บทที่ 9 ตอนที่ 5.1 ถ่านไฟเก่า
ตอนที่ 5
ถ่านไฟเก่า
“แล้วทำไมพี่ไม่ไปละ! อยู่กับคุณราชันย์อะไรของพี่นั่นอันตรายจะตาย มีแต่เรื่องชกต่อยไล่ตีกันเป็นว่าเล่น ทำไมไม่ลาออกไปทำงานที่บริษัทล่ะ!” ฉันหันไปมองหน้าพี่ชายทั้งที่ยังเคี้ยวส้มที่หวานจนตาแทบหยี
“ก็..” แต่ยังไม่ทันที่พี่ชายของฉันจะได้พูดอะไรต่อ ส้มสามกลีบใหญ่ถูกยัดเข้าไปในปากของเขาอย่างรวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัว นั่นเรียกให้ฉันรู้สึกชอบอกชอบใจไม่น้อย
“ไอ้ม่าน! ส้มบ้าอะไรวะเปรี้ยวฉิบหาย”
“พี่ธัน! ทำไมพูดจาไม่สุภาพ! ถ้าตาหนูมาได้ยินจะทำยังไง” ฉันแยกเขี้ยวใส่พี่ชายด้วยใบหน้าที่จริงจังผิดจากเมื่อครู่ลิบลับ สำหรับฉันคำพูดในบ้านเป็นเรื่องที่ซีเรียสมาก
“เออ ๆ ขอโทษมันหลุดปาก” ฉันมองพี่ชายที่พยายามเคี้ยวส้มในปากด้วยใบหน้าที่เหยเกจนหมด
“อร่อยเนอะ.. เอาอีกมั้ยคะ”
“เก็บไปกินเองเถอะ! แล้วบอกพี่ชบาอย่าไปซื้อมาอีกนะส้มร้านนี้น่ะ ถ้าไม่อยากให้พี่ไปเผาร้านทิ้ง!” พี่ธันวาบ่นยาวก่อนจะลุกขึ้นเดินขึ้นไปด้านบน
“คุณแม่ครับ”
“ว่าไงครับ”
“พี่ชบาบอกว่าผมต้องไปโรงเรียน.. ไม่ไปได้ไหมครับ” ฉันหันมองลูกชายที่พูดด้วยน้ำเสียงเศร้า ๆ อย่างไม่เข้าใจ เตชินเป็นเด็กชายวัยห้าขวบที่ตลอดเวลานั้นอยู่กับแม่นมอย่างพี่ชบาและอยู่กับฉันตลอด จะมีบางครั้งที่เดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศกับพี่ธันวาบ้างเท่านั้น
“ทำไมละครับ”
“ผมอยากอยู่กับแม่มากกว่า” เด็กน้อยพูดจบได้ใช้ขาป้อม ๆ นั้นปืนโซฟาขึ้นมานั่งก่อนจะเอนตัวลงหนุนตักอย่างออดอ้อน
“ที่โรงเรียนมีคุณครู.. มีเพื่อนเยอะแยะเลย”
“ผมไม่ชอบ.. คนเยอะน่าเบื่อ”
“แต่หนูต้องมีเพื่อนและต้องเรียนหนังสือนะครับ” ฉันมองหน้าของลูกชายก่อนจะยิ้มให้เขา
“ครับ” เด็กน้อยตอบออกมาด้วยเสียงราบเรียบก่อนจะหลับตาลงอย่างสนิท มือข้างหนึ่งของฉันลูบเส้นผมที่นุ่มนิ่มของเขาอย่างอ่อนโยน ก่อนจะช้อนมืออุ้มเขาขึ้นมาเดินพาเข้าไปนอนที่ห้องอย่างเบามือ
สามวันต่อมา
“สวัสดีค่ะคุณแม่.. น้องเตชินสวัสดีคุณแม่ก่อนเข้าโรงเรียนหรือยังครับ” ฉันยืนมองลูกชายของตัวเองที่ทำตามคุณครูบอกอย่างว่าง่าย ก่อนจะเดินเข้าไปในเนิร์สเซอรี่หวานหวานด้วยท่าทางไม่ยินดียินร้าย
“ฝากคุณครูดูแลเตชิน และระวังเรื่องอาหารที่น้องแพ้หน่อยนะคะ”
“คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” ฉันหันมองลูกชายอีกครั้งก่อนจะถอยหลังเดินออกมาเงียบ ๆ ตาก็จ้องมองไปในโรงเรียนเล้กแห่งนี้ มองด้านหลังของลูกชายที่สะพายกระเป๋าเข้าไปในโรงเรียนจนลับสายตา
“ที่รัก! ยูมาทำอะไรแถวนี้น่ะ” ฉันหันขวับไปเห็นอันวาที่เดินเข้ามายืนข้างกัน สายตาของเธอนั้นจ้องมองเข้าไปในโรงเรียนด้วยใบหน้าสงสัยสลับกับหันมามองหน้าฉันอย่างต้องการอยากรู้
“มาส่งลูกชายไง” ฉันตอบเธอยิ้ม ๆ ก่อนจะเดินออกมาจากบริเวณนั้น
“ยูมีลูกแล้วหรอ! ไอไม่เคยรู้มาก่อนเลย”
“อ่าว! ไอไม่ได้บอกยูหรอ” ฉันตอบเพื่อนด้วยท่าทางที่คิดว่าน่าหมั่นไส้ที่สุด พร้อมกับเดินวนมาเปิดประตูรถแล้วยัดตัวเองลงไปอย่างไม่เร่งรีบ
“ไปด้วย” อันวาเดินตามมาขึ้นรถอย่างงง ๆ พร้อมทั้งหันไปมองด้านในโรงเรียนอีกครั้งอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
“ม่านฟ้า! ถามจริงยูมีลูกแล้วจริงหรอ”
“ทำไม.. หน้าแบบไอไม่เหมาะกับการเป็นแม่คนหรอ”
“ไม่ใช่แบบนั้น ไอแค่ไม่เคยเห็นยูพูดถึงไง”
“ก็ยูไม่เคยถาม” ฉันตอบเสียงเรียบก่อนจะเหยียบคันเร่งขับรถไปพร้อมทั้งมองหน้าของเพื่อนไปอย่างตลกขบขันกับท่าทางของเธอ ใบหน้าสวยของอันวายู่ยี่อย่างน่าขบขัน
“ผู้หญิงผู้ชายหรอ.. แล้ว.. แล้วกี่ขวบหรอ”
“ผู้ชายห้าขวบที่สำคัญหล่อมาก”
