์ ถ้า BP drop เหลือ 50/25 ระหว่างผ่าตัด ทีมแพทย์จะถือว่าเป็นภาวะฉุกเฉินขั้นสูงสุด ต้องรีบหาสาเหตุและแก้ไขทันที เพราะมีโอกาสหัวใจหยุดเต้นได้ทุกเมื่อ
[5] PRC 2 unit FFP 2 unit free flow ประโยคนี้เป็นคำสั่งที่มักพบในห้องฉุกเฉินหรือห้องผ่าตัด เมื่อคนไข้เสียเลือดมาก มีความหมายว่า ‘เอาเลือดแดง 2 ถุง พลาสมา 2 ถุง มาเดี๋ยวนี้ แล้วเปิดเลือดให้ไหลเร็วที่สุด’
