บทที่ 6 ของขวัญและคำสัญญาปลอมๆ 1

ของขวัญและคำสัญญาปลอมๆ

งานเลี้ยงฉลองความสำเร็จยอดขายทะลุเป้าของบริษัทเตชะพิพัฒน์ทยอยสิ้นสุดลงในช่วงดึก 

แสงไฟภายในห้องบอลรูมขนาดใหญ่ที่เคยสว่างไสวเริ่มถูกลดระดับลง 

เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงแผ่วเบาก่อนจะเงียบหายไป เหล่าบรรดานักธุรกิจ เซเลบริตี้ และสื่อมวลชนต่างทยอยกันเดินทางกลับ 

บรรยากาศหรูหราครื้นเครงยามหัวค่ำบัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่าและความเงียบเหงาที่ก้าวเข้ามาแทนที่

มินตรายืนหลบมุมอยู่ตรงโซนพักคอยใกล้ประตูทางออกด้านข้างของโรงแรม ร่างบางในชุดเดรสยาวสีครีมเรียบหรูยกมือขึ้นกอดอกเพื่อคลายความเหน็บหนาวจากแรงลมของเครื่องปรับอากาศ หัวใจของเธอนิ่งสนิททว่าเต็มไปด้วยความบอบช้ำ 

หลังจากที่ต้องทนนั่งมองภาพภวินท์ยืนเคียงคู่และเต้นรำกับดุจดาวกลางฟลอร์เต้นรำตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมา รอยยิ้มอบอุ่น สายตาอ่อนโยน และสัมผัสที่เขามอบให้หญิงสาวผู้เพียบพร้อมคนนั้นต่อหน้าสายตาคนนับร้อย ยังคงติดตาและตอกย้ำถึงความเปราะบางในสถานะของเธออย่างไม่หยุดยั้ง

เธอพยายามบอกตัวเองให้เจียมตัว มินตราเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ตระกูลเตชะพิพัฒน์เมตตาชุบเลี้ยงไว้ เป็นเพียงผู้อาศัยในมุมมืดของคฤหาสน์หรูหราที่ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องหรือเสนอหน้าออกสื่อ แต่ความรักที่ก่อตัวขึ้นตลอดสิบปีที่ผ่านมา ความอบอุ่นที่ภวินท์เคยป้อนให้ และคำสัญญาที่บอกว่าจะไม่มีวันทิ้งกัน มันกลับกลายเป็นพันธนาการที่รัดแน่นจนเธอไม่อาจถอนตัวหรือถอนหัวใจออกไปได้เลย

"คุณมินครับ"

เสียงทุ้มสุภาพของนทีดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้นิสิตสาวสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบปรับสีหน้าและเช็ดรอยน้ำตาจางๆ ออกจากปรางแก้ว มินตราหันไปมองมือขวาคนสนิทของภวินท์ที่ยังคงอยู่ในชุดสูทสากลเนี๊ยบกริบ

"พี่นทีงานเรียบร้อยดีแล้วเหรอคะ คุณหญิงกับคุณดุจดาวกลับไปแล้วหรือยัง" มินตราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเบาแผ่ว พยายามไม่แสดงความอ่อนแอให้อีกฝ่ายเห็น

"คุณหญิงประภาสิริและคุณดุจดาวเดินทางกลับไปเมื่อสักครู่นี้แล้วครับ" นทีตอบพร้อมผุดรอยยิ้มตามมารยาท ก่อนจะผายมือไปทางลิฟต์ผู้บริหารด้านข้าง 

"คุณวินสั่งให้ผมมารับคุณมินครับ ท่านรออยู่ด้านบน"

"รออยู่ด้านบนเหรอคะ" มินตราขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ 

"พี่วินยังไม่กลับคฤหาสน์เหรอคะ"

"ครับ คุณวินรอคุณมินอยู่ที่ดาดฟ้าของโรงแรม เชิญทางนี้เลยครับ"

มินตรามองหน้านทีด้วยความลังเล ทว่าความหวังริบหรี่ที่เคยดับสูญไปเมื่อครู่กลับสว่างวูบขึ้นมาอีกครั้งในอก เธอพยักหน้ารับน้อยๆ ก่อนจะเดินตามนทีเข้าไปในลิฟต์ส่วนตัว ลิฟต์ตัวหรูค่อยๆ เคลื่อนตัวขึ้นสู่ชั้นสูงสุดอย่างนิ่มนวลและรวดเร็ว ตัวเลขดิจิทัลบอกชั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับหัวใจของมินตราที่เริ่มเต้นระรัวด้วยความประหม่า

เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกสู่ชั้นดาดฟ้า สายลมราตรียามดึกก็พัดกระแทกเข้ามาปะทะใบหน้า อากาศด้านบนนี้เย็นเยือกและเงียบสงบ ต่างจากความวุ่นวายด้านล่างอย่างสิ้นเชิง 

แสงไฟระยิบระยับของตึกสูงทั่วกรุงเทพมหานครส่องประกายดั่งผืนฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว 

มินตรารับรู้ได้ถึงความโอ่อ่าและความกว้างใหญ่ของเมืองหลวง แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเธอไปจนหมดสิ้น กลับเป็นร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มที่ยืนหันหลังพิงขอบกั้นกระจกใสอยู่กลางลานดาดฟ้า

ภวินท์ปลดกระดุมคอเสื้อสูทออกสองเม็ด เนกไทถูกคลายออกอย่างหลวมๆ เรือนผมจับทรงเรียบร้อยเริ่มยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากแรงลม 

ชายหนุ่มถือแก้วทรงสูงที่มีเครื่องดื่มสีเข้มไว้ในมือ ท่าทางเครียดขรึมและเหน็ดเหนื่อยของเขามลายหายไปทันทีที่ยินเสียงก้าวเดินของเธอ เขากระดกเครื่องดื่มลงคอจนหมดแก้ว ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะกลมใกล้ๆ แล้วก้าวเดินตรงเข้ามาหามินตรา

"พี่วิน" มินตราเอ่ยพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่ปนเปกันไปหมด

ภวินท์ไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว เขายื่นมือหนาออกไปกุมมือบางที่เย็นชืดของเธอไว้ แล้วดึงร่างเล็กเข้าไปปะทะอกกว้าง 

อ้อมกอดอันอบอุ่นและแน่นหนากลืนกินความเหน็บหนาวของลมราตรีจนหมดสิ้น กลิ่นน้ำหอมประจำตัวผสมกลิ่นไวน์อ่อนๆ จากกายหนาทำให้มินตราหลับตาลงอย่างอ่อนโอน เธอซบใบหน้าลงกับแผ่นอกกว้าง ถอนหายใจยาวปล่อยให้ความอบอุ่นของเขาเข้ามาชโลมใจที่บอบช้ำ

"ขอโทษนะมิน" เสียงทุ้มต่ำอบอุ่นกระซิบข้างหูเธออย่างแผ่วเบา 

"ขอโทษที่วันนี้พี่ไม่ได้อยู่ดูแลมิน ขอโทษที่ปล่อยให้นั่งคนเดียวอยู่ข้างหลัง"

คำขอโทษที่แสนนุ่มนวลทำให้น้ำตาที่มินตราพยายามกักเก็บไว้พรั่งพรูออกมาอย่างไม่อาจหักห้าม มือบางยกขึ้นกำเสื้อสูทของเขาแน่น ซุกหน้าลงกับอกเขามากขึ้นเรื่อยๆ

"มินนึกว่า นึกว่าพี่วินไม่อยากให้มินมางานนี้แล้วซะอีก" มินตราสะอื้นเบาๆ 

"มินตั้งใจเลือกชุดนี้มาเพื่อพี่วิน แต่พี่นทีบอกว่าคุณแม่ของพี่วินและคนในงานจะมองว่ามินไม่เหมาะสม"

ภวินท์ผละร่างบางออกเล็กน้อย มือหนายกขึ้นเช็ดน้ำตาบนแก้มเนียนอย่างอ่อนโยน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตาของเธอด้วยความรู้สึกรักใคร่และเอ็นดูอย่างสุดหัวใจ

"มินฟังพี่นะ" ภวินท์เอ่ยเสียงหนักแน่น 

"มินสวยที่สุดในงานนี้ ชุดนี้เหมาะกับมินมาก และพี่ก็ชอบมันที่สุด แต่ที่พี่ต้องให้มินไปนั่งตรงนั้น เพราะพี่จำเป็นต้องปกป้องมินจากสายตาของคุณแม่และบรรดาผู้ใหญ่ในสมาคม คุณแม่อยากให้พี่สร้างภาพลักษณ์ธุรกิจเพื่อดึงความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้น พี่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำตามเกมของคุณแม่ไปก่อน"

"แล้วเรื่องคุณดุจดาวล่ะคะ" มินตราถามเสียงแผ่ว ความเจ็บปวดในอกยังคงแจ่มชัดเมื่อนึกถึงภาพการเต้นรำนั้น

ภวินท์ยิ้มบางๆ มือหนาเอื้อมไปหยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทด้านใน เขาเปิดฝากล่องออก เผยให้เห็นสร้อยคอทองคำขาวดีไซน์เรียบหรู ประดับด้วยเพชรเม็ดเล็กรูปทรงหยดน้ำที่ส่องประกายระยิบระยับเล่นกับแสงไฟบนดาดฟ้า

"ดุจดาวเป็นแค่เรื่องของธุรกิจและพันธมิตรทางการเมืองของคุณแม่เท่านั้น หัวใจของพี่ไม่ได้มีไว้ให้ใครนอกจากมิน" ภวินท์พูดพลางหยิบสร้อยคอออกจากกล่อง แล้วก้าวไปยืนด้านหลังของหญิงสาว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป