บทที่ 11 หัวใจแหลกสลาย 2
หัวใจแหลกสลาย
มินตราเซถอยหลังไปครึ่งก้าว ร่างกายสั่นสะท้านจนแทบประคองตัวเองไม่อยู่ น้ำตาพรั่งพรูออกมาหนักกว่าเดิมจนภาพตรงหน้าพร่ามัว ความหวังทั้งหมดที่เคยสร้างมาตลอดสิบปี คำสัญญาหวานซึ้งบนดาดฟ้าเมื่อคืนก่อน พังทลายลงกลายเป็นเศษขี้เถ้าในพริบตา
"พี่จำเป็นต้องทำ" ภวินท์เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"มันเป็นเรื่องของธุรกิจและความอยู่รอดของตระกูลเตชะพิพัฒน์ คุณแม่จัดการทุกอย่างไว้หมดแล้ว และพี่ไม่มีทางเลือกอื่น"
"ไม่มีทางเลือกหรือพี่วินไม่เคยเลือกมินตั้งแต่แรกกันแน่คะ" มินตราถามด้วยน้ำเสียงแหลกสลาย
"แล้วคำสัญญาบนดาดฟ้าล่ะคะ คำพูดที่บอกว่าให้มินรอ คำพูดที่บอกว่าคนที่ยืนเคียงข้างพี่วินจะเป็นมินคนเดียว ทั้งหมดนั่นมันคืออะไรคะ"
ภวินท์ขมวดคิ้วแน่น ชายหนุ่มรู้สึกจุกแน่นในอกกับคำถามนั้น แต่เขาต้องแข็งใจเอาไว้เพื่อควบคุมสถานการณ์
"พี่ไม่ได้โกหกมิน" ภวินท์เอ่ยเสียงหนัก
"พี่ต้องการให้มินอยู่ข้างพี่จริงๆ แต่มินต้องเข้าใจความเป็นจริงในโลกของพี่ด้วย มินจะอยู่ตรงนี้ ในบ้านหลังนี้ ในฐานะคนสำคัญของพี่เหมือนเดิม พี่จะดูแลมินทุกอย่าง ไม่ให้มินต้องลำบากเลยแม้แต่เรื่องเดียว"
"คนสำคัญงั้นเหรอคะ" มินตราแค่นยิ้มหัวเราะออกมาอย่างน่าเวทนา
"คนสำคัญในมุมมืดเหรอคะ คนสำคัญที่ต้องแอบซ่อนอยู่ท้ายสวน ขณะที่พี่วินถือการ์ดแต่งงานออกสื่อกับผู้หญิงคนอื่นอย่างภาคภูมิใจงั้นเหรอ!"
มินตราเอื้อมมือขึ้นไปจับจี้เพชรหยดน้ำบนสร้อยคอทองคำขาวที่คอเสื้อของเธอ ดวงตาคู่หวานจ้องมองภวินท์ด้วยความรู้สึกผิดหวังและเจ็บปวดอย่างที่สุด
"แล้วสร้อยเส้นนี้ล่ะคะ" มินตราถามด้วยน้ำเสียงเค้นหัวอก
"พี่วินบอกมินว่าสั่งทำเป็นพิเศษเพื่อมินคนเดียว แต่ดุจดาวบอกมินว่า มันเป็นแค่ของแถม จากชุดเครื่องเพชรงามหมั้นสิบล้านที่พี่วินซื้อให้เธอ มันจริงไหมคะพี่วิน ตอบมินมาสิ"
ภวินท์ชะงักไปทันที ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยคำปฏิเสธ ความเงียบของเขากลางสายฝนกลายเป็นการยอมรับความจริงอันแสนเหี้ยมโหด สร้อยคอเส้นนี้เป็นของแถมที่ทางร้านอัญมณีมอบให้จริงๆ และเขาเพียงแค่หยิบมันติดมือมาเพื่อมอบให้เธอใช้เป็นของปลอบใจ
ปฏิกิริยานิ่งเงียบของภวินท์เปรียบเสมือนตอกตะปูดอกสุดท้ายลงบนฝาโกศแห่งความเชื่อใจของ
มินตรา มินตรารู้สึกสมเพชตัวเองจับใจ เธอเคยดีใจจนน้ำตาไหล เคยจับมันไว้ด้วยความรักและซาบซึ้งใจ แต่แท้จริงแล้วมันคือเศษขยะที่เขาหยิบมาโยนให้เด็กในบ้านเพื่อปิดปากไม่ให้งอแง
"มินเข้าใจทุกอย่างแล้วค่ะ" มินตราพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นัยน์ตาแฝงไปด้วยความว่างเปล่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
นิ้วเรียวสั่นเทาของมินตราเอื้อมไปที่ด้านหลังคอ ค่อยๆ ปลดตะขอสร้อยคอทองคำขาวออก ชายหนุ่มมองการกระทำนั้นด้วยความตื่นตระหนก
"มิน จะทำอะไร" ภวินท์เอ่ยถามพร้อมก้าวเข้าไปหา
มินตราดึงสร้อยคอเพชรหยดน้ำออกจากคอ ชูมันขึ้นกลางสายฝน ก่อนจะขว้างมันลงบนพื้นปูนแฉะๆ ต่อหน้าต่อตาภวินท์อย่างแรง
เคร้ง!!!
เสียงจี้เพชรกระทบกับพื้นปูนดังก้องท่ามกลางเสียงฝน สร้อยคอราคาแพงจมลงในแอ่งน้ำเปรอะโคลนข้างเท้าของชายหนุ่ม
"มิน!!!" ภวินท์ตะโกนด้วยความตกใจ
"เอาคืนไปค่ะ!" มินตรามองหน้าภวินท์ด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความอ้อนวอนอีกต่อไป
"มินไม่ต้องการเศษความสงสารหรือของแถมจากใครทั้งนั้น ความรักสิบปีของมิน มันไม่มีค่าพอที่จะแลกกับความโกหกของพี่วินอีกแล้ว"
พูดจบ มินตราก็หมุนตัววิ่งหนีสายฝนตรงไปยังทางเดินท้ายสวนทันที เธอไม่หันกลับไปมองข้างหลัง ไม่สนใจเสียงเรียกของชายหนุ่มที่ตะโกนไล่หลังมาแข่งกับเสียงฟ้าร้อง
ภวินท์ยืนนิ่งอยู่กลางลานกว้าง สายฝนพัดกระหน่ำจนร่างสูงเปียกโชก
ชายหนุ่มก้มลงมองสร้อยคอเพชรหยดน้ำที่จมอยู่ในแอ่งน้ำเปรอะโคลนบนพื้นประกายเพชรเม็ดเล็กยังคงส่องแสงริบหรี่ท่ามกลางความมืดมิด ชายหนุ่มกำหมัดแน่นด้วยความรู้สึกสับสน จุกแน่น และเจ็บปวดในอกอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
มินตราวิ่งกลับมาถึงห้องนอนเล็กท้ายสวน เธอผลักประตูเปิดออกแล้วปิดล็อกประตูแน่นหนา ร่างบางทรุดตัวลงนั่งยองๆ กับพื้นห้องด้านหลังประตู ปล่อยโฮออกมาอย่างหมดรูป ความเจ็บปวดบีบรัดหัวใจจนเธอแทบ หายใจไม่ออก น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย
ค่ำคืนนี้ไม่ใช่แค่ฝนที่ตกหนักภายนอก แต่เป็นหัวใจของเธอที่พังทลายลงจนไม่เหลือชิ้นดีอยู่ในความมืดมิดของห้องเล็กๆ หลังนี้เอง
