บทที่ 9 เลี้ยงสาย

@งานเลี้ยงสาย

“เราแก้มแหม่มนะ จำเราได้มั้ย เราเรียนคลาสวิชา R001 เซคเดียวกัน” แก้มแหม่มหันไปแนะนำตัวกับชนะศึกที่บังเอิญได้นั่งข้างกันพลางก้มหน้าอย่างเขินอาย

“อืม เราชื่อชัยชนะ เรียกวินก็ได้” สาขายานยนต์มีผู้หญิงเรียนน้อยยิ่งกว่าน้อย เอานิ้วขึ้นมานับยังเหลือๆ

“เราจำได้ พ่อเดือนคณะ”

“ยังไม่ได้เป็นเลย” ชนะศึกเท้าข้างแก้มพลางเอ่ยแกมหยอกเพื่อนร่วมสาขาตามนิสัยขี้หยอดที่แก้ไม่หาย

“ยังไงก็ได้เป็นแน่นอน พวกรุ่นพี่มั่นใจกันซะขนาดนั้น”

“เหรอ? พอดีเฉยๆ อะ ไมได้อยากทำกิจกรรมเท่าไหร่”

“แต่ทุกคนเชียร์หนักมากเลยนะ ถ้าชนะลงยังไงก็เดือนมหาลัยแน่ๆ”

“เฮ้ยๆ จู๋จี๋อะไรกันสองคน วันนี้วันเลี้ยงสายไม่ใช่วันออกเดทนะเว้ย สนใจพวกกูด้วยครับพ่อเดือนคณะ~” แก้มแหม่มขยิบตาให้เหมือนจะบอกว่าเห็นไหม

“ผมยังไม่รับปากนะ” ชนะศึกแสร้งหัวเราะแกมหยอกกับพี่รหัส

“ลงหน่อยเถอะพ่อชนะของเจ้ ถ้าลงนะเจ้จะถวายตัวเจ้ให้ชนะเลย คนอะไรหล่อจนอยากแดกวัว” พี่รหัสสายตรงของชนะศึกที่ควบตำแหน่งประธานรุ่นพยายามตื๊อเขาทุกครั้งที่เจอหน้า

“อะไรคืออยากแดกวัววะอีเจ้” เพื่อนรุ่นเดียวกันแต่เห็นว่าโตกว่าเลยเรียกแบบให้เกียรติ

“ฉันนับถือเจ้าแม่ เขาห้ามกินเนื้อวัวแต่พอเห็นหน้าน้องชนะ หือออ อยากจะศีลขาด” ทุกคนหัวเราะเฮฮากับมุกรั่วๆ ของประธานรุ่นปีสอง

พอเสียงดังมากเข้า ชนะศึกก็ย้ายไปนั่งปลีกวิเวกตรงเคาน์เตอร์บาร์ที่ห่างออกจากโซนของกลุ่มนักศึกษาแทน เขายกมือสั่งค็อกเทลมาดื่มให้ชุ่มคอแก้วนึง แต่วันนี้เขาเป็นคนขับจึงไม่อยากดื่มตัวแรงมาก กลัวจะเมาจนขับกลับคอนโดไม่ไหว ซึ่งอย่าคิดหวังพึ่งเพื่อนสาวที่ป่านนี้คงจะเมาเละไปแล้ว

เก้าอี้หนังสีน้ำตาลอ่อนยังไม่ทันได้รับไออุ่นจากอุณหภูมิร่างกายของคนนั่งเพียงพอ บาร์เทนเดอร์คนเดิมก็กลับมาพร้อมกับบี52ในมือ แล้ววางลงตรงหน้าเขาพร้อมหนีบกระดาษโน้ตแผ่นเล็กไว้ใต้แก้ว เขายกแก้วขึ้นหยิบโน้ตใบเล็กขึ้นมาอ่าน

‘เดาว่าน่าจะเหมาะกับคุณมากกว่า’

“จากทางนู้นครับ” ชนะศึกมองตามมือบาร์เทนเดอร์ ก็เจอผู้ชายหน้าตาคมผิวเข้มในชุดสูทพอดีตัว กลัดกระดุมออกสองเม็ดเผยให้เห็นขนอกรำไร ส่งสายตาร้อนแรงที่คนถูกจ้องรู้ความหมาย รวมทั้งที่สื่อผ่านว้อดก้าเพียวๆ นี่ด้วย

มือใหญ่ยกช็อตขึ้นดื่มลงคอรวดเดียวหมดแก้ว โดยไม่หลบเลี่ยงสายตาร้อนแรงของคนที่ส่งมาให้ ก่อนจะหยิบแบงค์ออกจากกระเป๋าชูให้อีกฝ่ายเห็นพลางส่งยิ้มอย่างกวนอารมณ์แล้วใช้แก้ววางทับ สื่อให้รู้โต้งๆ ว่าเขาไม่คิดรับน้ำใจจากชายผิวน้ำผึ้งและไม่คิดสานต่อกับใครทั้งนั้น

‘จะง้อแฟนโว้ย ไม่เล่นด้วยกับใครทั้งนั้นแหละ’

ความคิดนั้นถูกเก็บไว้ในใจ ชนะศึกก้าวไปทางด้านหลังร้านเพื่อหาที่นั่งสูบบุหรี่เงียบๆ เขาอยากนั่งใช้ความคิดว่าจะเริ่มต้นแผนการขอผัวคืนดีอย่างไรดี..?

ฝั่งโซน VVIP

โซน VVIP เป็นห้องรับรองลูกค้าขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสถานที่หลักในการใช้รวมตัวของแก๊งดมตูดไอ้มดแดง ไม่รู้ใครเป็นคนสรรหาชื่อมาตั้ง แต่ก็ไม่มีใครในแก๊งขัดยามถูกเรียกด้วยชื่อนี้ หรือเรียกว่าไม่สนใจกับชื่อแก๊งสักเท่าไหร่ เริ่มแรกของแก๊งนี้เป็นเพียงกลุ่มเด็กแว๊นที่มารวมตัวกันด้วยความชอบที่จะขี่มอไซด์เท่ๆ ซึ่งเป้าหมายของพวกเขาก็คือการขี่บิ๊กไบค์ตะลุยทั่วประเทศและจัดทัวร์แว๊นข้ามประเทศ

พอโตขึ้นมาสมาชิกของแก๊งดมตูดไอ้มดแดง ก็แยกกันไปทำหลายอาชีพทั้ง หมอ ตำรวจ นักแข่ง เจ้าของคลับ ยันเจ้าของอู่ ถึงภูมิหลังจะต่างเคยเป็นแค่เด็กที่อาศัยอยู่ในสลัมสกปรกๆ ใช้ชีวิตปากกัดตีนถีบทำงานหามรุ่งหามค่ำ แต่วันนึงชีวิตของทุกคนก็เปลี่ยนไป แค่ใครจะเปลี่ยนเพราะอะไรก็เท่านั้น

หนึ่งในสมาชิกอย่างทศกัณฐ์ก็เช่นกัน จากเด็กที่ทำงานลำบากเป็นแค่ลูกน้องคนอื่น มีเงินเดือนแค่พอยาไส้ วันนึงก็กลายมาเป็นเจ้าของอู่รถมีชื่อที่นำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์

คนตัวงสูงใหญ่เปิดประตูห้องที่ติดป้าย VVIPที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับเขาและพวกโดยเฉพาะ พร้อมกับเด็กหนุ่มหน้าใสในชุดนักศึกษาที่ตามหลังเข้ามา

“มึงไม่มีชื่อแก๊งดีๆ แล้วเหรอวะ อย่าง แก๊งเฟอร์รารี่ แก๊งเมอร์ซิเดส แก๊งมาร์เซราติ” โรม เจ้าของทรงผมลองทรงสั้น

“ไม่มีใครขับยี่ห้องนั้น อีกอย่างนั่นมันยี่ห้อรถ” วาฬช่วยแก้ต่างให้คนคิดชื่อที่ไม่อยู่

“พวก Benelli Triumph ก็ชื่อยี่ห้อบิ๊กไบค์ เท่กว่ากันตั้งเยอะ” โรมยังคงยกตัวอย่างต่อไป พวกเขาว่างจัดถึงขั้นมาถกกันเรื่องชื่อแก๊ง

“ออกเสียงยาก ไอ้ทศไม่เก่งอังกฤษ” วาฬยังคงเถียงสู้ ทำราวกับตัวเองเป็นคนตั้งชื่อ

“เกี่ยวเหี้ยไรกู” ทศกัณฐ์ไม่ทันหย่อนตัวลงนั่งก็ถูกนำไปพ่วงในบทสนทนา

“สวัสดีครับ” มาวินถือโอกาสยกมือไหว้ โดยยังไม่ได้ดูให้ดีว่ามีใครนั่งอยู่ในห้องนี้บ้าง “อะ อาจารย์ชิน สะ สวัสดีครับ”

“มึงกินเด็กมหาลัยกูเหรอ?” เตชินรับไหว้ด้วยสีหน้าอึ้งๆ ปนสงสัยเล็กน้อย

“ถึงกันนานแล้ว?” ทศกัณฐ์ไม่สนใจตอบคำถามนั้น

“มาก่อนเกือบครึ่งชั่วโมงได้มั้ง ทำไมไม่ให้เด็กมันเปลี่ยนชุดก่อนมา” นิ้วยาวขยับแว่นให้เข้าที่ สวมมาดของอาจารย์มหาลัยเต็มตัวเมื่อเห็นมาวินสวมชุดนักศึกษาเข้ามาในคลับ ทั้งที่มันดูไม่เหมาะสม

“กูลืม” เรียกว่าไม่ได้สนใจสักนิดจะดีกว่า

“ไม่เป็นไรหรอกน่าไอ้เต อย่าซีเรียสนักเลย” สารวัตรหนุ่มอย่าง โรม ช่วยพูด

“ทำไมกูคุ้นหน้าจังวะ” วาฬ “เชี่ย! เพื่อนชนะ..อุ๊บ!”

โรมยกมือมาปิดปากเพื่อนได้ทัน “กินอะไรมารึยัง?”

“เรียบร้อยแล้วครับ” มาวินตอบแต่เพราะรู้สึกเหมือนถูกดุเลยจ๋อยๆ

“ไอ้เตเลิกทำเข้ม ร้านเหล้าไม่ใช่ห้องฝ่ายปกครอง เด็กไอ้ทศกลัวหมดแล้ว ห้องนี้ก็มีแต่พวกเราไม่เป็นไรหรอก” ฟีโน่ ศัลยแพทย์ฝีมือดีในเสื้อเชิ้ตคอปกสีฟ้าครามเอ่ยปลอบ ตามวิสัยผู้ชายกินพืช

“แต่ผมต้องลงไปรวมกับเพื่อนๆ ในงานเลี้ยงสายรหัสข้างล่าง” มาวินกล่าวอย่างเกรงๆ

“แล้วจะไปสถาพนี้?” ไม่วายก็ถูกซักจากคนเป็นอาจารย์ ใครๆ ก็รู้ว่าเตชินเป้นคนเจ้าระเบียบมาก ยิ่งในฐานะอาจารย์ยิ่งหนัก

“เอ้า! เด็กมันต้องลงไปหาเพื่อนแล้วไม่บอกวะ” วาฬอดไม่ได้ที่จะบ่น แต่ทศกัณฐ์กลับยกเหล้าขึ้นจิบแทนการโต้ตอบ เขายกสายเรียกพนักงานให้หยิบเสื้อผ้ามาให้เด็กของเพื่อนยืมเปลี่ยนชั่วคราว

ไม่นานพนักงานก็นำเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยน มาวินหลบออกไปเปลี่ยนที่ห้องน้ำ โดยจะขอแยกไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ที่รออยู่ ถ้าทศกัณฐ์จะกลับเมื่อไหร่ให้โทรบอกเขาได้เลย เขาจะได้ปลีกตัวออกจากเพื่อนแล้วกลับพร้อมกัน

“พระยาเทครัว?” เจ้าของสายตาเฉียบแหลมที่สืบคดีมานักต่อนักพูดขึ้น แต่ก็ได้รับความเงียบแทนคำตอบ

ติ๊ง!

“เห้ย ไอ้ตินมันบอกให้ไปรับว่ะ เหมือนมันจะเจอผี” ฟีโน่หยิบมือถือขึ้นมาอ่านให้เพื่อนคนอื่นๆ ได้ยิน

“มันอะเหรอ เจอผีเลียหัวล่ะสิไม่ว่า” วาฬเจ้าเดิม

“เออน่า ไปรับมันส่วนใครจะเลียจะอมใครค่อยว่ากัน” สายตาทุกคู่ตัดสินไปแล้วว่าให้เจ้าของคลับเป้นคนไปรับ

“กูสินะ ไอ้ภาระเอ๊ย” วาฬบ่นแต่ก็เดินออกไปตาม

“เด็กมึงเคยได้เรียนกับไอ้เตปะ” ฟีโน่หันไปถามทศกัณฐ์ที่นอกจากพูดแสดงความยินดีก็ไม่เอาแต่ควงแก้วเหล้าเงียบๆ ไม่คิดมีส่วนร่วมในวงสนทนาแม้แต่น้อย แต่เดิมทีมันก็เป้นคนพูดไม่เก่งอยู่แล้ว

“...” ทศกัณฐ์ยังคงเงียบพลางยกแก้วขึ้นจิบแทนการ skip

“จากที่น้องไหว้กูแสดงว่าต้องมีลงเซ็คกูแหละ อาจารย์มหาลัยมีเยอะจะตายรู้จักไม่หมดหรอก อีกอย่างกูสอนวิชาพื้นฐาน ถึงเด็กมันจะเรียนเอกไหนก็ต้องเรียนวิชากู....” เตชินเป็นฝ่ายตอบแทน เหมือนจะพูดอะไรต่อแต่ก็หยุดไว้แค่นั้น

“เอาจริงเหรอวะ นั่นมันเพื่อน..เมียเก่ามึงนะ” จากคิดที่จะไม่พูดสุดท้ายโรมก็พูดออกไปจนได้

“ถ้าทนไม่ได้ก็ไม่ต้องอยู่กับกู” คำตอบแสนเย็นชาที่คุ้นเคย

“กูที่อยู่กับความตายทุกวัน บอกได้แค่ต้องยอมรับความจริง มันสี่ปีแล้วไอ้ทศ” คนเป็นหมอย่างฟีโน่ เจอกับเหตุการณ์นี้ทุกวันและมีโอกาสได้พูดคำว่า ‘เสียใจด้วยนะครับ’ อยู่บ่อยก็ใช่ว่าเขาจะชินแต่มันทำอะไรไม่ได้ พอมาเป็นคนใกล้ตัวเขาก็ได้แต่บอกให้ยอมรับและเดินหน้าต่อ

“...” ทศกัณฐ์กระดกเหล้าหมดแก้ว เขาลืมไม่ได้ ไม่งั้นคงลืมไปนานแล้ว

“อย่าใช้ใครเป็นตัวแทน มันไม่ได้มีแต่ได้กับได้ มันมีแต่เจ็บกับเจ็บ” โรมเอ่ยตามตรงเพราะอยากให้เพื่อนคิดได้ แต่คำแรกที่เพื่อนตัวดีเอ่ยกลับเป็น

“สั่งอะไรมากินหน่อย...หิว”

“มีคนปิดไมค์กูเหรอเมื่อกี้?” โรมหันไปถามเชิงปรึกษาฟีโน่กับเตชิน เพราะคนที่เขาพูดด้วย มันทำเหมือนไม่ได้ยิน

@ลานจอดรถ

“จะไปไหนก็ไป” ไม่ใช่เสียงของคนในรถ แต่เป้นเสียงของคนที่เพิ่งมาใหม่ ออกปากไล่ผู้หญิงที่กำลังนั่งตักชายหนุ่มอีกคนอยู่

“มึงเข้ามาก่อน” สาวสวยงง แต่ก็ยอมลงจากรถไปเพราะกลัวสายตาพิฆาตของหนุ่มหล่ออีกคน พอส่วนเกินจากไป ออสตินก็เรียกวาฬให้ขึ้นมานั่งที่เบาะหลัง

คนที่บ่นอย่างหัวเสียมาตลอดทาง แต่ก็ยอมขึ้นไปตามที่ถูกเรียก

“จะโดน HIV แดกเข้าสักวัน” วาฬเอ่ยอย่างหงุดหงิด

“จะติดได้ไงกูสวมถุง” ออสตินเถียงพลางลอยหน้าลอยตา

“สรุปผีอะไรของมึง”

“ผีจริงๆ ไอ้ห่า เห็นเต็มสองตา หรือไอ้เด็กนั่นมันคิดถึงร้านมึงวะ เลยตามมาเที่ยวจากปรโลก ในปรโลกมีสาวสวยด้วยว่ะ เห็นมั้ยทฤษฎีกู ตายไปก็ยังมันส์ได้”

“ปรโลกอะไรอีก เมาหลีหู [1] มากก็ไปนอน!”

“ก็กูเจอชนะศึกเดินควงมากับผู้หญิงสวยๆ เดินเข้าไปในร้านมึงอะ”

“ห๊ะ?! มึงว่าไงนะ?” วาฬทำหน้าช็อค

“กู-เจอ-ชนะ-ศึก-ที่-นี่”

[1] อวัยวะเพศหญิง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป