บทที่ 14 14 ฉันจะดับความร่านของเธอเอง
14 ฉันจะดับความร่านของเธอเอง
แคว่กก!!
เสียงเสื้อผ้าถูกฉีกกระชากจนขาดหวิ่นด้วยน้ำมือของอคิราห์ ปรางปรีญาค่อยๆเปิดเปลือกตาอันแสนร้อนผ่าวขึ้น เห็นชายร่างสูงกำลังลูบไล้เรือนร่างของเธอด้วยความหื่นกระหาย
ยิ่งเห็นสภาพของตัวเองในตอนนี้ก็ยิ่งรู้สึกสมเพชเข้าไปทุกที นี่เธอตกเป็นที่ระบายความใคร่ไปแล้วหรอ
“สวยมากปรางปรีญา อ้าส์” มือใหญ่ไล้ขึ้นมาบีบคลึงหน้าอกอวบใหญ่พร้อมกับเปล่งเสียงออกมาเบาๆ คล้ายกำลังคุมตัวเองไม่อยู่
ปรางปรีญามีเรือนร่างที่งดงามมาก แม้กระทั่งคาสโนว่าอย่างเขาที่ผ่านผู้หญิงมาพอสมควร ก็ยังห้ามใจตัวเองไว้ไม่อยู่ เธอมีร่างกายสุดแสนเซ็กซี่ขนาดใส่ที่เสื้อผ้าธรรมดาๆยังอดมองไม่ได้เลย
อคิราห์รีบจัดการกับเรือนร่างของตัวเองจนกระทั่งทั้งสองร่างเปลือยเปล่า เขารีบขึ้นคร่อมร่างของเธออีกรอบโดยให้ขาทั้งสองข้างโอบเอวสอบเอาไว้ คนใต้ร่างน้ำตาไหลพราก ตอนนี้รู้ตัวแล้วว่าน่าจะกำลังมีไข้ อาการปวดเนื้อปวดตัวรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งพื้นห้องน้ำก็เย็นเฉียบจนทำให้เกิดอาการหนาวสะบั้น
“ได้โปรด….ออกไป” เธอพูดเสียงเบาหวิวคล้ายคนละเมอ ดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาพร่ามัวเข้าไปทุกที
“ออกไปไม่ได้หรอกเพราะวันนี้ฉันกะจะเข้ามาสั่งสอนเธอ ว่าอย่ามาอ่อยเพื่อนฉันอีก คนอย่างไอ้ปรเมศมันไม่ลดตัวลงไปเอาผู้หญิงจนๆอย่างเธอหรอก”
จบประโยคนั้นอคิราห์ก็ฝังจมูกลงไปที่ซอกคอระหง ซุกไซ้อย่างหนักหน่วงราวกับเสือที่กำลังหิวกระหายเหยื่อ ทุกสัมผัสสร้างความเจ็บปวดทั้งกายและใจให้กับคนใต้ร่าง มือหนาของเขาบีบเค้นหน้าอกอวบจนแทบแหลกละเอียด อีกทั้งยังใช้ปลายนิ้วขยี้ยอดอกจนเจ็บแปล๊บ
“เจ็บ…” ปรางปรีญากับริมฝีปากจนห้อเลือด พยายามดิ้นรนแต่ร่างกายทุกส่วนก็หนักอึ้งไปหมด “ฉันเจ็บ พอแล้ว ฮึก….”
“พอหรอ ได้!” เขาเงยหน้าขึ้นมาหลังจากก้มลงไปดูดดื่มสองเต้างามจนเกิดรอยแดงเป็นจ้ำ
อคิราห์เคลื่อนมือลงไปที่บั้นท้ายงอนงาม ยกสะโพกขึ้นแล้วอัดกระแทกท่อนเอ็นเข้าไปในร่องเนื้อโดยไม่ได้ให้สัญญาณใดๆ ทำให้ปรางปรีญาผวาเฮือกด้วยความเจ็บปวด น้ำตาไหลทะลักออกมาอีกรอบ
ซ้วกก!!
“โอ้ยยย!!!”
“เป็นไง ยังจะอ่อยเพื่อนฉันอีกหรือเปล่า”
แต่คนใต้ร่างกลับไม่ได้ยินคำถามนั้นเพราะความเจ็บปวดที่เขามอบให้กำลังทำให้เธอทรมานจนจิกเกร็งไปทั้งร่าง เจ็บไม่ต่างอะไรจากเมื่อคืน เจ็บเหมือนโดนมีดกรีดลงใจกลางร่าง
สอบโพกสอบกระแทกเข้ามาอย่างหนักพรางใช้มือบีบเข้าที่ปลายคางมน บังคับให้เธอสบตา คนตัวเล็กร้องไห้สะอึกสะอื้น ใบหน้าเหยเกแสดงถึงความเจ็บปวด
“ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้เธอแย่งไอ้ปรเมศไปจากศรุตาหรอก เพราะฉันจะขัดขวางทุกวิถีทาง”
“ฉันไม่ได้คิดแบบนั้น ฮึก! แต่ในเมื่อคุณตัดสินฉันไปแล้ว งั้นก็ทำไปเถอะ ทำจนกว่าคุณจะพอใจ แล้วสักวันคุณจะต้องเจ็บปวด ฮรื้อๆๆ”
“คนที่ต้องเจ็บปวดคือคนที่คิดไม่ซื่อต่างหาก ฉันไม่ปล่อยให้เธอมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นหรอก” อคิราห์กัดฟันกร๊อด กระแทกร่างเข้าไปอย่างหนักหน่วง ร่องเนื้อของปรางปรีญากำลังตอดรัดจนร้อนวูบวาบไปทั่วท่อนเอ็น ความคับแน่นทำให้เขาเผลอเปล่งเสียงแห่งความสุขออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ ต่างจากอีกฝ่ายที่เอาแต่นอนตัวเกร็ง “อ้าส์…แน่นเหลือเกินปรางปรีญา ฉันอยากกระแทกแบบนี้ทั้งวันเลย”
“ฉันไปทำอะไรให้คุณนักหนา ทั้งๆที่คุณ….เป็นฝ่ายทิ้งฉันก่อน” เธอสบตากับเขาทั้งน้ำตา อยากรู้เหลือเกินว่าเธอไปทำอะไรให้ขนาดนั้น ถึงขั้นทำร้ายกันอย่างเลือดเย็นทั้งๆที่เขาเป็นฝ่ายเลิกกับเธอ
คนที่เจ็บปวดกว่าควรเป็นเธอไม่ใช่หรอ ต้องเลิกทั้งๆที่ยังรักหมดหัวใจ
“ฉันทิ้งเธอเพราะอะไรเธอก็น่าจะรู้ดี”
“เพราะพ่อของฉันแอบยักยอกเงินในบริษัท เพราะคุณน้าของฉันแอบไปเป็นชู้กับคุณเชษ นี่ใช่ไหมคือเหตุผลที่คุณทิ้งฉันไป”
“นั่นก็มีส่วน แต่มันยังมีอีกเรื่อง”
“อะไรล่ะ”
ดวงตาคมกริบแสนดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา ยิ่งปรางปรีญาทำตัวไขสือมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งเกลียดเธอมากขึ้นเท่านั้น ทั้งๆที่วันนั้นเธอเป็นคนพูดเองว่าคบกับเขาทำไม
“เธอเป็นคนพูดเองปรางปรีญา ลืมคำพูดของตัวเองไปแล้วหรอ หรือความจำเธอมันสั้นไปแล้ว”
“ฉันไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณพูด ตอนที่เราสองคนคบกัน….ฉันซื่อสัตย์กับคุณตลอด”
“ฮ่าฮ่าฮ่า เก็บคำพูดพวกนี้เอาไปหลอกผู้ชายหน้าโง่คนอื่นเถอะ ฉันตาสว่างมานานแล้ว ฉันไม่มีวันเชื่อผู้หญิงอย่างเธอหรอก เธอมันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากรินรดา”
“แต่คนที่ทิ้งฉันก่อนก็คือคุณ ทั้งๆที่ตอนนั้นคนที่อยู่ข้างๆฉันควรเป็นคุณ ฮรือ…” ปรางปรีญาร่ำไห้สะอึกสะอื้นหนักขึ้นเรื่อยๆเมื่อนึกถึงช่วงเวลาอันแสนเจ็บปวดที่สุดในชีวิต
แม่ของเธอเพิ่งเสียไปได้ไม่นาน ยังทำใจไม่ได้ หัวใจดวงน้อยๆยังบอบช้ำ หนำซ้ำยังถูกผู้ชายที่เป็นที่พึ่งเดียว เป็นเหมือนโลกทั้งใบทอดทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ปล่อยให้เธอทนทุกข์อยู่กับความเจ็บปวดที่มองไปทางไหนก็เจอแต่ความมืดมิด
คนที่เจ็บปวดกว่าคือเธอไม่ใช่หรอ?
“ฉันอยู่กับคนลวงโลกอย่างเธอไม่ได้หรอก ฉันไม่ฟ้องเธอกับครอบครัวก็ดีเท่าไหร่แล้ว ไม่งั้นคงได้เข้าคุกกันยกฝูง” บทรักเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆเช่นเดียวกับความโกรธแค้นที่อัดแน่นอยู่เต็มอกของอคิราห์ สาบานได้เลยว่าหลังจากนี้ชีวิตของปรางปรีญากับครอบครัวจะไม่พบเจอกับความสุขอีกเลย “ถึงพ่อฉันจะไม่เอาเรื่องพวกเธอ แต่ฉันไม่มีวันปล่อยให้เธอกับครอบครัวอยู่อย่างมีความสุขแน่นอน!”
“แค่นี้ฉันก็เจ็บปวดมากพอแล้ว ได้โปรดออกไปจากชีวิตฉัน ถ้าเกลียดฉันมาก ก็อย่ามายุ่งกับฉัน”
“เห็นทีคงไม่ได้ เพราะฉันจะเป็นคนดับความร่านของเธอเอง ไอ้ปรเมศมันกำลังจะแต่งงานกับศรุตา ถ้าเธอคันจนไม่มีที่ลง….เดี๋ยวฉันจะสนองให้เอง”
ปึก!ปึก!ปึก!
อคิราห์ตวัดขาเรียวขึ้นพาดบ่าแล้วโถมกายเข้าไปอย่างหนักหน่วง ปรางปรีญาทำอะไรไม่ได้นอกจากนอนนิ่ง เม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น อดทนกับความเจ็บปวดที่ซาตานร้ายกำลังมอบให้ ท่อนเอ็นยาวใหญ่เสียดสีกับร่องเนื้อที่ไร้น้ำหนืดเป็นตัวนำทางจนเกิดความเจ็บแสบไม่ต่างอะไรจากแผลสด แต่เขาก็ยังไม่สนใจ กระแทกเข้ามาเรื่อยๆด้วยความสุขสม
“อื้อ เจ็บ…ฉันเจ็บ พอแล้ว….ฉันไม่ไหวแล้ว….” เธอร่ำไห้ขอร้องให้เขาหยุดการกระทำ แต่ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม อคิราห์ไม่หยุด ยังกระแทกต่ออย่างเอาแต่ใจโดยไม่สนว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกเช่นไร
ไม่รู้ว่าสิ่งที่อคิราห์พูดหมายถึงอะไร แต่ที่ผ่านเธอรักเขา รักหมดหัวใจ รัก…เท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะทำเพื่อผู้ชายที่เธอรักได้ ไม่มีใครอยากให้มันจบลงแบบนี้เพราะเธอเองก็วาดฝันไว้กับเขาเยอะเหมือนกัน แต่พอฝันนั้นพังทลายลง คนที่ต้องทนทุกข์กับความเจ็บปวดก็คือคนที่ตั้งใจรัก ต่างจากอีกคนที่ดูถูกความรักโดยการมีผู้หญิงคนใหม่ทั้งๆที่เพิ่งเลิกกันได้ไม่นาน
ปรางปรีญาได้แต่กัดฟันอดทนต่อความปวด ภาวนาให้บทรักอันแสนรุนแรงนี้จบลงเสียที เปลือกตาร้อนผ่าวค่อยๆปิดลงท่ามกลางความปวดร้าวไปทั้งร่าง
ปล่อยให้ความทรมานแผ่นซ่านทั่วร่างกายก่อนที่สติจะหลุดลอยออกไป
----------------
