บทที่ 13 13 จัดการนังแพศยา!

13 จัดการนังแพศยา!

ปรเมศเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิทอย่างตกตะลึงเพราะไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดพวกนี้ออกจากปากของอคิราห์

“นี่มึงว่าอะไรนะ”

“ดูไม่ออกหรอว่าแม่นี่กำลังอ่อยมึง”

“พูดอะไรก็ให้เกียรติพนักงานกูหน่อยสิวะ คุณปรางเขาไม่สบายอยู่นะ” ปรเมศตัดสินใจอุ้มร่างอ่อนปวกเปียกของปรางปรีญาขึ้นแล้วพาเธอกลับไปนั่งประจำที่ อคิราห์มองภาพนั้นอย่างโกรธจัดจนสันกรามหนาขบเข้าหากันแน่น

ทำไมเขาจะดูไม่ออกว่าปรางปรีญากำลังอ่อยปรเมศ รู้ทั้งรู้ว่าอีกฝ่ายมีแฟนอยู่แล้ว แต่ก็ยังทำ เชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆ เห็นทีคืนนี้ต้องสั่งสอนให้หลาบจำ

“ขะ...ขอโทษค่ะ ปรางรู้สึกเวียนหัวนิดหน่อย”

“หน้าคุณซีดมากเลยนะ งั้นเดี๋ยวถึงฝั่งแล้วผมจะให้คุณไปพักผ่อนก็แล้วกัน”

“ปรางยังไหวค่ะ ไว้ค่อยกลับมาพักทีเดียวก็ได้” หญิงสาวพยักหน้ารับ ฝืนยิ้ม ทั้งๆที่รู้ตัวว่าตอนนี้ร่างกายไม่ไหวแล้ว

คนตัวเล็กกลับมานั่งประจำที่ แต่ก็ยังมีอาการพะอืดพะอมอยู่ พยายามกลั้นเอาไว้เพราะไม่อยากอาเจียนบนเรือ อีกเดี๋ยวก็จะถึงเกาะแล้ว

สายตาคมกริบประดุจเหยี่ยวจับจ้องอยู่ที่ร่างบางราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ปรางปรีญารับรู้ได้ทันทีว่ากำลังมีรังสีบางอย่างแผ่ออกมาจากชายร่างสูงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แต่เธอก็พยายามไม่สนใจ อย่างน้อยก็ยังมีปรเมศนั่งอยู่ตรงนี้ ยังพอเป็นที่พึ่งให้เธอได้บ้าง

อคิราห์เก็บความร้อนรุ่มเอาไว้ในใจ ไว้ถึงฝั่งเมื่อไหร่เขาจะจัดการคนตัวเล็กทันที เห็นหน้าซื่อๆใสๆแบบนี้มารยาสาไถยใช่ย่อย ขนาดปรเมศที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้านายก็ยังไม่เว้น

เชื่อแล้วว่าคนบ้านนี้เป็นเหมือนกันหมด

ทันทีที่เรือแล่นเข้ามาจอดเทียบท่า ปรางปรีญาก็รีบลงจากเรือวิ่งไปเข้าห้องน้ำ เสียงอาเจียนดังเป็นระยะๆ แต่ก็ไม่มีอะไรออกมานอกจากน้ำเหนียวหนืดใสๆ

ประจวบกับปรเมศต้องรีบไปตรวจเช็คโครงการพอดี อคิราห์จึงถือโอกาสนี้เดินตามหญิงสาวมาที่ห้องน้ำ เขายืนพิงกรอบประตูรอเธออย่างใจเย็น สักพักก็ได้ยินเสียงเปิดประตูออกมา ปรางปรีญาซึ่งอยู่ในสภาพหมดเรี่ยวแรงใจหายวาบเมื่อเห็นซาตานร้ายดักรออยู่ที่หน้าห้องน้ำ

“คุณ!”

“ตกใจทำไมหรอ หรือเพราะฉันไม่ใช่ไอ้ปรเมศ” อคิราห์ยกมือกดอก สายตาคมกริบแสนดุดันจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าสวยซีดเซียว ปรางปรีญาดูตกใจมากที่เห็นเขายืนรออยู่หน้าห้องน้ำ

“คุณตามฉันมาทำไม”

“ก็ตามมาสั่งสอนนังเพศยาที่พยายามอ่อยเพื่อนฉันไง ปรเมศมันมีแฟนแล้วเธอก็รู้ หรือพวกเธอมันไม่มีจิตสำนึกขนาดนั้นถึงขั้นเอาไม่เลือก”

“ฉันไม่ได้คิดอะไรกับบอส เราสองคนทำงานด้วยกันมานาน คุณศรุตาเองก็ไม่ได้ว่าอะไร เลิกกล่าวหาฉันสักที!”

“น้ำหยดลงหิน…หินยังกร่อน นับประสาอะไรกับใจคน อย่างวันนี้เธอก็จงใจอ่อยมัน พอเมียเขาเผลอหน่อยก็ออกลายเลยนะ”

ปรางปรีญากัดฟันกร๊อดใหญ่ เจ็บแค้นใจที่อีกฝ่ายเอาแต่พูดดูถูกดูแคลนทั้งๆที่เธอไม่ได้คิดอะไรกับปรเมศ อย่างวันนี้ก็เห็นว่าเธอไม่สบายจริงๆ หรืออคติมันบังตาไปหมดแล้ว

“ฉันไม่อยากคุยกับคนพาลอย่างคุณ ก็เห็นๆอยู่ว่าฉันอ้วกอยู่ในห้องน้ำ แต่คุณก็ยังคิดว่าฉันเสแสร้ง งั้นก็แล้วแต่คุณจะคิดเถอะค่ะ เพราะคนอย่างคุณไม่เคยมองฉันในด้านดีๆอยู่แล้ว”

“เพราะฉันรู้ความลับของเธอกับน้าสาวร่านๆไง ฉันถึงรู้ว่าพวกเธอมันเป็นคนยังไง”

“คุณพูดอะไร ฉันไม่เข้าใจ” คิ้วโก่งดังคันศรย่นเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ ตอนนี้ยอมรับว่ากลัวอคิราห์มาก ยิ่งอยู่ด้วยกันสองต่อสอง เหมือนมีสัญญาณเตือนว่าเขากำลังจะทำอะไรบางอย่างกับเธออีกรอบ  

อคิราห์ผลักร่างของปรางปรีญาเข้าไปในห้องน้ำแล้วปิดประตูล็อคกลอนอย่างแน่นหนา

“อย่ามาทำเป็นไขสือทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจ”

“ฉันไม่รู้ว่าสิ่งที่คุณพูดหมายถึงอะไร แต่ฉันไม่เคยทำอะไรลับหลังคุณแน่นอน ตอนนั้นฉัน….มีแค่คุณคนเดียว” เธอเม้มริมฝีปากเข้าหากันจนเป็นเส้นตรงด้วยความรู้สึกประหม่า จู่ๆก็เกิดอาการร้อนวูบวาบ ครั่นเนื้อครั่นตัว กระบอกตาร้อนผ่าว แถมยังปวดตึบๆที่บริเวณขมับ

“เธอนี่มันเล่นละครเก่งจังเลยนะปรางปรีญา ฉันรู้หมดแล้วว่าเธอกับรินรดาเข้ามาหาครอบครัวฉันเพื่ออะไร คนอย่างเธอ….มันไม่มีวันได้รับความรักดีๆจากใครหรอก!”

“ถ้าเป็นเรื่องที่พ่อฉันโกงบริษัทคุณ ฉันจะใช้คืนให้ครบทุกบาททุกสตางค์ แล้วคุณก็เลิกตามจองล้างจองผลาญฉันสักที”

“มันไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่มันยังมีอีกเรื่องที่ทำให้ฉันเกลียดเธอจนอยากฆ่าให้ตายคามือ!” ร่างสูงย่างสามขุมเข้าไปหาคนตัวเล็กด้วยแววตาโกรธแค้น คนที่ไม่รู้เรื่องเงยหน้าขึ้นส่งสายตาบ่งบอกว่าเธอไม่เข้าใจในสิ่งที่เขากำลังสื่อ กระทั่งแผ่นหลังเล็กชนกับผนังห้องน้ำ

“ถอยออกไปนะคุณอคิราห์ นี่มันห้องน้ำของโรงแรมนะ”

“แล้วไง ฉันไม่แคร์หรอก เพราะเธอมันก็แค่อีตัวที่ฉันกำลังจะกินอีกรอบ จืดชืดแบบนี้ฉันกินไม่นานเดี๋ยวก็เบื่อแล้วแหละ”

ร่างเล็กอาศัยจังหวะที่อคิราห์เผลอ มุดใต้ท้องแขนแล้ววิ่งออกจากห้องน้ำ แต่ก็ช้ากว่า อคิราห์กระชากคอเสื้อของเธอกลับมาแล้วเหวี่ยงลงบนพื้นห้องน้ำ ทำให้คนตัวเล็กเจ็บจนจุก ขยับตัวไม่ได้

“โอ้ยย!!”

“เธอจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น เพราะฉันจะสั่งสอนให้เธอจำว่าการไปยุ่งกับคนที่มีแฟนอยู่แล้ว มันต้องเจออะไร!”

อคิราห์ดึงเข็มขัดออกแล้วฟาดลงบนพื้นด้วยแววตาแข็งกร้าวพร้อมลงทัณฑ์อีกฝ่าย คนตัวเล็กที่ยังเจ็บอยู่กระเสือกกระสนหนีอสูรร้ายพรางร้องเรียกขอความช่วยเหลือจากคนที่อยู่ด้านนอก แต่ก็ไม่มีใครได้ยินเพราะตรงนี้เป็นห้องน้ำหลังโรงแรมไม่ค่อยมีลูกค้ามาใช้

“ช่วยด้วยค่ะ! ช่วยด้วย! อ้ะ!!”

“จะไปไหน” มือใหญ่กระชากข้อเท้าเล็กกลับมาแล้วจัดการคร่อมทับร่างของเธอเอาไว้ ปรางปรีญายกมือดันแผ่นหน้าอกแกร่ง พยายามฝืนร่างกายสู้แรงอีกฝ่าย “เธอสู้ฉันไม่ได้หรอกปรางปรีญา ร่านนักใช่ไหม เดี๋ยวฉันจะทำให้เธอหายร่านเอง!”

“อย่าทำ….ขอร้อง วันนี้ฉันไม่สบาย” ปรางปรีญาขอร้องจากใจด้วยสีหน้าชวนสงสารเพราะรู้สึกปวดเนื้อปวดตัว รวมไปถึงอาการปวดขมับที่กำลังทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ แต่อีกฝ่ายกลับคิดว่าเธอเสแสร้งแกล้งทำ “ฉันไม่สบายจริงๆนะ ถ้าคุณหิวมากก็ไปหาคุณแพรขวัญสิ”

“ฉันไปแน่ แต่ต้องเป็นหลังจากที่ฉันสั่งสอนเธอก่อน”

“ฉันไม่ได้คิดอะไรกับบอส ไม่เคยคิดและก็ไม่มีวันคิด อ้ะ!”

“ตอแหล! ฉันไม่เชื่อคนหน้าเนื้อใจเสืออย่างเธอหรอก ไอ้ปรเมศมันหัวอ่อน ตามเล่ห์เหลี่ยมผู้หญิงไม่ทัน ถ้ามันรู้สักนิดว่าเธอเคยเป็นแฟนเก่าฉัน มันคงขยะแขยงเธอไม่ต่างจากเศษขยะเน่าๆ!”

“ปล่อยนะ! ปล่อยฉัน ฮึก….” น้ำตาพาลจะไหลออกมาดื้อๆเพราะคำพูดพวกนี้กำลังทำร้ายหัวใจดวงน้อยๆดวงน้อยจนจุกหน่วง แต่อคิราห์ก็ยังไม่ยอมหยุด ตรึงข้อมือของเธอเอาไว้เหนือหัวแล้วใช้เข็มขัดมัดติดกับประตูห้องน้ำ ทำอย่างกับเธอไม่มีหัวจิตหัวใจ “คนเลว…”

ปรางปรีญาตัดพ้อทั้งน้ำตา ก่อนที่ดวงตากลมโตคู่นั้นจะหลั่งน้ำตาออกมาไม่ขาดสาย อคิราห์ก้าวถอยหลังออกมายืนดูผลงานด้วยความภาคภูมิใจที่เห็นคนตัวเล็กถูกมัดให้นอนราบอยู่บนพื้นห้องน้ำ

“ถ้าฉันรู้ล่ะก็ว่าเธอจ้องจะแทงข้างหลังศรุตา....เธอได้เจ็บหนักกว่านี้แน่!”

---------------

บทก่อนหน้า
บทถัดไป