บทที่ 2 ตอนที่ 1.2 งั้นลองเอากันอีกครั้งไหม.. เผื่อเธอจะถือ

เธอตวาดออกไปด้วยความตกใจ และด้วยความแสบเล็กน้อยทำให้เธอยกหลังมือขึ้นมาเช็ดบริเวณนั้น เลือดสีแดงซึมติดหลังมือของเธอเล็กน้อย สายตาคมเฉี่ยวของม่านฟ้าจ้องมองเขม็งไปที่หญิงชุดแดงอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ แต่เพราะการเป็นเลขาของท่านประธานเธอทำได้แค่ยืนขบฟันอยู่เท่านั้น

“อุ๊บ! ไม่ได้ตั้งใจ ซอรี่น้า”

“ไม่มีธุระ ไม่ได้นัดไว้ เชิญออกไปด้านนอกด้วยค่ะ”

“ฉันมาหาคุณเธียรไม่ได้มาหาเธอ เป็นแค่เลขาก็ทำแค่หน้าที่ตัวเอง”

“กำลังทำหน้าที่ไงคะ”

“หน้าที่อะไร”

“ไล่! หมา! ค่ะ!.. เดี๋ยวหมาจะมากัดคุณปิติภัทร!” เธอตอบไปช้า ๆ พร้อมรอยยิ้มที่แสนหวาน

“แก!”

และเพราะคำพูดของเธอนั้นส่งผลให้ผู้หญิงด้านหน้ายืนกระทืบเท้าเร่า ๆ สะบัดมือไปมาราวกับไม่ถูกใจ เธอง้างมือหวังจะฝากศิลปะรอยนิ้วสวย ๆ ทั้งห้านิ้วไว้บนแก้มม่านฟ้า แต่กลับต้องชะงักมือเมื่อปิติภัทรที่นั่งเฉยราวไม่รู้ไม่เห็นอะไรลุกจากเก้าอี้ด้วยความเร็วแสง

“ทำอะไร” เขาหันไปถามหญิงสาวด้วยเสียงเย็นเฉียบแต่แสดงออกมาว่าไม่พอพอเป็นอย่างมาก

“ก็เลขาคุณด่าแมงมุมนี่คะ” เธอออดอ้อนเขาพร้อมทั้งซบหน้ากอดแขน

“แมงมุม?” เขาทวนชื่อเธอขึ้นมาก่อนจะหันไปมองที่ม่านฟ้าอย่างตั้งคำถาม

“ค่ะ แมงมุมเอง” เธอยังคงออเซาะกอดแขนเขาอยู่แบบนั้น

“ม่านฟ้า”

เขาไม่ได้ตอบอะไรผู้หญิงคนนี้ ได้แต่ยืนจับข้อมือของเธอเอาไว้พร้อมกับเรียกชื่อเลขาเสียงแข็ง

“เรียก รปภ. ใช่ไหมคะ เรียบร้อยแล้วค่ะ”

ม่านฟ้าตอบไปนิ่ง ๆ แต่ทำให้หญิงสาวดีดตัวขึ้นมายืนตรงราวกับเคารพธงชาติ

“อะไรกันคะคุณเธียร” เธอหันไปตวาดเสียงใส่เขาที่ค่อนข้างดัง

“คุณจะมาฟันแมงมุมแล้วทิ้งแบบนี้ไม่ได้นะคะ แมงมุมไม่ยอม!”

“ฉันเรียก รปภ.แล้ว ถ้าคุณไม่อยากถูกลากออกไปและเป็นข่าวฉาว นางแบบสาวที่ไม่ค่อยจะมีชื่อเสียงวิ่งไล่ตามจับผู้ชาย แต่ถูก รปภ.จับลากออกจากห้องและโยนออกนอกบริษัทละก็ออกไปก่อน รปภ.จะมาถึงเถอะค่ะ.. ฉันเตือนด้วยความหวังดี”

“ได้! ไว้ฉันจะมาใหม่! ฉันไม่ยอมเสียตัวฟรีแน่!”

เธอเดินกระแทกเท้าออกไปอย่างไม่ถูกใจ และเป็นจังหวะเดียวกับที่ รปภ.เดินเข้ามาในห้องพอดียิ่งสร้างความฟึดฟัดให้กับเธอเป็นอย่างมาก

“ไม่ต้องจับ! มีขา! เดินเองได้!”

“เจ็บไหม” ปิติภัทรโน้มตัวลงมาหวังจะดูบาดแผลที่เธอได้รับ

“อีกครึ่งชั่วโมงมีประชุม ท่านประธานเตรียมตัวด้วยค่ะ”

ม่านฟ้าตอบออกมาเสียงเรียบ ก่อนจะถอยหลังออกจากมือของเขาที่กำลังจะเชยคางของเธอทำให้ฝ่ามือนั้นค้างอยู่กลางอากาศ เมื่อเตือนเรื่องเวลาประชุมเรียบร้อยแล้วเธอจึงเดินออกจากห้องไปทันที

“ขอตัวค่ะ”

“ม่านฟ้า!”

///

‘ที่รัก~ เลิกงานไปกินชาบูกันไหม’

เสียงดังฟังชัดเรื่องของกินนี้เป็นของอันวา เพื่อนสนิทที่เข้ามาทำงานพร้อมกันเมื่อตอนสมัครเป็นพนักงานแรก ๆ เธอส่งวอยซ์ทักมาในแอปพลิเคชันสีเขียวชื่อดัง

"ไปสิกำลังหิวพอดี เจอกันหน้าบริษัทนะ"

เธอส่งวอยซ์ตอบพร้อมกับยัดมือถือลงไปในกระเป๋าสะพายรุ่นใหม่ล่าสุดของแบรนด์หรู

“ม่านฟ้า”

แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เดินออกจากโต๊ะทำงานที่ตั้งอยู่หน้าห้องของท่านประธานคนหล่อ คนในห้องที่เดินออกมาด้วยใบหน้าไม่ชอบใจนักได้ส่งเสียงเรียกเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

“หมดเวลางานแล้วค่ะคุณปิติภัทร”

เธอตอบเขาพร้อมกับยกข้อมือที่ถูกสวมด้วยนาฬิกาหรูราคาหลายแสนแบรนด์ดังชูไปที่เขา

“โกรธเหรอ” เขาเอียงคอถาม

“ฉันไม่มีสิทธิ์โกรธอะไรท่านประธานนะคะ”

เธอตอบไปพร้อมกับเก็บของทั้งหมดยัดลงกระเป๋าแบบไม่ค่อยจะสนใจอะไรมากนัก

“ถ้าเธอยังไม่คุยกับฉันดี ๆ ฉันจะเหมารวมว่าเธอหึงนะม่านฟ้า”

เธอสะดุดหยุดนิ่งแล้วหันมามองปิติภัทรช้า ๆ ก่อนจะยกยิ้มขึ้นมาอย่างคนที่ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรจริง ๆ

“ฉันไม่ได้หึง.. ไม่ได้โกรธ.. ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย”

“จริงเหรอ” เขาเลิกคิ้วถามอย่างคนที่ไม่เชื่อ

“ทำไมคิดว่าฉันจะหึงหรือโกรธหรอคะ.. เคยเอากันแค่ครั้งสองครั้งฉันไม่ถือหรอกนะ”

“งั้นเราจะลองมาเอากันอีกครั้งไหม.. เผื่อเธอจะถือ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป