บทที่ 14 เงาของใครอีกคน 1

เงาของใครอีกคน

บรรยากาศภายในคฤหาสน์เตชะพิพัฒน์ในสัปดาห์ต่อมาเต็มไปด้วยความคึกคักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 

รถยนต์หรูหราของนักจัดดอกไม้ ดีไซเนอร์ชื่อดัง และผู้จัดงานแต่งงานระดับประเทศเวียนเทียนเข้าออกประตูรั้วเหล็กดัดตลอดทั้งวัน 

ห้องโถงใหญ่ของเรือนโอ่อ่าถูกจับจองไปด้วยสมุดภาพตัวอย่างการจัดเลี้ยง การ์ดเชิญแผ่นหนาขอบทองคำแท้ที่รอการจ่าหน้าซอง และกล่องผ้าไหมบรรจุของมงคลราคาแพงลิบลิ่ว

ทุกมุมของบ้านอบอวลไปด้วยมวลอากาศแห่งความสุข ความยินดี และความรวยร่าของสองตระกูลใหญ่ที่กำลังจะดึงพันธมิตรทางธุรกิจเข้าหากันอย่างสมบูรณ์แบบ

แต่ว่าสำหรับมินตราคฤหาสน์ที่เธอเคยอาศัยมาตลอดสิบปีตอนนี้กลับกลายเป็นสถานที่ที่แปลกหน้าและเหน็บหนาวอย่างที่สุด

หญิงสาวในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบๆ กับกระโปรงพลีทยาวเลยเข่าเดินเลี่ยงผู้คนอย่างระมัดระวัง 

เธอเพิ่งกลับมาจากมหาวิทยาลัยหลังจากเสร็จสิ้นการสอบรายวิชาสุดท้ายของภาคเรียน ดวงตาคู่หวานที่เคยหมองเศร้าและเต็มไปด้วยรอยน้ำตา 

ตอนนี้กลับราบเรียบ นิ่งสงบ ราวกับผืนน้ำที่ไร้ซึ่งแรงกระเพื่อม ความเจ็บปวดรวดร้าวที่เคยบดขยี้หัวใจเธอตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ตกตะกอนกลายเป็นความชินชาและความมุ่งมั่นอันเด็ดเดี่ยว

ไม่มีการฟูมฟาย ไม่มีการแอบร้องไห้ในมุมมืดอีกต่อไปแล้ว มินตราเรียนรู้ที่จะยอมรับความจริงอย่างตั้งมั่น เธอรู้ดีว่าเธอไม่มีตัวตนในโลกอันหรูหราของพวกเขา และการพยายามยื้อยุดคำสัญญาไร้แก่นสารก็มีแต่จะทำลายศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของตัวเอง

"มินตรา" เสียงเรียกทรงอำนาจของคุณหญิงประภาสิริดังขึ้นจากโถงรับแขกใหญ่

มินตราหยุดก้าวเดิน ค่อยๆ หมุนตัวกลับไปประนมมือไหว้อย่างมีมารยาท 

"คะ คุณแม่"

คุณหญิงประภาสิริในชุดผ้าไหมสีเข้มกวาดสายตามองมินตราด้วยความเรียบเฉย ไร้ความดุร้ายแต่เต็มไปด้วยความกดดันตามเคย 

"หนูดุจดาวกับทีมงานห้องเสื้อจากปารีสกำลังจะมาถึง เพื่อลองชุดแต่งงานและชุดงานหมั้นรอบสุดท้าย ฉันสั่งให้เด็กคนอื่นไปเตรียมเครื่องดื่มแล้ว แต่เธอ มาช่วยยกน้ำชา คอยรับใช้จัดกระโปรง และดูแลความสะดวกให้หนูดุจดาวด้วย"

ป้าจันทร์ที่ยืนอยู่ไม่ไกลมีสีหน้ากังวลขึ้นมาทันที 

"คุณหญิงคะ ให้เด็กในครัวทำแทนก็ได้มั้งคะ คุณมินเพิ่งกลับมาจากสอบคงจะเหนื่อย"

"ฉันสั่งมินตรา ป้าจันทร์" คุณหญิงประภาสิริเอ่ยขัดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ก่อนจะหันมามองมินตรา 

"ในเมื่อเธอตัดสินใจจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะคนในบ้านเธอ ก็ควรรู้จักทำประโยชน์และแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าเธอไม่ได้คิดอะไรกับตาเอกอีกแล้ว การรับใช้ว่าที่เจ้าสาวของพี่ชายเธอ มันคงไม่ได้ยากเกินไปใช่ไหม"

มินตรามองสบตากับคุณหญิงประภาสิริ สายตาของเธอไม่ได้ฉายแววตัดพ้อหรือน้อยใจเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป มินตรายกยิ้มบางๆ ที่มุมปาก โค้งหัวรับคำอย่างนุ่มนวล

"ได้ค่ะคุณแม่ มินจะช่วยดูแลคุณดุจดาวให้อย่างดีที่สุดค่ะ"

น้ำเสียงสงบนิ่งและกิริยามารยาทที่ราบเรียบของมินตราทำให้อกของคุณหญิงประภาสิริกระตุกวูบไปชั่วครู่ ความรู้สึกประหลาดใจพุ่งผ่านเข้ามา เพราะเธอคาดหวังจะเห็นเด็กสาวแสดงท่าทีขัดขืน ออดอ้อน หรือแอบน้ำตาคลอเหมือนทุกครั้ง 

แต่ว่ามินตราตรงหน้ากลับรับคำสั่งอย่างง่ายดาย ราวกับคำพูดบีบคั้นเหล่านั้นไม่ได้กระทบจิตใจของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ห้องรับแขกใหญ่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นห้องลองชุดส่วนตัว ดีไซเนอร์ระดับท็อปและทีมงานนับสิบล้านคนกำลังกุลีกุจอจัดเตรียมชุดราตรีผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสสีขาวบริสุทธิ์ที่มีมูลค่านับล้านบาท ปักประดับด้วยเพชรเม็ดเล็กๆ ส่องประกายวับแวมรับกับแสงไฟ

ดุจดาวเดินออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าในชุดเจ้าสาวทรงเอไลน์สง่างาม ท่อนบนเป็นผ้าซีทรูแต่งลูกไม้เนื้อดีที่เน้นรูปร่างหุ่นดีและช่วงไหล่เรียวสวย กระโปรงบานยาวลากพื้นส่งเสริมให้เธอเหมือนนางหงส์ที่สูงส่งและเพียบพร้อม

"สวยมากเลยค่ะคุณดุจดาว เหมาะกับตระกูลเตชะพิพัฒน์ที่สุดเลยค่ะ" เสียงชื่นชมจากทีมงานและคุณหญิงประภาสิริดังขึ้นไม่ขาดสาย

ในขณะนั้นเอง เสียงก้าวเดินอันมั่นคงของภวินท์ก็ดังก้องมาจากประตูหน้าบ้าน 

ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูททำงานสีเทาเข้ม ร่างสูงโปร่งก้าวเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับนทีเลขาคู่ใจ ภวินท์เดินทางกลับมาจากบริษัทก่อนเวลาตามคำสั่งของคุณหญิงประภาสิริเพื่อมาร่วมดูการลองชุดของว่าที่คู่หมั้น

"คุณวินมาพอดีเลยค่ะ ดูสิคะ หนูดุจดาวสวยไหม" คุณหญิงประภาสิริเอ่ยทักด้วยรอยยิ้ม

ภวินท์หยุดชะงัก สายตาคมกริบมองไปยังดุจดาวที่ยืนอยู่บนโพเดียมกระจกกลางห้อง ชายหนุ่มยิ้มรับตามมารยาทสังคม 

"สวยมากครับ ดุจดาวใส่ชุดไหนก็สวยงดงามเสมอ"

ดุจดาวยิ้มหวานด้วยความภาคภูมิใจ เธอเอียงคอมองภวินท์ด้วยสายตาออดอ้อน ก่อนที่สายตาของเธอจะค่อยๆ เลื่อนไปหยุดอยู่ที่ร่างของมินตรา หญิงสาวที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นไม้ปาร์เก้ คอยช่วยพนักงานจับชายกระโปรงผ้าลูกไม้ผืนหนาไม่ให้รวบย่น

รอยยิ้มสมเพชและชัยชนะปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยสง่าของดุจดาวทันที เธอเหยียบเท้าลงจากโพเดียม จงใจก้าวเข้าไปใกล้จุดที่มินตรานั่งอยู่ จนชายกระโปรงราคาแพงเฉียดผ่านหน้าของมินตราไปเพียงนิดเดียว

"ขอบใจนะจ้ะ มินตรา" ดุจดาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานกังวาน ทว่าสายตากลับทอดมองลงมายังมินตราจากมุมสูงอย่างผู้ชนะ 

"ช่วยจับชายกระโปรงตรงนี้ให้ฉันหน่อยสิ ให้มันแผ่ออกกว้างๆ เวลาเดินเข้างาน ช่างภาพจะได้ถ่ายรูปชัดๆ"

มินตราไม่ได้ตอบโต้ เธอค่อยๆ ใช้มือเรียวประคองจับชายผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสจัดวางลงบนพื้นอย่างเบามือและประณีต ไร้ซึ่งร่องรอยของความโกรธเคืองหรือความน้อยเนื้อต่ำใจ

ภวินท์มองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกจุกแน่นในอก ชายหนุ่มขมวดคิ้วแน่น 

ดวงตาคู่คมจ้องมองมินตราที่คุกเข่าอยู่บนพื้นใกล้เท้าของดุจดาว ความรู้สึกผิดและอึดอัดสายหนึ่งพุ่งเข้ามาปะทะหัวใจของเขาอย่างแรง เขาพยายามจะก้าวเข้าไปหา หวังจะดึงร่างบางให้ลุกขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ดีๆ

"มิน" ภวินท์ส่งเสียงเรียกแผ่วเบา

มินตราเงยหน้าขึ้นสบตากับภวินท์ชั่วครู่ ดวงตากลมโตของเธอราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นแห่งความรักหรือความอ้อนวอนเหมือนในอดีต เธอโค้งหัวให้เขาเล็กน้อยตามกิริยาของเด็กในบ้าน ที่ปฏิบัติต่อนายจ้าง ก่อนจะหลุบสายตาลงต่ำตามเดิม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป