บทที่ 8 ทำงานหนัก

ตอนที่ 8 ทำงานหนัก

หลังจากเรียนรู้งานจากบริษัทตลอดทั้งวัน ลักษิณาเพิ่งเข้าใจว่าหน้าที่ของอัคคีนั้นหนักหนาเพียงใด

นอกจากจะต้องบริหารบริษัทเวชากรเมดิคอลที่มีธุรกิจหลายส่วนอยู่ในความรับผิดชอบแล้ว เขายังต้องดูแลโรงพยาบาล ประชุมกับผู้บริหาร ตัดสินใจเรื่องสำคัญ และบางครั้งยังต้องลงมือผ่าตัดคนไข้ด้วยตัวเอง ได้ยินจากคนของเขารายงานมาว่าวันนี้เขามีเคสผ่าตัดด่วนถึงสองเคสติด

เพียงแค่คิด เธอก็รู้สึกเหนื่อยแทนเขา ลักษิณานั่งขัดสมาธิอยู่บนโซฟาในเพนต์เฮาส์ ดวงตาคู่สวยทอดมองออกไปยังวิวเมืองยามค่ำคืนที่ส่องแสงระยิบระยับผ่านกระจกบานใหญ่ เดิมทีเธอคิดจะไปรออัคคีที่โรงพยาบาล

แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจ เลือกกลับมารอที่บ้าน ดวงตากลมโตบนโต๊ะกลางมีอาหารอุ่น ๆ ที่เธอให้แม่บ้านช่วยเตรียมเอาไว้ ทั้งซุปไก่ ข้าวต้มปลา และผลไม้หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ แม้เธอจะไม่ได้เป็นหมอ แต่ทุกวันนี้เทคโนโลยีสามารถค้นคว้าสิ่งที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว เธอถามคนสนิทของอัคคีว่าเขาชอบทานอะไร หญิงสาวรีบจัดหาไว้อย่างรู้งาน กล้วยน้ำว้าจะเป็นอาหารง่ายๆ แต่มันให้พลังงานรวดเร็วจากคาร์โบไฮเดรตธรรมชาติ มีโพแทสเซียมสูง ช่วยการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท

ส่วน กีวี มีวิตามินซีสูงมาก ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดความอ่อนล้าจากความเครียดมีไฟเบอร์ ช่วยบำรุงสายตา ซึ่งเหมาะกับคนที่ต้องเพ่งการผ่าตัดนาน ๆอย่างเขา เธอจึงไม่รอช้ารีบจัดเตรียมไว้ให้เขาทันทีที่ได้รับข้อความว่าเขากำลังกลับมาและยังไม่ได้ทานอะไร หญิงสาวมองดูโต๊ะอาหารอีกครั้ง

ข้างกันมีน้ำอุ่นหนึ่งแก้วกับชาร้อนที่ยังคงส่งกลิ่นหอมจาง ๆ ลักษิณายังเตรียมผ้าขนหนูอุ่นสำหรับประคบต้นคอ และหมอนรองคอใบเล็กวางเอาไว้บนโซฟา เผื่อว่าอัคคีจะอยากพักสักครู่ก่อนขึ้นไปอาบน้ำเมื่อจัดทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เธอก็ยืนมองผลงานของตัวเองด้วยสีหน้าครุ่นคิด

“น่าจะพอแล้วมั้ง...”หญิงสาวพึมพำเบา ๆ แต่ไม่ถึงนาทีก็เดินกลับไปจัดช้อนใหม่อีกครั้ง จากนั้นก็ขยับแก้วน้ำให้ตรง

แล้วเลื่อนจานผลไม้ให้สวยขึ้นกว่าเดิมราวกับไม่รู้จะทำอะไรดีลักษิณาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอีกครั้ง มือทั้งสองกอดหมอนอิงเอาไว้แน่น ใบหน้าสวยซบลงกับหมอนเล็กน้อย

ดวงตาคู่หวานเหลือบมองนาฬิกาเป็นระยะความเงียบภายในห้องทำให้เธอรับรู้ว่าตัวเองกำลังรอใคร

ขณะนั้นความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา แม้เหตุการณ์เมื่อกลางวันจะทำให้เธอสงสัยอดีตของอัคคี แต่ลักษิณากลับคิดว่า นี่ยังไม่ใช่เวลาที่เธอจะเค้นเอาคำตอบจากเขา หญิงสาวนึกถึงตอนที่เธอตบหน้ามาริสาและรุ้งลดา…ดูท่าทางแล้ว ตัวตนของเธอนั้นก็ไม่ได้อ่อนแอที่ยอมคนง่ายๆเธอคงจะเอาตัวรอดในสังคมนี้ได้อยู่

แต่ยังมีอีกเรื่องที่เธอยังคงค้างคาใจ แม้ตอนนี้ลักษิณาจะยังอยู่ในอาการ ‘จำเหตุการณ์ช่วงเวลาสามปีก่อนไม่ได้’ เพราะความสะเทือนใจจากการสูญเสียพ่อ...เรื่องนั้นเธอพอเข้าใจได้ เพราะแพทย์เองก็อธิบายว่าความทรงจำของเธอได้รับผลกระทบจากบาดแผลทางจิตใจ

แต่เรื่องที่เธอไม่เข้าใจเลยคือ พลอยล้อม...มารดาของเธอ

หลังจากงานศพของธีทัต พลอยล้อมเดินทางไปต่างประเทศและหายไปจากชีวิตของเธอราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่มาก่อน

งานแต่งงานของลูกสาวคนเดียว อีกฝ่ายก็ไม่มา ข้อความที่ส่งไปไม่มีแม้แต่การตอบกลับ สายโทรศัพท์ที่กดหาแล้วหาอีกก็ถูกปล่อยให้ดังจนตัดเข้าสู่ระบบฝากข้อความทุกครั้ง

ลักษิณาก้มมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือ ดวงตาคู่สวยฉายแววสับสนปนเจ็บปวด นิ้วเรียวเลื่อนดูประวัติการโทรซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับหวังว่าจะมีสายตอบกลับปรากฏขึ้นมาอย่างปาฏิหาริย์

แต่กลับไม่มี หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกว่างเปล่าค่อย ๆ แผ่ขยายในอก เกิดอะไรขึ้นกับมารดาของเธอกันแน่... ทำไมอีกฝ่ายถึงหายไป ไม่มางานแต่งงานของลูกสาวอย่างเธอ...

คำถามมากมายวนเวียนอยู่ในหัวจนรู้สึกปวดหนึบที่ขมับลักษิณาถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะเอนหลังพิงพนักโซฟา สายตาเหม่อมองออกไปนอกกระจกบานใหญ่ของเพนต์เฮาส์ แสงไฟยามค่ำคืนของเมืองทอดยาวอยู่เบื้องล่าง แต่ในใจของเธอกลับมืดมนกว่านั้นมาก

ขณะที่หญิงสาวกำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเอง เสียงกดรหัสประตูหน้าบ้านก็ดังขึ้น

ติ๊ด...ติ๊ด...

ลักษิณาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันมอง ประตูถูกเปิดออก

“พี่อัค”รอยกังวลบนใบหน้าของเธอจางลงทันทีเมื่อเห็นร่างสูงก้าวเข้ามา

อัคคีเดินเข้ามาภายในห้องด้วยท่วงท่าที่ยังสง่างามเหมือนทุกครั้ง แต่ดวงตาคมกลับฉายความอ่อนล้า

เขาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกช้า ๆ

สายตาคมกวาดมองไปรอบห้อง แล้วหยุดลงที่โต๊ะอาหาร ซุปไก่ร้อน ๆ ที่ยังมีไอควันลอยขึ้นบางเบา จานผลไม้ที่มีกีวีและกล้วยน้ำว้าหั่นเป็นชิ้นพอดีคำจัดวางไว้อย่างเรียบร้อย รวมถึงแก้วน้ำอุ่นที่ถูกเตรียมไว้ข้างกัน

อัคคีชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมที่เหนื่อยล้าอ่อนลงอย่างไม่รู้ตัว เขาไม่เคยบอกแม่บ้านให้เตรียมอะไรพวกนี้ และรู้ดีว่าคนในบ้านไม่มีทางคิดรายละเอียดเล็ก ๆ แบบนี้เอง

นั่นหมายความว่ามีเพียงคนเดียวที่เป็นคนเตรียมมัน สายตาของเขาจึงหันไปมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ไม่ไกล ลักษิณาเดินสาวเท้าเข้ามาหาเขาช้า ๆ ริมฝีปากยกยิ้มอ่อนโยน ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความกังวลก่อนหน้านี้พยายามซ่อนความรู้สึกเหล่านั้นไว้

“พี่อัคคงต้องเหนื่อยแน่ อาบน้ำแล้ว ทานอะไรเบา ๆ หน่อยนะคะ ลักษ์ผสมน้ำอุ่นใส่เกลือนิดหน่อยรอพี่ด้วย เขาบอกว่าการแช่น้ำอุ่นประมาณ 15–20 นาที สามารถช่วยให้ร่างกายลดระดับความตึงเครียดได้นะ”น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล อัคคีมองเธออยู่ครู่หนึ่ง มุมปากของชายหนุ่มยกขึ้นเล็กน้อย

“ลักษ์เตรียมเองหรือ?”

“มีแม่บ้านช่วยค่ะ พี่รีบไปอาบน้ำเถอะจะได้มาทานของพวกนี้”เธอยิ้มกว้าง

“งั้นพี่ไปอาบน้ำก่อนนะ”

“ค่ะ”ลักษิณาพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มบาง

แล้วเธอก็ต้องตกใจเมื่อถูกเขาช้อนอุ้มจนลอยหวืด...

“พี่อัค!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป