บทที่ 13 Todsakan's Part: แรกพบ

ช่วงเวลาใกล้รุ่งสาง ความเปียกชื้นและความสากที่รู้สึกได้ส่งผลให้บางสิ่งด้านล่างตื่นตัวขึ้นมา แต่ไม่ได้ตื่นตัวตามปกติอย่างที่ควรจะเป็น มันเหมือนมีสิ่งมาปลุกเร้ามันให้ตื่น ตัวทศกัณฐ์รู้สึกตัวลืมตาตื่นขึ้นมาท่ามกลางความมืด

“ทำอะไร?”

“อื่นแล้วอ๋ออั๊บ?” น้ำเสียงพูดฟังไม่ถนัดเพราะมีบางอย่างพองคับเต็มปาก

(ตื่นแล้วเหรอครับ?)

“มาอมกูทำไม?” ทศกัณฐ์จิกผมมาวินให้เงยหน้าคายของในปากออก น้ำลายเหนียวยืดติดระหว่างปลายแท่งใหญ่กับปากอมชมพู

“วินอยากช่วยให้เฮียสบายตัว แผล็บ” มาวินตอบ สองมือยังคงสาวชักเข้าชักออกแท่งยาวที่เริ่มแข็งตัว นิ้วถูไถหยอกล้อกับส่วนปลายก่อนฝืนตัวก้มลงไปเลียเหมือนเลียแท่งไอติม

“อึก! โอ๊ย!”

ทศกัณฐ์กระชากจนหงายหลัง แล้วก้าวขาลงจากเตียง ไม่สนใจไอ้สิ่งที่กำลังผงาดชี้เพดาน มือใหญ่ลากถูมาวินให้ตามมาด้วย มาวินถูกเหวี่ยงกระแทกจนร่างแนบชิดติดผนัง

“อย่าเสือกทำสิ่งที่กูไม่ขอ กูไม่ใช่เพื่อนเล่นมึง” ทศกัณฐ์เตือนเสียงเข้ม

“ขะ ขอโทษครับ” มาวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว ทีแรกยังไม่ยอมออกไป แต่พอเจอสายตามองด้วยความไม่พอใจขั้นสุด เขาก็รีบคว้าของวิ่งออกไป

ทศกัณฐ์ล้มตัวลงนอนแต่นอนไม่หลับเพราะบางสิ่งมันได้ตื่นขึ้นมาแล้ว เขาหยิบมือถือขึ้นมาไถเปิดหน้าจอ เข้าไปในแกลอรี่เพื่อเปิดดูรูปที่เก็บไว้อย่างดีประหนึ่งสมบัติมีค่า และมันก็มีค่าที่สุดสำหรับเขาที่ไม่มีอะไรมาแทนได้

บรรยากาศในห้องเงียบเชียบ ทศกัณฐ์นั่งเอนตัวพิงหมอน แสงสว่างจากหน้าจอสาดใส่ใบหน้าคมเข้มที่กำลังจ้องมองภาพเคลื่อนไหวตรงหน้าไม่วางตา จอภาพขนาดเล็กถ่ายทอดเสียงที่คุ้นหู

‘อื้อออ! อึก อึก อื้อ อื้อ อ๊ะ! จะ จะ...เสร็จ อ๊า!! ร..เร็ว’

ปึก ปึก ปึก พั่บ พั่บ พั่บ

‘รัดแน่นดีว่ะ มึงชอบท่านี้สินะ กูจับกดท่านี้ทีไรมึงเสร็จไวทุกที แอ่นก้นขึ้นมา กูจะได้กระแทกแรงๆ ให้สะใจมึง’

กล้องถูกแพนให้เห็นแค่ช่วงแผ่นหลังกว้างที่มีรอยดูดรอยกัดเป็นจ้ำๆ

‘อ๊า~! ชอบ..ชอบมาก..อ่าส์’

ถึงถ่ายไม่เห็นหน้าก็รู้ว่าคนที่ร้องว่าชอบไม่ขาดปาก กำลังรู้สึกเสียดเสียวภายในขั้นสุด

‘แต่กูไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ฮ้า...’

‘ทะ ทำไม..อึก อ่าส์' เสียงอีกคนถามกลับสลับกับเสียงคราง

กล้องมือถือถูกวางคว่ำ หน้าจอมืดสนิทเหลือแต่เสียงพูด

‘เวลาปล่อยในแล้วได้มองหน้ามันฟินดี...ฮ่าาส์!’

“อึก!” ทศกัณฐ์มองมือที่เปรอะเปื้อนน้ำขาวขุ่นจากตัวเขาเอง ด้วยแววตาเฉยเมย ไม่ว่าช่วงล่างจะถูกปลุกด้วยฝีมือใคร แต่เขาจะเสร็จได้ด้วยภาพและเสียงของคนรักเก่าเท่านั้น ราวกับต้องการจองจำเขาไว้ไม่ให้ไปยุ่งกับใคร 

(Thodsakan’s Part: แรกพบ)

เช้าวันปกติ หนุ่มร่างใหญ่ในชุดยีนที่มักใส่เป็นประจำขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซต์คันเก่า เสียงเครื่องตอนสตาร์ทบ่งบอกอายุการใช้งานที่นานพอสมควร แต่สำหรับคนหาเช้ากินค่ำแค่มีใช้ก็นับว่าดีแล้ว

ทศกัณฐ์ขี่รถเลี้ยวไปอีกเส้นเพื่อเลี่ยงรถติด ใกล้ๆ ทางเข้าอู่เขาก็พบกับรถตู้คันนึงกำลังเปิดไฟส่งสัญญาณเป็นสัญลักษณ์ขอจอดเพื่อให้รู้ว่ากำลังเกิดปัญหา ปกติทศกัณฐ์ไม่ใช่พวกชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน และไม่ได้เป็นคนจิตใจดีขนาดที่เห้ฯใครเดือดร้อนก็ต้องช่วย

แต่ขณะกำลังจะขับผ่านเลยไป ทศกัณฐ์เหลือไปเห็นเด็กผู้ชายในชุดนักเรียนกำลังนั่งเหมือนคนเหม่อลอยด้วยสีหน้าไม่สู้ดี เขาไม่รู้ทำไมแต่กลับขี่รถไปจอดเทียบข้างแล้วเอ่ยถาม

‘รถเสีย?’ ทศกัณฐ์ถามผ่านหมวกกันน๊อคที่ปิดครึ่งหน้า

เหมือนเด็กนี่จะไม่ได้ยิน มันทำให้เขาหัวเสียจนคิดอยากขี่รถผ่านไปไม่สนใจ

‘ครับ?’ อีกฝ่ายตอบกลับทั้งที่ไม่ได้ยินเสียงเขา

ทว่าจังหวะที่มันเงยหน้าขึ้นมอง ทศกัณฐ์ก็รู้สึกวิ๊งๆ ในแก้วหู แววตาที่จ้องมองมาช่างใส่ซื่อราวกับลูกหมาจนเขาปล่อยทิ้งไว้ไม่ลง

‘กูถามว่ารถเป็นอะไร?’ หลังจากคำถามนั้น เขาก็ลงไปช่วยซ่อมให้ที่ทศกัณฐ์รู้สึกข้องใจไม่ใช่รถที่เสีย แต่เป็นสภาพไม่สู้ดีของเด็กคนนี้มากกว่า

หลังจากซ่อมรถจนเสร็จ ทางคนขับก็คิดให้ค่าตอบแทนเขา ทศกัณฐ์ไม่ได้สนใจจะรับค่าน้ำใจหรืออะไร ไม่รู้ทำไมแต่ทศกัณฐ์ไม่สามารถละสายตาไปจากเด็กที่ยืนถือเสื้อยีนของเขาได้

กว่าจะรู้ตัวเขาก็ขี่รถไปซื้อยา แต่เพราะไม่รู้ว่าเด็กคนนั้นป่วยเป็นอะไร รู้แค่ว่ามันไม่สบายดีแน่นอน ทศกัณฐ์จึงซื้อมาหมดไม่ว่าจะเป็นยาแก้ไข้ ยาแก้หวัด ยาแก้ไอ และสารพัดยาที่คิดว่าจำเป็นไปส่งให้ถึงมือพร้อมกับสั่งสอนไปเล็กน้อย

ทศกัณฐ์ขี่รถจากไปโดยไม่แม้แต่ทวงเสื้อ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน...

แต่ในอีกไม่กี่วันต่อมา สุดท้ายเขาก็ได้เสื้อตัวเก่งนั้นกลับมา

รถตู้คันเดิมเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าอู่ เด็กคนเดิมที่เจอวันนั้นลงมาจากรถพร้อมส่งเสื้อยีนคืนแก่เขา ทศกัณฐ์เพิ่งได้รู้ว่าเด็กคนนั้นมีชื่อว่าชนะศึก ชื่อแปลกไม่เหมือนใครแต่ฟังแล้วติดหู ไม่รู้ว่ามันตามหาเขาเจอได้ยังไง แต่ก็คงมีวิธีตามประสาลูกคนมีตังค์

หลังจากวันนั้นไม่ว่าทศกัณฐ์จะทำอะไรก็จะมีเด็กนักเรียนผมลากไทรเดินตามตูดต้อยๆ ทุกวัน บ้างก็อ้างว่าเอาข้าวมาฝากเขาเลยไปเผื่อแผ่ถึงเพื่อนร่วมงานของเขา ทุกคนเองก็เอ็นดูเด็กคนนี้

แถมยังคอยมาเป็นลูกมือช่วยหยิบของซ่อมรถ ไม่ว่าเขาสั่งอะไรชนะศึกก็ทำหมดไม่มีเกี่ยง ถึงทศกัณฐ์จะมีรำคาญบ้าง แต่ถ้าวันไหนไม่มีใครมาตามวอแวก็จะเผลอชะเง้อหาจนไอ้บอลเอ่ยแซว

คืนที่ฝนตกหนัก ทศกัณฐ์ทำหน้าที่ปิดอู่เหมือนในทุกวัน แต่ดันมีเด็กดื้อไม่ยอมกลับบ้านจนกว่าเขาจะปิดอู่เสร็จ ฝนก็ตกลงมาโครมใหญ่ ทศกัณฐ์เลยจำเป็นต้องพาชนะศึกแวะมาหลบฝนที่บ้านเขาก่อนเพราะอยู่ใกล้กับร้านมากกว่าบ้านของอีกฝ่าย

ฝนก็ไม่มีทีท่าจะหยุด ส่วนชนะศึกก็เอาแต่ตื๊อขอนอนค้างในห้องเขาที่เป็นห้องขนาดเล็กเดินไม่กี่ก้าวก็ถึงห้องน้ำ มีแค่พัดลมบนฝ้าเพดานไม่มีแอร์ ใจเขาไม่อยากให้ค้างเพราะขนาดที่นอนมีแค่ฟูกหนาสี่นิ้วขนาด 3.5 ฟุตเท่านั้น

‘เฮียไม่เห็นไง๊ มันดึกแล้วเนี่ย ผมง่วงด้วย ขอนอนนี่แหละ’ ชนะศึกพูดจบก็ถือวิสาสะหยิบผ้าห่มมาปูนอนข้างๆ ที่นอนก่อนล้มตัวลงปิดตาหลับสนิททศกัณฐ์ไม่อยากเถียงกับเด็กดื้อที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็พร้อมยกแม่น้ำทั้งห้ามากล่าวอ้าง จนสุดท้ายเขาต้องยอมอยู่ดี

ขณะปิดตาหลับไปได้สักพัก ทศกัณฐ์ที่ยังหลับไม่สนิทก็สัมผัสได้ถึงไอร้อนจากลมหายใจที่รดอยู่ตรงร่องเหนือปาก มีบางอย่างกำลังแนบชิดอยู่บนริมฝีปากเขา พอแอบเปิดเปลือกตาข้างนึงขึ้นมองก็เห็นใบหน้าของชนะศึก

‘นี่เขากำลังลักหลับหลับสินะ’

เสียงในหัวบอกอย่างนั้น แต่ทศกัณฐ์ก็ไม่ได้ขยับหนีหรือผลักออก ทั้งๆ ที่เขาไม่เคยจูบกับผู้ชายด้วยกันมาก่อน แต่พอเป็นสัมผัสจากเด็กคนนี้ ทศกัณฐ์แปลกใจที่เขาไม่รู้สึกรังเกียจ

‘ผมชอบเฮีย ชอบมากๆ ศึกสัญญาว่าจะดูแลเฮียเป็นอย่างดี ไม่ดื้อ จะเชื่อฟังเฮียทุกอย่าง คบกันกับศึกนะ’

หลังจากคืนนั้นไม่กี่วัน ทศกัณฐ์ก็ได้รับคำสารภาพรักอย่างกะทันหัน

‘เคยมีแฟนมั้ย’

‘เคยดิ’

‘ตั้งแต่อายุเท่าไหร่?’ ทศกัณฐ์แอบคิดในใจว่าชนะศึกพึ่งอยู่มอปลายก็คงจะพึ่งเคยมีแฟนได้ไม่นาน

’12’

แก่แดดฉิบหาย!

‘ผู้ชาย?’

‘ผู้หญิง’

‘อืม ตอนนี้อายุเท่าไหร่’

‘16’

‘วัยกำลังอยากรู้อยากลอง’

‘แต่ผมชอบเฮียจริงๆ ไม่เคยชอบใครขนาดนี้ด้วย’

‘กูอายุ 27 ทำงานและรับผิดชอบตัวเองรู้ว่าอะไรของจริงไม่จริง’

‘คืออะไร?’

‘ความรักของเด็กๆ มันไม่มีจริงไง’

ทศกัณฐ์ปฏิเสธเสร็จก็เดินกลับไปทำงาน พอมองกลับไปจุดเดิมก็ไม่พบชนะศึก ถึงจะใจหายแปลกๆ ก็ต้องทำใจแข็ง เขารู้จักตัวเองดีพอและคาดเดาอนาคตได้ ถ้าเกิดเขาเผลอหลงรักเด็กเข้าจริงๆ อนาคตคงจบไม่สวย

นับแต่วันนั้นชนะศึกยังคงรุกจีบคนแก่กว่าอย่างเขาโดยไม่ย่อท้อ ทศกัณฐ์ก็ต้องทำใจแข็งเพื่อให้รอดพ้นน้ำมือเด็กไปให้ได้

เพราะเห็นชนะศึกทำหน้าเศร้าๆ พอพูดถึงงานโรงเรียน ทศกัณฐ์เลยขนเอาเพื่อนๆ ในแก๊งดมตดกับคนในอู่ที่รู้จักกับชนะศึกเป็นอย่างดี ไปสร้างเสียงเชียร์ให้กำลังใจเด็กมัน

อยากทำปากหนักไม่ชวน ทศกัณฐ์ก็จัดการยกพวกถล่มโรงเรียนมันซะเลย!

@โรงเรียนนานาชาติ XOXO

‘ทางนี้ครับ ทางนี้’ ขุนแผนฝ่าผู้คนมายืนรออยู่หน้าทางเข้าตั้งแต่เช้า

‘มันไปไหน?’

‘ไปเตรียมตัวแข่งบาสครับ วันนี้ฝั่งเราทีมเหย้า’ หมายถึงทางชนะศึกเป็นฝ่ายเจ้าบ้าน

‘ไอ้ขุนๆ มึงเห็นไอ้ศึกปะ หายหัวไปไหนไม่รู้ใกล้จะถึงเวลาแข่งแล้ว’ มาวินในชุดนักกีฬาวิ่งหอบมาถามขุนแผน

‘เอ๊า! กูก็นึกว่าเก็บตัวอยู่โรงยิมกับพวกมึง อย่าบอกว่ามันไป...ไอ้เหี้ยเอ๊ย!’

‘ไปไหน?’ ขุนแผนเบิกตากว้างเหมือนนึกขึ้นได้ว่ากลุ่มของทศกัณฐ์ยืนฟังอยู่ด้วย

‘คือมัน...’ พอได้ยินพอได้ยินประโยคที่เหลือ ทศกัณฐ์ก็ยิ้มได้เหมือนยักษ์กำลังแยกเขี้ยว ทำเอาขุนแผนถึงกับขนหัวลุก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป